คอลัมนิสต์

เมินเสียเถอะ!!  ม็อบจ่านิวเสี่ยงดวง  คสช.ขาลง..แต่ล้มยาก?

เมินเสียเถอะ!! ม็อบจ่านิวเสี่ยงดวง คสช.ขาลง..แต่ล้มยาก?

30 ม.ค. 2561

ว่ากันว่า แม้รัฐบาลจะดูขาลง แต่ก็ยังไม่แรงพอที่ คนเสื้อเหลือง หรือพลพรรคนกหวีด จะถึงขั้นออกมาผสมโรงกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ตอนนี้ เอ๊ะ..ทำไมล่ะ!

          “ขาลง” เป็นธรรมชาติของผู้ปกครองบ้านเมือง โดยเฉพาะในปีที่ 3 ย่างปีที่ 4 ของการอยู่ในอำนาจ 

          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์บริหารประเทศมาเกือบครบ 4 ปี ยังออกปากว่า อยู่ในช่วงขาลง และเป็น “ทหารผ่านศึก” เพราะผ่านศึกมาอย่างโชกโชน

          การชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ครั้งแรกของคนกลุ่มนี้ ทั้ง “โรม” รังสิมันต์ โรม และ “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ทำกิจกรรมท้าทายอำนาจ คสช.มาตั้งแต่ปี 2557 มีคดีความอยู่ในชั้นโรงชั้นศาลก็หลายคดี

          เมื่อ “โรม” ประกาศนัดชุมนุมทุกวันเสาร์ และยาวไปถึงจะจัดการชุมนุมใหญ่ 22 พ.ค.2561 ครบรอบการรัฐประหาร คสช.จึงนิ่งเฉยไม่ได้

          พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฎิบัติหน้าที่ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ สน.ปทุมวัน

          พนักงานสอบ สน.ปทุมวัน จึงได้ออกหมายเรียกแกนนำเคลื่อนไหวทั้ง7 ราย ประกอบด้วย 1.รังสิมันต์ โรม 2.สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 3. “ทนายโบว์” ณัฎฐา มหัทธนา 4.อานนท์ นำภา 5.เอกชัย หงส์กังวาน 6.สุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ และ 7. “แฟรงค์” เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล มารับทราบข้อกล่าวหาข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ตามคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความมั่นคงของชาติ

          จะว่าไปแล้ว 7 คนนี้ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ ก็ล้วนแต่เป็นเจ้าเก่าเจ้าประจำในการทำกิจกรรมต่อต้านเผด็จการทหาร

          พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวว่า กลุ่มผู้สนับสนุนทุกคน ก็รู้ก็เห็นอยู่ ชุมนุมมา 5-6 ท้องที่ ก็เป็นกลุ่มเดิมๆ ตำรวจจะต้องดำเนินการไปตามกบิลบ้าน กบิลเมือง

          ประเมินสถานการณ์การชุมนุมคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง แม้จะเป็นลักษณะร่วมทางอารมณ์ของผู้คน แต่การตัดสินใจเข้าร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ก็ยังมีแรงจูงใจไม่มากพอ  

          เนื่องจากคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้ เติบโตในยุคสังคมแบ่งข้างเลือกขั้ว และแกนนำ 7-8 คนนี้ ก็ถูกประทับตราว่า อยู่ฝ่ายเสื้อแดงหรือฝ่ายทักษิณไปแล้ว จึงทำให้คนอีกขั้วความคิดหนึ่ง ระแวงแคลงใจ

          แหล่งข่าวในกลุ่มนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนเปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ “นาฬิกาป้อม” อาจทำให้คนเสื้อเหลือง หรือพลพรรคนกหวีด รู้สึกผิดหวังและเสื่อมศรัทธาในตัวคณะทหาร คสช. แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น ต้องเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มจ่านิว หรือกลุ่มโรม

          “พวกจ่านิวก็เต้นคุ้กกี้เสี่ยงทายเสี่ยงดวง วัดใจ วัดกำลังกับ คสช.ไปเรื่อยๆอย่างนี้แหละ เหมือนมวยยกสองยกสาม ต่อยคุมเชิง ใครพลาดทำให้เกิดเลือดตกยางออก ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ พอขึ้นยกสี่ยกห้า อีกฝ่ายก็ไล่บี้จนน็อคคาเวที” แหล่งข่าวกล่าว 

          ตัวแปรที่สำคัญ ยังอยู่ที่ “คนเสื้อแดง” หากมีฝ่ายการเมืองแอบกดปุ่มให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มโรม และจ่านิว

          อย่างเป็นกระบวนการจัดตั้ง ก็จะสร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการสถานการณ์มวลชนของฝ่ายรัฐมากขึ้น 

          หากประเมินสถานการณ์การคุม “ม็อบต้าน คสช.” ในปี 2558-2559 ที่กลุ่มโรมกับกลุ่มไผ่ ดาวดิน ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ถือได้ว่า คสช.ยังคุมเกมได้

          ฉะนั้น การนัดรวมพลคนอยากเลือกตั้งที่สกายวอล์ควันเสาร์นี้ ก็จะเป็นบททดสอบการคุมเกมม็อบอีกครั้งของ คสช.