คอลัมนิสต์

สัมพันธ์ 2 ป. ดีร้ายฟันฝ่า ยิ่งกว่านี้ ให้กันได้!

สัมพันธ์ 2 ป. ดีร้ายฟันฝ่า ยิ่งกว่านี้ ให้กันได้!

23 ม.ค. 2561

ว่ากันว่า “ป.ปัฐวาท” ก็คือ “กลุ่มทุนสายบูรพาพยัคฆ์” ที่ช่วยสร้างเสริมบารมีให้ “ป.ประวิตร” มานาน และยังซี้ย่ำปึ๊กระดับ “เพื่อนตาย” เลยทีเดียว

            ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหยี่ยวข่าวสายทหาร วาสนา นาน่วม ออกมาไขข้อข้องใจผ่านเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ว่าเจ้าของนาฬิกาเป็น  “เสี่ยคราม” ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ อดีตเจ้าสัวคอมลิงค์ แต่ที่ไม่มีใครอยากพาดพิงถึง เพราะเขาเสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ปีก่อน

            โดย “เสี่ยคราม” ผู้นี้นั้น ยังมีชื่อเป็นคณะกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นประธาน และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานกิตติมศักดิ์

 

สัมพันธ์ 2 ป. ดีร้ายฟันฝ่า ยิ่งกว่านี้ ให้กันได้!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam 

            มากไปกว่านั้น ครอบครัว “สุขศรีวงศ์” และ “วงษ์สุวรรณ” ก็สนิทสนมใกล้ชิดกันมายาวนาน เพราะเสี่ยครามเพื่อนรักที่คอยดูแล พล.อ.ประวิตร “ในทุกๆ เรื่อง”

            ก็ไม่รู้ว่าทุกๆ เรื่องนั้นมีอะไรบ้าง? ' ถ้างั้นต้องมาฟังคำบอกเล่าของคนนี้  ทาง Newtv18 ช่วงคุยเคาะเจาะข่าว ที่ได้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์กับ พล.อ.นพดล อินทปัญญา หรือ “บิ๊กกี่” ผู้เป็นเพื่อนรักของ “บิ๊กป้อม” ตั้งแต่เรียน ตท.6 โดยปัจจุบันเขาเป็น สนช.

 

สัมพันธ์ 2 ป. ดีร้ายฟันฝ่า ยิ่งกว่านี้ ให้กันได้!

ขอบคุุณภาพจาก Newtv18 (คนขวา) พล.อ.นพดล อินทปัญญา หรือ “บิ๊กกี่"

 

            เขายืนยันว่าเจ้าของนาฬิกาก็นับเป็น “เพื่อนรักเพื่อนตาย” ของ “บิ๊กป้อม” ตั้งแต่เรียนเซนต์คาเบรียลมาด้วยกัน คือ ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หรือ “เสี่ยคราม” นั่นเอง

            ขณะที่ยังยืนยันว่า เสี่ยครามนั้นเป็นผู้ที่มีนาฬิกาเยอะมาก ร่วมร้อยเรือน ถึงขนาดสามารถนำมาเรียงจนเต็มเตียงได้

            พร้อมแจงว่าที่มูลนิธิป่ารอยต่อ สังคมที่นั่นมีคนสองกลุ่มที่รักและชื่นชอบสะสมนาฬิกา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือชอบพระ

            โดยช่วงพักกลางวัน เสี่ยครามจะมากินข้าวที่มูลนิธิ จากนั้นถ้าได้นาฬิกามาใหม่เขาก็จะชอบเอาออกมาอวดเป็นอย่างนี้ประจำ แล้วจะมีการแลกเปลี่ยนกันสวมใส่อยู่เสมอ หนหนึ่งประมาณ 2-3 เดือนก็จะเปลี่ยนคืน และก็ทำแบบนี้มานานร่วม 30-40 ปีแล้ว!

สัมพันธ์ 2 ป. ดีร้ายฟันฝ่า ยิ่งกว่านี้ ให้กันได้!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam 

 

            นอกจากนี้ บิ๊กกี่ยังเปิดเผยว่า เสี่ยคราม เคยป่วยหนักถึงขั้นเกือบเสียชีวิต แต่บิ๊กป้อมก็ช่วยไว้

            “คุณปัฐวาทเคยจะตายที่อเมริกา บิ๊กป้อมเอาหมอบินไปรับจากอเมริกากลับมารักษาที่นี่ จนกระทั่งเขาหาย และอีกครั้งหนึ่งเขาไปหาหมอ เขาร้องไห้กลับมา เพราะหมอสั่งให้ตัดขา จากการเป็นเบาหวาน บิ๊กป้อมก็พาเขาไปหาหมอจีน พาไปสารพัดที่ จนกระทั่งเขาไม่ต้องตัดขา ซึ่งหมอบอกเป็นหนึ่งในหมื่น”

            แล้วเมื่อช่วยกันถึงขนาดนี้จะไม่เรียกว่าระดับ “เพื่อนตาย” จะให้เรียกว่าอะไร

            “เขาเนี่ยรักบิ๊กป้อม ซึ่งมีบุญคุณกับเขายังไง เขารักมาก ยิ่งกว่านาฬิกาเขาก็ให้ได้ ผมเชื่อนะ แต่นี่ไม่ได้ให้ แต่เปลี่ยนกันใส่"

            และบิ๊กกี่มั่นใจว่าเมื่อความจริงเปิดเผยบรรดาทายาทของเสี่ยครามจะออกมาแจกแจงให้สังคมได้รับทราบกันอย่างแน่นอน

            “ผมยืนยันได้เลย ผมพูดความจริง แล้วทั้ง 24-25 เรือนนี้ไม่ได้อยู่กับบิ๊กป้อมตลอดนะ มันจะเรือนใหม่มา เรือนเก่าไป ก็หมุนกันอยู่อย่างนี้”

            โดยจุดสังเกตง่ายๆ ที่บิ๊กกี่อยากให้เห็นคือ ภาพนาฬิกาหรูที่ออกมาแต่ละครั้ง ต่างปีต่างวาระกันนั้น เคยซ้ำเรือนกันหรือไม่ เพราะถ้าเป็นนาฬิกาของตนเองจะต้องมีการสวมใส่ซ้ำเป็นปกติแน่นอน

            ส่วนคำถามที่ว่า ในบัญชีแสดงทรัพย์สินของบิ๊กป้อมไม่มีรายการนาฬิกาเลย เพราะหากบิ๊กป้อมมีนาฬิกาไปแลกกันใส่กับปัฐวาท เขาก็ควรที่จะแสดงไว้ในรายการบัญชีทรัพย์สิน

            คำถามนี้บิ๊กกี่บอก ไม่ทราบ (อ้าว) แต่ออกตัวว่าคนที่เป็นทหารนั้น ต่างจากนักการเมืองที่จะเจนสนาม รู้ว่าต้องแจกแจงทรัพย์สินอย่างไร

            “ผิดกับนักการเมือง จะแจงราคา แจงบัญชีทรัพย์สินเต็มไปหมด เป็นสิบล้านยี่สิบล้าน แต่พวกผมไม่ใช่ พวกผมทำกันไม่เป็นมาตั้งแต่ต้น ถ้าผมทำเป็น ผมจะเอานาฬิกาปลอมมาใส่เป็นนาฬิกาจริงก็ได้”

            และส่วนตัวก็เชื่อว่าบิ๊กป้อมก็ไม่จำเป็นต้องลาออกตามข้อเรียกร้องของหลายฝ่าย เพราะเขาไม่ผิด!!

            “ถ้าความจริงเป็นอย่างนี้ ผมถามว่าเขาผิดหรือเปล่าล่ะ!”

            พร้อมบอกเล่าอย่างคนรู้ใจว่า หลังจบงานใหญ่ อยากจะให้บิ๊กป้อมไปพักผ่อนทำบุญ

            “เขาชอบสองอย่างคือ ชอบทำงานกับชอบทำบุญ มักจะพากันไปทำบุญตามวัดที่ยังยากจน เช่น วัดพระบาทสี่รอย จ.เชียงใหม่, วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา, วัดโฆสะมังคลาราม จ.นครพนม ” และยังมีวัดอื่นๆ อีกมากมายทั่วประเทศ

            ที่สำคัญคือเรื่องราวทั้งหมดนี้ อีก "ป." อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ที่มาเป็นอย่างดี จึงไม่สามารถใช้มาตรา 44 จัดการเรื่องนี้ได้ เพราะทั้งหมดนี้มีขบวนการที่จ้องทำลายให้ขัดแย้งกันเอง!

            “คนธรรมดาจะหานาฬิกามาได้มากมาย ถ่ายรูปมาได้ มันต้องมีขบวนการที่จะทำให้ป้อมกับตู่แยกออกจากกัน ผมมองอย่างนี้นะ”

            แต่ถึงตรงนี้เชื่อว่าคนไทยก็คงยังไม่สิ้นสงสัย

            เพราะว่ากันว่า “ป.ปัฐวาท” ก็คือ “กลุ่มทุนสายบูรพาพยัคฆ์” ที่ช่วยสร้างเสริมบารมีให้ “ป.ประวิตร” มานาน และทั้ง ป.ประยุทธ์ และ “ป.ป๊อก” (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ก็มักมีการแซวกันนอกรอบว่าเป็น “4 ป.”ผู้ยิ่งใหญ่!

            แต่หากมองอีกมุมในความเป็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขก็ไม่ใช่เรื่องที่จะยกเว้น ว่าคนเป็นทหารเขาจะมีให้กันไม่ได้!