
ปมนาฬิกาหรู มัด“บิ๊กป้อม” ดิ้นไม่หลุด ?
“เวียนใส่นาฬิกา และคืนให้กับเพื่อนหมดแล้ว” ในความเป็นจริงต้องไม่มีนาฬิกาหรูแม้แต่เรือนเดียวเป็นของ พล.อ .ประวิตร ตามที่พูด มิเช่นนั้น จะเจอปัญหาทางกฎหมายทันที
ยังเปิดออกมาเรื่อยๆสำหรับนาฬิกาหรูบนข้อมือของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยขณะนี้มีถึง 25 เรือนแล้ว ซึ่งเรื่องยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของ ป.ป.ช.
แต่ยังอยู่ในระดับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งมี“สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง” รับผิดชอบ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีกำหนดวันนัดหมายที่จะไปสอบปากคำเอกชนจำนวน 4 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นการนัดไปสอบปากคำนอกสถานที่ทำงานของ ป.ป.ช. ซึ่งตามกฎหมายทำได้
แต่เอกชนที่ว่านี้จะเกี่ยวข้องในลักษณะไหน ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล อาจจะเป็นเจ้าของนาฬิกาหรือคนที่ พล.อ. ประวิตร อ้างถึงในคำชี้แจงซึ่ง พล.อ. ประวิตร ส่งมาถึง ป.ป.ช .แล้ว 2 ฉบับ โดยชี้แจงทั้งเรื่องแหวนเพชรและนาฬิกาหรู ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ช. บอกว่า ในส่วนนาฬิกา ได้มีการชี้แจงทุกเรือน
อย่างไรก็ตาม เอกชนที่ ป.ป.ช ไปสอบปากคำนี้ ไม่น่าจะใช่บริษัทขายนาฬิกาหรู เพราะว่าก่อนหน้านี้จากการตรวจสอบของสื่อมวลชน ไม่พบว่า ป.ป.ช ได้ติดต่อขอสอบปากคำบริษัทขายนาฬิกาแต่อย่างใด
ตามขั้นตอน เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. รวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้น ก็จะส่งเรื่องให้ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลภาคการเมือง ซึ่งก็คล้ายๆกับอนุกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาก่อน ซึ่งหากกรรมการ ป.ป.ช. ภาคการเมือง พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อมูลที่ได้มายังไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ก็ต้องกลับไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และเมื่อข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน จึงจะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ ภายในเดือนนี้ไม่ทันแน่นอน อาจเป็นเดือนหน้ากุมภาพันธ์ จึงจะทราบผล
จากข้อมูลของเพจ CSI LA ได้ตั้งข้อสังเกตว่า นาฬิกาที่ พล.อ.ประวิตร สวมใส่มีจำนวนมากขึ้น และมีความหลากหลายขึ้น หลังจากรับตำแหน่ง ประมาณ 1-2 ปี และมีการเอารูปภาพนาฬิกาที่ พล.อ. ประวิตร ใส่ในแต่ละวันมาลงในเพจเพื่อให้เห็นความหลากหลายของนาฬิกา
เพจ CSI LA ยังตั้งข้อสังเกตว่า นาฬิกาหลายเรือนเป็น “ลิมิเต็ด อิดิชั่น ” ซึ่งมีความพิเศษของนาฬิกา โดยทำขึ้นเฉพาะคนที่สั่งซื้อ มีการตัดสายให้พอดีกับข้อมือของคนที่สั่งซื้อ การที่จะมาเวียนใส่กันจึงเป็นไปได้ยากเพราะไม่พอดีกับข้อมือของแต่ละคน อีกทั้งสายของนาฬิกาหรูซึ่งเป็นสายแพลตตินั่ม หรือสายทองคำขาว ปกติจะไม่มีการตัดหรือเพิ่มข้อ แล้วจะเวียนใส่กันได้อย่างไร
และเพจดังนี้ เตรียมที่จะเปิดเผยว่ามีนาฬิกาหรูบางเรือนที่ พล.อ. ประวิตร ใส่ซ้ำหลายครั้ง โดยมุมที่เพจ CSI LA ต้องการนำเสนอ คือ มีการสวมใส่นาฬิกาเรือนนั้นๆอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อตั้งข้อสังเกตว่า ถือว่า พล.อ. ประวิตร ครอบครอง นาฬิกาหรูเรือนนั้นหรือยัง หรือมีความเป็นเจ้าของหรือไม่ หรือครอบครองในนามการให้ยืมหรือไม่
นอกจากนี้ เพจ CSI LAได้ทำโพลสำรวจสอบถามผู้ใช้โซเชียลมีเดีย จำนวน 1,511 คน โดยถามว่า เชื่อว่า พล.อ. ประวิตร ยืมนาฬิกาจากเพื่อนมาใส่ไหม ผลออกมาว่า 98% ไม่เชื่อว่า พล.อ. ประวิตร ยืมนาฬิกามาจากเพื่อนมาใส่ โดยคนที่ให้ความเห็นส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 25-34 ปี
สำหรับ พล.อ. ประวิตร หลังสุดได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องนาฬิกาหรู ที่สวมใส่ค่อนข้างชัดเจนขึ้นกว่าเดิม หลังจากหลบเลี่ยงให้สัมภาษณ์มาระยะหนึ่งว่า “เป็นการเวียนใส่นาฬิกา และได้คืนนาฬิกาให้กับเพื่อนไปหมดแล้ว”
ทำให้มีคนตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการเวียนใส่นาฬิกากับเพื่อน พล.อ. ประวิตร ก็ต้องมีนาฬิกาหรูเป็นของตนเอง จึงสามารถนำไปเวียนใส่กับเพื่อนได้
และประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญในเชิงกฎหมายที่สามารถชี้เป็นชี้ตาย พล.อ. ประวิตร ได้ เพราะว่า จากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ. ประวิตร ที่ว่า “เวียนใส่นาฬิกา และคืนให้กับเพื่อนหมดแล้ว” พล.อ. ประวิตร น่าต้องการจะหมายถึง ไม่มีนาฬิกาหรูเรือนไหนเป็นของตนเอง โดยเป็นการที่ พล.อ. ประวิตร เอานาฬิกาหรูของเพื่อนมาเวียนใส่ และขณะนี้ได้คืนนาฬิกาทุกเรือนให้เพื่อนไปหมดแล้ว
เพราะหากพบว่า มีนาฬิกาหรู แม้แค่เรือนเดียว เป็นของ พล.อ. ประวิตร จะทำให้ พล.อ. ประวิตร มีปัญหาขึ้นมาทันที เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร ไม่เคยยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯเกี่ยวกับนาฬิกาหรู ต่อ ป.ป.ช. ไว้ก่อนเลย จะเข้าข่ายปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งมีโทษตามกฎหมายถึงจำคุกและห้ามดำรงตำแหน่งการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และอาจบานปลายไปถึงร่ำรวยผิดปกติได้
และอาจยังผิด ม.103 พ.ร.ป. ป.ป.ช . ฐานเป็นผู้รับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท หากปรากฏว่าเป็นการ “รับ” จากการ“ให้” ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี
ทั้งนี้มีการนำกรณีปมปัญหานาฬิกาหรู ไปเปรียบเทียบกับคดีของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม ว่ามีความใกล้เคียงกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2542 “สุพจน์” อ้างว่า เพื่อนนักธุรกิจของภรรยาให้ยืมใช้รถยนต์ Volkswagen ราคา 2.9 ล้านบาท จึงไม่ได้ระบุรายการรถยนต์คันดังกล่าวไว้ในบัญชีทรัพย์สินฯของตน
แต่จากการตรวจสอบของ ป.ป.ช. พบว่า ผู้ยืม และผู้ให้ยืม เพิ่งทำงานร่วมกันไม่เกิน 2 เดือน การให้ยืมสิ่งของที่มีมูลค่าเกือบ 3 ล้านบาท จึงไม่น่าเกิดขึ้น ประกอบกับดูจากการใช้รถ การซ่อม เชื่อได้ว่าไม่น่าจะเป็นไปตามที่นายสุพจน์กล่าวอ้าง คดีดังกล่าว ป.ป.ช. มีมติว่านายสุพจน์ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯนายสุพจน์ถูกตัดสินจำคุก 10 เดือนและตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
มาคราวนี้..ก็ต้องลุ้นกันว่ากรณี พล.อ.ประวิตร ที่อ้างว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาวนใส่ ป.ป.ช จะมีมติออกมาในแนวทางใด



