
ขยายปมร้อน-ไข้ขึ้น
ผลการตัดสินคดีการเมือง 3 คดี ไม่ว่าจะเป็นกรณี "ทุจริตกล้ายาง" "การลงนามในแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา" และ "คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว" ไม่มีใครติดคุกจริงแม้แต่คนเดียว
ทำให้บรรดา "คอการเมือง" ผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะก่อนหน้านี้แต่ละคดีมีการ "โหมโรง" ทำเอาผู้ถูกกล่าวหาบางคนตกใจถึงขนาด "ไข้ขึ้น" ไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาก็มี
หลังคำตัดสินจึงมีคำถามตามมามากมาย และคาดคะเนไปอีกคดีหลายคดีที่เกี่ยวกับ "รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร" อาจจะไม่ต่างจาก 3 คดีใหญ่ คือ "ไม่มีใครติดคุกจริง"
และต้องยอมรับว่าการตัดสินคดีที่ผ่านมาส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองในแง่บวก!
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้แสดงความเห็นต่อคำตัดสินคดีว่า คำพิพากษาถือว่ายอมรับได้ พร้อมยกตัวอย่างคำพิพากษาคดีเขาพระวิหาร ที่ทั้ง "นพดล ปัทมะ" และ "สมัคร สุนทรเวช" มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ขณะที่ "นพดล" แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกับมติของ ป.ป.ช.โดยเห็นว่า การตัดสินไม่เป็นธรรม เป็นการตัดสินโดยให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานจากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกับอดีต นายกฯ ทักษิณ
แต่ "คณะกรรมการ ป.ป.ช." ส่วนใหญ่เป็น "ผู้พิพากษา" ที่ชาวบ้านเชื่อว่า มีมาตรฐานการให้ความเป็นธรรม
โดยเฉพาะกรณีของ "สมัคร-นพดล" น่าจะทราบว่าการไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาหมิ่นเหม่ต่อการทำผิด
ในคำพิพากษา ยังระบุว่า การลงนามดังกล่าวเกิดความแตกแยกทางด้านความคิดของคนในสังคมทั้งสองประเทศ
และมีหลักฐานในสำนวนที่แสดงว่า "นพดล" ดำเนินการในลักษณะปิดบังอำพราง มีมูลเหตุจูงใจอย่างอื่นแอบแฝง เห็นได้จากการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2551 "นพดล" ได้เสนอต่อที่ประชุมว่า
"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อ่อนไหวต่อมวลชนทั้งในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ และประเทศกัมพูชา...ขอความกรุณาให้สภาความมั่นคงแห่งชาติถือเรื่องนี้เป็นความลับ และขอความกรุณาจากทุกหน่วยงาน ระวังการให้สัมภาษณ์ด้วย นอกจากนี้ในการเสนอเรื่องให้ ครม.ให้ความเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม ก็ได้เสนอว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นอย่างยิ่ง หากจะมีการแถลงต่อสื่อมวลชน ขอให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แถลง ซึ่งแสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง จะให้ฝ่ายบริหารดำเนินการได้ โดยปราศจากการตรวจสอบของรัฐสภาที่ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทย"
ขณะที่ "สมัคร" เป็นผู้ขอให้ "นพดล" ดำเนินการช่วยเหลือ "ฮุน เซน" ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2551 เป็นการนำผลประโยชน์ของชาติมาเป็นเครื่องมือหาเสียงของพรรคการเมืองต่างประเทศ การกระทำของ "สมัคร" ในฐานะผู้นำประเทศ จึงมีเจตนาร่วมกระทำความผิดใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เพียงแค่ยกคำพิพากษาบางส่วนมากล่าวก็น่าจะทำให้ "ผู้ถูกกล่าวหา" ยอมรับผลตัดสินโดยไม่มีข้อแม้



