กลับชาติมาเกิด? “พรรคหนุนประยุทธ์” กับผู้แทนในตำนาน
ก็เห็นกันอยู่ว่า ชักธงเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่ไก่โห่ กับ “พรรคประชาชนปฏิรูป” โดย ไพบูลย์ นิติตะวัน แต่พรรคนี้ก็ ทำให้นึกถึงพรรคหนึ่งในตำนานขึ้นมา!
ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เริ่มแต่งองค์ทรงเครื่องเป็น “นักการเมือง”
"วันนี้ต้องเป็นคนของประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม หรือจะเป็นอะไรที่ทุกคนอย่างตั้งให้ ผมเป็นได้หมด"
ว่ากันว่า เหตุที่ “ลุงตู่” ออกมาเปรยตามสายลมว่า ตนเป็นนักการเมือง ไม่ใช่ทหารแล้ว ก็เป็นการเปิดทางสำหรับพรรคการเมืองใหม่ที่จะสนับสนุนหัวหน้า คสช.ในอนาคต ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นพรรคใด
ที่แน่ๆ ชักธงเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตั้งแต่ปีที่แล้วคือ “พรรคประชาชนปฏิรูป” ที่นำโดย ไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
อุดมการณ์ของประชาชนปฏิรูปคือ ต้องการทำให้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือของประชาชน ซึ่งผู้ร่วมสนใจมาจัดตั้งพรรคนั้น ล้วนเป็นผู้มีจิตสาธารณะ ต้องการมาร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองให้เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ทำประโยชน์ เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อตัวเองหรือพวกพ้อง ร่วมกันทำการปฏิรูปต่างๆ เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมในสังคม
นโยบายเฉพาะหน้าของพรรคที่ไม่ได้เขียนไว้ แต่ “ไพบูลย์” ประกาศเปรี้ยงๆ ว่า จะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
เมื่อเห็นหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปออกมาเคลื่อนไหวเชียร์ นายกฯ ประยุทธ์ สุดลิ่มทิ่มประตู ทำให้นึกถึง "พรรคสนับสนุนนโยบายเกรียงศักดิ์"
พรรคการเมืองชื่อประหลาดๆ ก่อตั้งเมื่อปี 2522 โดยอดีต ส.ส.กลุ่มหนึ่ง และส่งสมาชิกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ปรากฏว่า ได้ ส.ส.มา 1 คนคือ “ญาติ ไหวดี” เขต 2 จ.สุรินทร์
หลังเลือกตั้ง 22 เม.ย.2522 พรรคนี้ตัวกับพรรคสยามปฏิรูป และ ส.ส. ไม่สังกัดพรรค อีก 6 คน ก่อตั้งกลุ่มการเมืองใหม่ในนาม “กลุ่มสยามปฏิรูปสนับสนุนนโยบายเกรียงศักดิ์โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น” เพื่อโหวตสนับสนุน พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ถามว่า “ญาติ ไหวดี” คือใคร? คำตอบ ท่านเป็นครูเก่า เคยได้รับตำแหน่งศึกษาธิการอำเภอกลันทบุรี จ.พิบูลสงคราม (ปัจจุบันคือ จ.เสียมเรียบ ,จ.อุดรมีชัย และจ.บันเตียเมียนเจย) สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
วันที่ 5 ส.ค.2489 มีการเลือกตั้ง ส.ส.เพิ่มเติม 47 จังหวัด จำนวน 82 คน ตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2489 และในนี้มีสนามเลือกตั้ง จ.พระตะบอง และ จ.พิบูลสงคราม (ดินแดนส่วนนี้เคยตกเป็นของสยามประเทศ)
ครูญาติ ไหวดี จึงสมัคร ส.ส.ในเขต จ.พิบูลสงคราม โดยมีหัวคะแนนเป็นข้าราชการที่ไปจาก จ.สุรินทร์ จึงทำให้ครูญาติได้รับเลือกตั้ง ส.ส.คนแรกและคนสุดท้ายของ จ.พิบูลสงคราม เพราะไทยต้องคืนดินแดนส่วนนี้ให้กัมพูชาในเวลาต่อมา
ปี 2495 มีการเลือกตั้ง ส.ส. “ญาติ ไหวดี” ได้เป็น ส.ส.สุรินทร์ เป็นหนแรก จึงได้รับการบันทึกไว้ในตำนานการเมืองว่า “นักการเมือง 2 แผ่นดิน”
เลือกตั้งปี 2500/1 ครูญาติ ลงสนามในนามพรรคเสรีมนังคศิลา ได้เป็น ส.ส.สุรินทร์สมัยที่ 2 และเลือกตั้งปี 2500/2 ก็เป็น ส.ส.สมัยที่ 3 ในนามพรรคสหภูมิ เมื่อมีเลือกตั้งปี 2512 ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 4 ในสังกัดพรรคสหประชาไทย
ปี 2517 ครูญาติ ตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคสังคมก้าวหน้า” ตามกระแสประชาธิปไตยเบ่งบานหลัง 14 ตุลา โดยมีคำขวัญของพรรคคือ “บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคม” แต่การเลือกตั้งปี 2518 ครูญาติสอบตก
ปี 2519 นักการเมืองอาวุโสไม่ยอมตายคาสนาม จึงกลับมาเป็น ส.ส.อีกสมัยในนามพรรคสังคมก้าว ก่อนจะย้ายไปตั้งพรรคสนับสนุนนโยบายเกรียงศักดิ์ และได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 6
การเลือกตั้งปี 2529 เป็นปีสุดท้ายในสมรภูมิการเมืองของญาติ โดยผู้อาวุโสลงสมัครในนามพรรคชาติประชาธิปัตย์ ผลคือสอบตก ได้มา 4 พันคะแนน ชาวสุรินทร์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ครูญาติแก่แล้ว” พอเถอะ
นี่คือตำนานนักเลือกตั้งที่ประกาศตัวสนับสนุน “นักการเมือง” ที่มาจากการทำรัฐประหาร และ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” กำลังดำเนินตามรอย “ญาติ ไหวดี”



