ไหงลงท้ายที่ “ทำเกินกว่าเหตุ” ไม่ใช่ พี่เสก ทำไม่ได้นะเนี่ย!
ถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มสับสนกันไปใหญ่ คนติดตามที่ฟังผ่านๆ อาจกำลังเคลิ้มไหล จนหลงลืมไป ว่าคดีความของพี่เสกไปถึงไหน ทำไมพาดหัวสื่อทั่วไปมีแต่ด่าตำรวจ!
อ๊ะอ๊ะ ข่าวพี่เสกโลโซ ที่แรงไม่เบา มาสู่ข่าวการเด้งนายตำรวจในวงเหล้า พวกเราลืมอะไรกันไปหรือไม่?
เท้าความเบาๆ ว่า เรื่องแรงๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งทางการกำลังดำเนินการทางกฎหมายกับพี่เสก หรือ นายเสกสรร ศุขพิมาย อยู่นั้น
แปลกใจกันมั้ยว่า ทำไมเรื่องแรกยังไม่ทันจบ พอได้รับการประกันตัวออกมา พี่แกก็ตบต่อด้วยเรื่องสอง และเรื่องสาม
เรื่องที่สองคือ การที่พี่เสกได้โพสต์ภาพของคล้ายกับงานเลี้ยง โดยระบุว่า “ผกก.รังสรรค์ สารวัตรธี สจ.แทน เป็นตัวแทนตำรวจนครฯ มาสังสรรค์ตามประสาพี่น้องกัน ร้านอีสานบ้านสวน” จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม
ไปๆ มาๆ ก็ลุกลามบานปลาย ร้อนมาถึงผู้การเมืองคอน พลตำรวจตรีวันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ที่ต้องมีคำสั่งย้ายด่วน พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีฯ และ พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป.สภ.เมืองนครศรีฯ ไปประจำ ศปก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จนกว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจะเสร็จ
แต่ล่าสุด พี่เสกออกอาการประมาณว่า “ทนไม่ไหวแล้ว” ลุกขึ้นมาโพสต์คลิป ขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวนี้เอง!! ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. ผ่านมา
ทั้งนี้ ตอนต้นของคลิป ได้พาไปชมประตูห้องนอน ซึ่งโดนทุบพังในวันที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมตัวเขาถึงที่บ้าน อันนี้บรรดาแฟจเพจก็เข้าถล่มการทำงานของเจ้าหน้าที่กันยกใหญ่
จากนั้น จัดต่อด้วยการชี้แจงเล่าเรื่องราว บอกเล่าถึงความสัมพันธ์กับนายตำรวจที่โดนสั่งย้าย (พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ และพ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย) โดยแรกเริ่มก็บอกเห็นใจว่า
“ก็ต้องบอกว่าด้วยความเห็นใจนะครับ แต่จะบอกว่า ไม่รู้จักกันนะไม่ได้ เพราะรู้จักกันจริงๆ คุณรังสรรค์กับผมไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน รู้จักกันและได้คุยกันเลย เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ก็คือก่อนที่ผมจะมากรุงเทพมหานคร เดินทางจากนครศรีธรรมราชมา”
“จากนั้นผู้กำกับรังสรรค์ ก็มารับตัวผมที่ สน.คันนายาว คุณรังสรรค์เป็นคนดีนะครับ ผมจะบอกอย่างนี้ เป็นคนดี เป็นคนน่ารักมาก ไม่ได้เรียนจบนักเรียนนายร้อยตำรวจ เรียนจบที่ นิติศาสตร์ รามคำแหง ด้านกฎหมาย แล้วก็ไปสอบเป็นตำรวจ ถือว่าเป็นตำรวจที่ดีคนหนึ่ง พูดจาฉะฉาน มีน้ำใจ”
“ผมก็บอกตำรวจทุกคนที่ดูแลผม มารับตัวผมจากคันนายาวไปที่ นครศรีธรรมราช บอกว่าเดี๋ยวเสร็จงานนี้ผมจะเลี้ยงข้าวนะ รู้สึกว่าเขามีน้ำใจ ตั้งแต่มารับแล้วก็มาส่งที่สถานีตำรวจที่นครศรีธรรมราช ที่ทำงานของผู้การวันไชย พี่วันไชยก็ทำหน้าที่ของคุณวันไชยได้ดี ก็ไปขอโทษขอโพยกัน"
จากนั้นพี่เสกก็เอ่ยนามนายตำรวจระดับสูง ว่าได้มีการพูดคุยกันเป็นอย่างดี เกี่ยวกับเรื่องคดีของตน
แล้วเล่าต่อว่า หลังจากประกันตัวเสร็จ ตนก็ไปที่โรงแรมทวินโลตัส ซึ่งดูแลโดยสารวัตรธี (พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย) ว่า
“เจ้าธีเป็นน้องผม เป็นน้องไปที่ไปนครฯ ทีไรก็ต้องดูแล เขาก็จัดห้องให้ผมที่ทวินโลตัส ก็ต้องขอบคุณด้วย”
แล้วพี่เสกก็แจงว่า หลังจากนั้นก็ได้นักเลี้ยงข้าวกันปกติ อย่าว่าเป็นการติดสินบนอะไรเลย ตนนั้นทำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ!!
เอาเท่านี้ หลายคนที่ฟังพี่เสกแจง ก็ชักจะงงๆ มึนๆ ว่าเอาเข้าจริงๆ พี่เสกมาเคลียร์ หรือมาขยายความกันแน่!! เพราะในทางหนึ่งบอกว่าไม่มีอะไร แต่ทางหนึ่งก็บอกเล่าความสัมพันธ์ว่าดูแลเกื้อหนุนกันมาอย่างดี
แถมตบท้ายด้วยการอ้างพาดหัวที่ระบุว่า “เจ้าของร้านบังเอิญชวน (นายตำรวจ) มาร่วมโต๊ะ” แต่พี่เสกบอกว่าไม่ใช่ ตั้งใจกินกันเลย เพราะรู้จักกันดี ทั้งนายตำรวจ และเจ้าของร้าน (ฮา)
แล้วก็ยังอ้างชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ บรรดาคนสำคัญของพื้นที่อีกหลายคน ประมาณว่า การสังสรรค์ในวันนั้นรับรู้กันหมด ไม่ได้มั่ว!!
ยิ่งมาฟังคำแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันเดียวกันที่สื่อมากันครบ พี่เสกเปิดบ้านแถลง แต่ฟังไปฟังมาก็ชัดเลยว่า พี่เสกกำลังหันลำกล้องสื่อ ไปเพ่งเล็งไปที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในท่วงทำนองว่า "ทำเกินกว่าเหตุ!" มาเป็นเรื่องที่สามหรือเปล่า!
โดยเริ่มจากเแจงเหตุการณ์ในเรื่องยิงปืนขึ้นฟ้าว่า ตนนั้นแค่ยิงแก้บน แต่ก็ยอมรับว่าทำผิดกฎหมาย ส่วนที่ขัดขืนการจับกุมเมื่อเจ้าหน้าที่มาที่บ้านพักในกรุงเทพ เพราะต้องการขอเคลียร์ทนาย และขอไปเล่นคอนเสิร์ตตามนัดไว้ก่อน จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ไปเอาหมายค้นมาให้ดู
ปรากกฏว่า ภายใน 1 ชม. เมื่อหมายค้นมา แต่ตนเองก็ยังก็แปลกใจในความรวดเร็ว และแถมเป็นวันอาทิตย์อีกด้วย
ที่สำคัญ คือเมื่อตนขอดูหมายค้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอม จนกระทั่งตำรวจได้บุกพังประตูเข้าไปจับตน
อย่างไรก็ดี เสก โลโซไม่ได้ตอบคำถามว่า วันนั้นตนมีการขึ้นลำปืนหรือเปล่า แต่อ้างว่าตนเองมีสิทธิ์ที่จะป้องกันตนเองในบ้านของตน
ส่วนเรื่องยาเสพติด เสกแจงว่าไม่มียาหรืออุปกรณ์เสพยาในบ้านเลย แต่ขอให้ไปยืนยันกับชั้นศาล เพราะตนนั้นสงสัยผลตรวจปัสสาวะว่าไม่ชอบมาพากล ก็จะสู้กันต่อไปในมุมนี้
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ พี่เสกเลยขอตั้งคำถามไปที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า “ทำเกินกว่าเหตุ” หรือไม่
ถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มสับสนกันไปใหญ่ แต่เชื่อว่าเพียงเท่านี้ คนติดตามที่ฟังผ่านๆ อาจกำลังเคลิ้มไหล จนหลงลืมไป ว่าคดีความของพี่เสกไปถึงไหน ทำไมพาดหัวสื่อทั่วไปมีแต่เรื่องด่าตำรวจ!
แถมในคลิปของพี่เสกทั้งเช้า ทั้งบ่าย ฟังแล้วมันแหม่งๆ พิกล!
เลยต้องออกมาย้ำเตือนอีกสักหนว่า ต้นเรื่องนี้ทั้งหมดมาจากเหตุการณ์กระหน่ำยิงปืนขึ้นฟ้าเกือบหมดแม๊กกาซีน กลางลานวัดเขาขุนพนม พื้นที่สภ. พรหมคีรี จ. นครศรีธรรมราช จนเจอข้อหาไปหลายกระบุง
ทั้งมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดย ไม่ได้รับอนุญาต! พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร! และไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
มาไกลอีกกว่านั้น คือ ผลตรวจปัสสาวะที่ออกมาเป็นสีม่วง!! ซึ่งสถาบันนิติเวชรายงานว่าามีสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทยาไอซ์ หรือยาบ้า และสารเอ็มดีเอ็มเอที่อยู่กลุ่มประเภทยาอี!
โดยทั้งหมดนี้ มีการนัดหมายให้พี่เสกเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สน. คันนายาว ในวันที่ 12 ม.ค. ที่จะถึงนี้
เรากลับมาว่ากันที่ประเด็นเหล่านี้กันดีกว่ามั้ย! อย่าไหลออกทะเลไปไกลกว่านี้!
//////////////////
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุค Sek Loso



