ครูพลาม เป็นไรมากมั้ย? สังคมถามมาว่าอย่างนี้!!
บิงโก!! โดนเป้าตรงเผง วันนี้ ยอดวิว ในเฟซบุคของเขามาเพียบ จะกดไลค์ กดโกรธ กดฮา เอาหมด!!! ที่เด็ดกว่าคือสื่อมวลชนพากันลงข่าวกันพรึ่บ!!
ตอนนี้จะออกมาพูดอะไรก็คงไม่ทัน เพราะอารมณ์ของคนไทยส่วนใหญ่ไปไกลมากแล้ว!
กับข่าว ครูพลาม ออกมาเหน็บตูน และสื่อมวลชน ว่าทำสังคมสับสน และ ตูนก็อย่าเป็นพระเอกคนเดียว!
เท้าความอีกที คือ หลังจากปรากฏการณ์ที่ ตูน บอดี้แสลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย ได้ออกวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว ที่สามารถวิ่งจบ เป็นระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร จาก อ.เบตง จ.ยะลา ไป อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อระดมทุนหารายได้ช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
เรื่องราวก็ดูน่าจะแฮปปี้เอนดิ้ง จบลงด้วยดี แต่แล้วอยู่ๆ วันที่ 6 ม.ค.61 ที่ผ่านมา มีข่าวนำเสนอเรื่องหนึ่งอย่างครึกโครม!
คือ การโพสต์เฟซบุคของ ครูพลาม พรมจำปา อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษ ผู้พิชิตภารกิจวิ่งหาสันติ จาก แม่สาย-เบตง คนแรกของประเทศไทย
โดยข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Plam Promjumpa นั้น มีว่า
“สังคมอยากรู้จริงๆอย่าให้สังคมสับสนเข้าใจผิด ตูนจะตอบสังคมว่ากระไรกับคนที่เคยวิ่งมาก่อนเขาถึง 2 คนแบบนี้ 1.นายไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร ปี 2529 วิ่ง 60 วัน เบตง-แม่สาย 2.นายพลาม พรมจำปา ปี 2548 วิ่ง 42 วัน แม่สาย-เบตง และ ปี 2558 วิ่ง 52 วัน เบตง-ศิริราศ-หนองคาย-แม่สา 3.นายอาทิวราห์ คงมาลัย ปี 2560 วิ่ง 55 วัน เบตง-แม่สาย”
“...อย่าเป็นพระเอกคนเดียวสังคมอยากจะรู้มีอะไรอยู่ในใจ ยังมีโอกาสออกตัวแบบพระเอกได้ อย่าชี้นำให้สังคมมองคนอื่นเป็นตัวร้ายเลยครับ มิน่าวันที่เข้าเส้นชัยที่แม่สาย 25 ธ.ค.2560 ผมไปรอแสดงความยินดีด้วย ทีมงานก้าวคนละก้าวจึงมาล็อกตัวขอร้องให้ผมอยู่ห่างๆ ตูนคงไม่ต้องอธิบายผมให้เกียรติคนอื่นเสมอแต่คนอื่นก็ควรให้เกียรติผมด้วย..”
ลงชื่อ “พลาม พรมจำปา นักวิ่งในตำนาน”
คนไทยอ่านโพสตนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนเงิบไปสองสามวินาที ก่อนจะกลายเป็นกระแส “แชร์แล้วด่าต่อ” กันอย่างกว้างขวางในวันเสาร์ที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้ ว่าครูพลามเกิดเป็นอะไรขึ้นมา?
โดยเฉพาะในโพสต์ต้นฉบับที่หลายคนเข้ามาต่อว่าผู้โพสต์อย่างไม่เกรงใจ และใช้คำพูดแรงๆ
คัดมาแต่ที่ออกอากาศได้ เช่น "...มันวิ่งคนล่ะอย่างกันคนนึ่งวิ่งเพื่อสถิติอีกคนวิ่งเพื่อการกุศล...”
“...อยู่เงียบๆ เท่ห์กว่าเยอะนะลุง พูดให้คนด่าทำไม...”
“... ไม่ได้สนใจว่าใครจะได้หน้า ได้หลังหรอกนะ เเต่สนใจเเค่ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้คือใคร มากกว่า...”
บางคนเอาภาพใบประกาศการวิ่งของตูน คนแรกจากเบตงถึงแม่สายอย่างเป็นทางการมาโชว์ว่า เนี่ย...บันทึกสถิติด้วยมาตรฐานสากลนะคะ..ลุง!!
แต่ในที่สุด คนต้นเรื่อง หรือ ครูพลาม ก็ออกมาตอบกลับกระแสสังคมในช่วงวันที่ 7 ม.ค. ว่า
“...ขอบคุณนักวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลาย ขอโทษทีมันอาจแรงไปสำหรับความจริง เจตนาก็แค่ยึดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ผมรู้สึกสบายใจไม่มีไรต้องกังวลลูกผู้ชายขอกันกินมากกว่านี้”
แต่ที่เด็ดสุด คือโพสต์นี้
“ยังไม่ได้เปิดบัญชีเลย มีคนติดต่อขอบริจาคมามากมาย ต้องขอบคุณทุกคนที่ก่นด่ามา...นับว่าเป็นกุศล ผลบุญร่วมกันพี่น้องให้ครบเดือนนะจ๊ะ”
ป๊าด....งานนี้ใครเงิบ!!! เพราะเอาเข้าจริงๆ คนไทยส่วนใหญ่ ยังไม่รู้กันเท่าไหร่เลยว่า ช่วงวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมาหลังพี่ตูนวิ่งจบในวันที่ 25 ธ.ค. มีข่าวว่ามีบุคคลผู้หนึ่งขอลุกขึ้นมาวิ่งบ้าง
โดยเป็นเขานั่นแหละ “พลาม พรมจำปา” ที่ออกมาเปิดตำนาน “วิ่งอีกครั้ง” เพื่อจะบอกสังคมว่า “เขานั้นเคยทำสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้”
สำหรับการวิ่งอีกครั้งของเขา คือตั้งเป้า 40 วัน “แม่สาย-เบตง” แถมเพิ่มเติมคือโซ่ 7 กก. เพื่อรณรงค์ให้สนใจสันติภาพใต้
แต่ตอนนั้นอารมณ์ไม่ใช่แบบตอนนี้ คือ
“มีสัญญาใจไว้ ณ ที่นี่อีกครั้งแม่สายดินแดนแห่งมนต์ขลังจุดเริ่มต้นไปยังจุดสิ้นสุดที่เบตง หลักฐานเดิมเว้นแต่ครั้งนี้ต่างจากเดิมคือข้อเท้ามีโซ่น้ำหนักรวม 7 ก.ก เพิ่มเป็นภาระเท่านั้นผมเคยทำสำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง”
แต่อย่างว่า ข่าวดี สังคมไทยไม่ชอบ เพราะตอนนั้นมีคนไทยชื่นชมอยู่ในโลกออนไลน์ กดไลค์อยู่แพ๊บเดียว แล้วเงียบไป
ท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไรกรีดร้องในฤดูหนาว บางคนถามว่า สงสัยครูพลามอาจนึกกิมมิคอะไรขึ้นมาได้!!
เลยต้องทำอะไรแรงๆ ตาม “จริต” คนไทยที่ชอบเสพข่าวดราม่า ออกมาเป็นวาทกรรม “ตูนอย่าเป็นพระเอกคนเดียว!!”
บิงโก!! โดนเป้าตรงเผง วันนี้ ยอดวิว ในเฟซบุคของเขามาเพียบ จะกดไลค์ กดโกรธ กดฮา เอาหมด!!! ที่เด็ดกว่าคือสื่อมวลชนพากันลงข่าวกันพรึ่บ!!
เอ...หรือสังคมจะทำให้คนบางคนต้องกลายเป็น “ผู้ร้าย” ไปแล้วจริงๆ เพราะจากตอนแรก ยอมรับเลยว่าข่าวครูพลามน่ะ...เงียบจริงไรจริง! ทั้งที่ก็ “ทำดี” เหมือนกันนะ
แต่โลกออนไลน์ ยิ่งกว่าไฟ ถึงตรงนี้อดคิดไมได้ ว่า พอครูพลาม แกลุกขึ้นมาจะขอเป็นพระเอกบ้าง เจอสังคมไทยตีกลับมาแบบนี้ “พระรอง” ยังเป็นไม่ได้เลย!
ว่าแต่ เจ้าตัวจะสน จะแคร์กันมั้ย ลองกลับไปอ่าน โพสต์ล่าสุดของเขากันดู
“ในวิกฤติก็มีโอกาสถูกล่มยับทั้งคืน
แต่ @faceเพิ่ม 361 (หมายถึง Add friends) คนตอนนี้ก็ยังไหลไม่หยุดแสดงว่าในคนชังก็มีคนรักอยู่ ต้องขอบพระคุณที่เข้าใจที่ผมสื่อสารออกไป #ความจริงก็คือความจริง# กำลังใจผมไม่มีถดถอยแต่อย่างใดตรงกันข้าม พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้ จากเหตุผลที่ด่า 4 ประการ 1.อิจฉา 2.อยากดัง 3.ไม่มีราคา 4.โง่เขลา
“แต่มันไม่ใช่มันมีอะไรมากไปกว่านั้นมันเป็นขบวนการซ่อนอยู่เบื้องหลังหลอกสังคมไม่ได้นานหรอกนะจ๊ะ ไม่เป็นไรสีทนได้อุดมการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลง“ ภารกิจอยู่เหนือสิ่งอื่นใดแม้ชีวิต”
วันนี้ พลาม พรมจำปา จากนักวิ่งในตำนาน เลยกลายเป็น “ผู้ฝ่าวิกฤติ” ไปแล้วจ้า
ปล. ตอนนี้ หลายคนคงเข้าไปโพสต์ต้นฉบับไม่ทันแล้ว เพราะช่วงเที่ยงของวันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ครูพลามตั้งค่าเฉพาะเพื่อนเฟซบุคแล้ว แปลว่า จะอ่านจะรู้เรื่องพี่ ต้องขอเพิ่มเพื่อนนะจ๊ะ!!
//////////////////////
ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุค Plam Promjumpa



