
รวบโชว์เฟอร์แท็กซี่ผันตัวเป็นเอเย่นค้ายา
สายตรวจประเวศ โชว์ไหวพริบรวบโชเฟอร์แท็กซี่ผันตัวเองเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า ขณะตั้งด่านตรวจ ถ.กรุงเทพฯกรีฑา ผบช.น.ชมมีจิตวิญญาณตำรวจ ในการทำหน้าที่ควักแจก 5 พัน เป็นขวัญกำลังใจ
(29ก.ย.) เวลา 11.30 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงผล ด.ต.บรรเจิด จาบกัน และ ส.ต.อ.สมศักดิ์ พิชัยยุทธ์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ประเวศ พร้อมพวกจับกุมนายเอกชัย พันพิพัฒน์ อายุ 40 ปี อยู่ที่ 6 ซ.รามคำแหง 39 (เทพลีลา1) แขวง-เขตวังทองกลาง กทม. พร้อมยาบ้า 38,000 เม็ด เงินสด 7,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์นิสสัน รุ่นเซฟิโร สีเทาดำ ทะเบียน กข-3159 มหาสารคาม และรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชม-1318 กรุงเทพมหานคร ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
ผบช.น.กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 28 กันยายน เวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตั้งจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัยบนถนนกรุงเทพกรีฑา พบรถยนต์นิสสัน และรถโตโยต้า จอดอยู่ริมถนนกรุงเทพกรีฑา ซอย 8 แยก 12 ใกล้โรงเรียนอนุบาลทับแก้ว คนนั่งมีท่าทีพิรุธจึงขอตรวจค้นแต่ระหว่างนั้นนายนเรนทร์ มะขังหลง หรือเอก อายุ 22 ปีคนร้ายที่หลบหนีไปได้อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนวิ่งลงจากรถโตโยต้าไปขึ้นรถยนต์นิสสันอีกคันที่จอดอยู่ใกล้ๆ ขับหลบไปออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนนายเอกชัยซึ่งขับรถโตโยต้าวีออสถูกจับกุมตัวได้ในที่สุดพร้อมของกลางยาบ้าทั้งหมดที่เตรียมนำมาส่งให้ลูกค้า การจับกุมครั้งนี้นับเป็นความภาคภูมิใจในวงการตำรวจที่ผู้จับกุมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สายตรวจทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีจิตวิญญาณการเป็นตำรวจที่แท้จริงในการรับใช้สังคม สมควรที่จะเอาเยี่ยงอย่างจึงมอบเงินรางวัลให้ ด.ต.บรรเจิด และส.ต.อ.สมศักดิ์ รายละ 5 พันบาทเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่ต่อไป
นายเอกชัย รับสารภาพว่า ส่งยาบ้ามา 2-3 ครั้งได้ค่าจ้างครั้งละ 25,000 -50,000 บาทแต่ละครั้งจะมีคนโทรมาบอกให้นำของไปส่งที่นั้นที่นี่นำเงินที่ได้มาใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว โดยก่อนหน้านี้มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างมานานกว่า 3 ปีมีรายได้วันละ 200-300 บาทไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในบ้านประกอบกับมีปัญหาต้องใช้เงินจึงตัดสินใจทำโดยเพื่อนชักชวนบอกว่ารายได้ดีจนมาถูกจับกุมรู้สึกเสียใจและสำนึกผิดและขอยืนยันหากพ้นโทษออกมาแล้วจะไม่หวนกลับไปทำอีกเด็ดขาด
ด้าน ด.ต.บรรเจิด กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการตรวจจับผู้ต้องหาลักลอบส่งยาบ้าบ่อยครั้งแต่จำนวนไม่มาก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมยาบ้าล็อตใหญ่ เหตุที่มีการแพร่ระบาดและส่งยากันมากในพื้นที่ สน.ประเวศ เพราะเป็นพื้นที่กว้างมีรอยต่อเชื่อมพื้นที่ สน.บางชัน สน.อุดมสุข มีเส้นทางหลบหนีหลายเส้นทาง คนร้ายมักใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ในการรับส่งยาเพราะง่ายต่อการหลบหนี หากสามารถเล็ดลอดจากด่านตรวจไปได้ก็สามารถใช้ความเร็วได้มากยากต่อตามติดตาม ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการตั้งด่านตรวจและเจ้าหน้าที่สายตรวจที่นี่ต้องใช้ความรอบคอบและสังเกตการณ์เป็นพิเศษซึ่งการทำหน้าที่ตั้งด่านตรวจแต่ละครั้งผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำเป็นพิเศษ



