
เช็คโรดแม็พ เลือกตั้ง
ตรวจงาน "ถนน" สู่การเลือกตั้ง คืบหน้าไปถึงไหน ยังมีปลายทางอยู่ที่เวลาเดิมหรือไม่
ย้ำความจำกันอีกครั้งสำหรับ โรดแม็พเลือกตั้ง ตามที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัญญาไว้ คือ จะประกาศวันเลือกตั้ง ภายในเดือนมิถุนายน 2561 จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกันจะจัดให้มีการเลือกตั้ง
หากนับเวลาตามปฏิทิน จะมีเวลานับจากนี้อีก 7 เดือน จะถึงวันประกาศวันเลือกตั้ง และมีเวลาอีก 12 เดือน การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะเกิดขึ้น
แต่กว่าจะถึงวันนั้น มีสิ่งที่ต้องขยายให้เห็นว่า “โรดแม็พการเลือกตั้ง” จะเป็นของจริงหรือไม่
อันดับแรก คือ การจัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) จำนวน 4 ฉบับ ที่เป็นเงื่อนไขของการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. คือ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่ง 2 ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 และ 8 ตุลาคม 2560 ตามลำดับ, ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งทั้ง 2 ฉบับอยู่ระหว่างจัดทำโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
ซึ่งมีกำหนดส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ตามขั้นตอนตรากฎหมาย 2 ฉบับนั้นต้องเสร็จ ภายใน 60 วัน หรือประมาณปลายเดือนมกราคม 2561 และตามขั้นตอนกรณีไม่มีข้อติดขัดจะใช้เวลาอีก 115 วัน หรือช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 พ.ร.ป.ส.ส. และ พ.ร.ป.ส.ว. จะมีผลบังคับใช้ และจะจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 150 หรือ 5 เดือนนับจากช่วงเวลานั้น
แต่หากมีข้อติดขัด ทั้งการตีตกร่าง พ.ร.ป.ฉบับใดฉบับหนึ่งของ สนช. หรือภายหลัง สนช.ทำเสร็จ มีมือดียื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระยะเวลาตามขั้นตอนปกติ ต้องยืดออกไป
อันดับสองคือ การเตรียมพร้อมของพรรคการเมือง และการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ทั้ง การเช็กจำนวน, ความมีอยู่จริงของสมาชิกพรรค ที่ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้น การจัดหาสมาชิกให้แก่พรรคที่ตอนนี้มีไม่ถึง 500 คน, การจัดประชุมใหญ่, แก้ไขข้อบังคับ, จัดตั้งสาขาพรรค, ตัวแทนจังหวัด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดมีระยะเวลากำหนดไว้ ที่น้อยสุด คือ 90 วัน เป็นส่วนที่ยาก และคาดว่าต้องใช้เวลามากพอสมควร คือ เรื่องเช็กจำนวนและคุณสมบัติของสมาชิกพรรค และ 180 วัน ว่าด้วยกระบวนการบริหารภายใน และ 1 ปี ว่าด้วยการเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองจากสมาชิก จำนวน 5,000 คน
หากจะนับเวลาที่สั้นที่สุด คือ 90 วันนับจากวันที่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองใช้ ขณะนี้ผ่านเวลาไปแล้ว 48 วัน ยังไม่มีพรรคการเมืองใดทำได้ เพราะติดล็อกของคำสั่ง คสช. ที่ห้ามทำกิจกรรมการเมืองและจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่
ขณะที่ พ.ร.ป.กกต. ซึ่งสัมพันธ์กับ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้นมีบทบัญญัติให้ “กกต.” ออกระเบียบและประกาศ จำนวน 8 ฉบับ เพื่อใช้เป็นกติกาให้พรรคการเมืองปฏิบัติ อาทิ ประกาศนายทะเบียน เรื่อง วิธีรายงานและดำเนินกิจการของพรรคการเมือง, ประกาศ กกต. เรื่องบัญชีรายชื่อพรรคและจังหวัด, ระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง ภายใน 60 วัน นับจากวันใช้บังคับของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งมีเดดไลน์วันที่ 6 ธันวาคมนี้ โดยการเตรียมตัวของ กกต.ขณะนี้คือ เตรียมส่งกติกาไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 27 พฤศจิกายน
ดังนั้น เมื่อกติกาทั้ง 8 ฉบับที่ กกต.มีผลบังคับใช้เท่ากับมีกติการองรับให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและพรรคที่เตรียมตั้งใหม่ เตรียมตัวได้ แต่ทำได้เพียงขั้นตอนธุรการ-ขั้นตอนทางเอกสารเท่านั้น !! ตราบใดที่ยังติดล็อกคำสั่งคสช. ที่ห้ามทำกิจกรรมการเมือง พรรคจะไม่สามารถปรับตัวจัดโครงสร้างทำกติกาใหม่ได้
ประเด็นนี้ ถือเป็นปัญหาไม่น้อย สำหรับพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองเกิดใหม่ เพราะหากเวลาล่วงเลย ไปจนครบ 90 วัน หรือ 5 มกราคม 2561 และพรรคยังไม่เตรียมตัวให้สอดรับกับกติกาใหม่ในทุกข้อ อาจส่งผลต่อการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และโยงไปประเด็นการสิ้นสภาพพรรคการเมืองได้ แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ความผิดของพรรคการเมือง ก็ตาม
อย่างไรก็ดี ตามกฎหมาย ยังเปิดช่องหายใจและเป็นทางรอดเดียวของ พรรคการเมือง คือ ให้ทำหนังสือขออนุญาตขยายเวลาตามจำเป็น ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง (เลขาฯ กกต.) ส่วนจะอนุญาตตามเวลาที่ขอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายทะเบียนพรรค ทั้งนี้ เงื่อนไขขอขยายเวลาไม่เกิน 3 ปีแต่ทั้งหมดต้องคำนวณเวลาให้ดี เพื่อให้ลงล็อกต่อการประกาศหรือจัดการเลือกตั้ง
คิดกันง่ายๆ คือ หาก พ.ร.ป. 4 ฉบับที่เป็นปัจจัยเลือกตั้ง มีผลบังคับใช้ครบถ้วน และไม่ติดปัญหาที่ต้องยืดเวลาออกไป คาดว่าจะอยู่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2561 จากนั้นอีก 150 วัน หรือราวปลายเดือนตุลาคมต่อต้นพฤศจิกายน 2561 การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น แต่ในชั้นนี้ต้องพิจารณาในชั้นเตรียมตัวของพรรคการเมืองควบคู่ไปด้วย
สาระสำคัญ จะอยู่ที่การจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนจังหวัด ที่จะเป็นปัจจัยเพื่อให้การเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารีโหวต) เกิดขึ้น พรรคถึงจะมีสิทธิ์ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ ตามเดดไลน์ที่ พ.ร.ป.พรรค กำหนด คือ 180 วัน หรือประมาณ 4 เมษายน 2561 หากพรรคทำไม่ทันต้องขยายเวลาออกไป
แต่การได้รับเวลาเพิ่ม จนเลยเดือนมิถุนายน 2561 ตามที่ “ประยุทธ์” บอกว่าจะประกาศวันเลือกตั้ง เท่ากับว่าพรรคการเมืองอาจมีปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง แม้จะรับอนุญาตให้ขยายเวลาจากนายทะเบียนพรรคก็ตาม
ดังนั้น หากโรดแม็พเลือกตั้ง แม้จะได้ยินจากปากนายกฯ และหัวหน้าคสช.แล้ว แต่ยังไม่มีคำมั่นที่ปฏิบัติได้จริง ตราบใดที่สถานการณ์ภายในประเทศที่มองเรื่องการกำกับและควบคุม ตามบทบาททางการทหารเป็นใหญ่มากกว่าการฟื้นคืนการปกครองตามครรลองประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
——
(คอลัมน์ขยายปมร้อน ทาง นสพ. คมชัดลึก โดย ขนิษฐา เทพจร)



