คอลัมนิสต์

เรื่องน่ายินดี

เรื่องน่ายินดี

15 พ.ย. 2560

เมื่อ นายกฯ ตัดสินใจถาม 6 คำถามเกี่ยวกับการสนับสนุนพรรคการเมือง ย่อมถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่จะเดินตามทางของระบอบประชาธิปไตย และจะน่ายินดียิ่งขึ้น ถ้า.....

นับเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อยที่ได้เห็น 6 คำถามของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งมีข้อใหญ่ใจความอยู่ที่คำถามโยนหิน ถามทางเรื่องการที่ “คสช.” หรือ “ทหาร” จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

ต้องบอกว่าการตั้งพรรคการเมือง หรือการสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ไม่ถือว่าผิดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการตั้งพรรคการเมืองหรือสนับสนุนพรรคการเมืองเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนตามระบอบประชาธิปไตย
 

เอาเข้าจริงแล้ว ไม่มีใครที่จะเป็นกลางทางการเมืองได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะการเมืองนั้นเป็นเรื่องของการแบ่งปันและจัดสรรผลประโยชน์ และเมื่อมนุษย์อยู่รวมกันเป็นสังคมย่อมต้องอยู่บนพื้นฐานการจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัว ผลประโยชน์เช่นว่ามีหลากหลายรูปแบบไม่จำกัดอยู่เฉพาะรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น
  

หลายคนที่บอกว่าไม่ได้เข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งก็อาจเป็นเพียงเพราะเขายังไม่ได้เจอพรรคการเมืองที่มีโยบาย หรือการจัดสรรอันสมประโยชน์กับเขานั่นเอง และวันหนึ่งเมื่อมีพรรคการเมืองที่ “สมประโยชน์” กับเขา คนผู้นั้นก็ย่อมสนับสนุน หรือวันใดวันหนึ่งที่เขาเห็นว่าไม่มีใครตอบสนองได้จริงๆ ก็อาจจะจัดตั้งพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองเพื่อสนองการจัดสรรอันถูกจริตของตัวเอง
 

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่พิลึกพิลั่นพอสมควรที่จะมาห้ามข้าราชการหรือใครก็ตามฝักใฝ่ทางการเมือง เพราะนั่นหมายความว่าสั่งให้เขาไม่ใส่ใจในผลประโยชน์ของตนเอง และสิ่งที่จะได้มาก็มีเพียงเปลือกนอกที่แสดงความไม่สนใจ ขณะที่เนื้อในนั้นอาจฝักใฝ่ หลงใหลและมีจริตทางการเมืองตรงกับกลุ่มขั้วการเมืองไม่กลุ่มใดก็กลุ่มหนึ่ง

สิ่งที่ควรจะเป็นคือ การยอมรับการมีส่วนร่วม และการรวมตัวในฐานะพรรคการเมือง แต่ต้องแบ่งแยกให้ออกว่าหน้าที่ที่ตนเองปฏิบัติอยู่นั้นมีขอบเขตในการทำงานอยู่แค่ไหน ต้องทำอย่างไรจึงจะไม่เอื้อ หรือไม่ขัดกลุ่มขั้วพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้าม  และทำอย่างไรที่จะสนับสนุนให้พรรคและแนวนโยบายที่ตัวเองสนับสนุนเข้าสู่อำนาจโดยชอบธรรม

เราจึงเห็นว่าเป็นเรื่องดี ที่ คสช.และทหารประกาศให้ชัดว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด เพื่อเมื่อเข้าสู่เวทีเลือกตั้งจะได้ตรวจสอบกันได้ง่ายๆ ว่า นโยบายที่นำเสนอมานั้นถูกจริต ถูกใจคนมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้จะได้ตรวจสอบกันได้ว่าการกระทำ หรือการสนับสนุนนั้นโปร่งใสหรือไม่

หรือการที่ คสช. ผู้ซึ่งประกาศตัวเป็นกรรมการ จะมีจุดยืนเมื่อสนับสนุนพรรคการเมืองเช่นไร จะทำให้การเมืองเป็นการเมืองที่เท่าเทียม หรือทำให้บางพรรคการเมืองมีความได้เปรียบเสียเปรียบอันเนื่องมาจากการกุมอำนาจสูงสุดของ คสช. หรือไม่

บางพรรคจะได้ออกสตาร์ทก่อนชาวบ้านหรือไม่ บางพรรคจะอาศัยความได้เปรียบจากการเป็นผู้คุมกติกา เริ่มทำคะแนนไปก่อนหรือไม่ ในขณะที่คนอื่นทำตาปริบๆ รอวันเสียงนกหวีดออกตัว ที่ยังไม่มาถึงเสียที แม้จะร้องขอครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังถูกดิส เครดิตไปเรื่อยๆ

การที่ทำเรื่องเหล่านี้ให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่ถูกสำหรับการก้าวไปสู่ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในอนาคต

นอกจากนี้จะดียิ่งขึ้นไปอีก หากใครที่ปรารถนาจะมีอำนาจทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง จะประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าจะผ่านพรรคการเมืองใดก็ตาม เพราะนั่นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการก้าวขึ้นสู่อำนาจ เพราะหากทำได้นั่นย่อมหมายถึงประชาชนได้รองรับอำนาจของพวกท่านอย่างชอบธรรม

ซ้ำหากดูผลงานที่ผ่านมาตามที่ถามไว้ในคำถาม 6 ข้อ ก็ไม่น่าที่จะกังวลใดๆ เพราะผลงานขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ประชาชนจะพิจารณา

และทุกอย่างจะเยี่ยมยอดหากพวกท่านเลือกเดินให้สุดทาง ถ้าจะลงเลือกตั้งก็ประกาศว่าจะลงเลือกตั้ง หรือไม่ลงเลือกตั้งเช่นที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกเอาไว้ พรรคที่ตั้งขึ้นและ คสช.สนับสนุน จะชูผู้ที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งหรือไม่ และเหล่าผู้มีอำนาจในทุกวันนี้จะยอมรับตำแหน่งนายกฯ ที่เสนอโดยพรรคการเมืองต่างๆ แม้จะไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่

เพราะเหล่านี้คือข้อมูลในการตัดสินใจของประชาชนที่จะเป็นผู้ไปใช้สิทธิ ในฐานะเจ้าของประเทศ และถึงเวลานั้น เราก็จะได้รู้จริงๆ ว่า ความต้องการของประชาชนเป็นอย่างไร เป็นอย่างที่มีคนบอกกับท่านมาตลอดหรือไม่

บางครั้งการเปิดหน้ายืดอกสู้ตามระบบก็มีศักดิ์ศรีดีกว่าแอบอยู่ข้างหลัง และคอยเก็บเกี่ยวกินผลประโยชน์
--------

(คอลัมน์ : ขยายปมร้อน) โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ