คอลัมนิสต์

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

26 ต.ค. 2560

แม่จะยากลำบาก แม้จะเหนื่อยยาก แต่ทุกคนก็พร้อมจะทำ เพื่อมาส่งเสด็จ "องค์ภูมิพล" เป็นครั้งสุดท้าย

วันนี้ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สถานที่จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะกลายเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ

ประชาชนจำนวนมาก หลั่งไหลเข้ามายังพื้นที่ เพื่อขอส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9เป็นครั้งสุดท้าย โดยคนจำนวนมากนั้นทยอยมาดุจสายน้ำ รอบทิศทางของพื้นที่จัดงาน ซึ่งในการเดินทาง ทั้งเดินด้วยเท้า หรือ ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ บริการฟรี เจ้าหน้าที่รัฐได้เตรียมพร้อมรองรับ การใช้บริการของคลื่นมหาประชาชน เพื่อให้การเดินทางของลูกพ่อหลวง รัชกาลที่9สู่สนามหลวงเป็นไปอย่างสะดวกที่สุด 

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

โดยเฉพาะการจัดรถประจำทางบริการรับ-ส่ง ฟรี จากหัวมุมเมือง เข้าสู่5จุดจอดใกล้กับพื้นที่พระราชพิธีฯ ได้แก่ จุด1แยกอรุณอมรินทร์, จุด2แยกวิสุทธิกษัตริย์, จุด3สนามม้านางเลิ้ง, จุด4.บ้านมนังคศิลา,และ จุด5แยกเมอร์รี่คิงส์ โดยทั้ง5จุดนั้นจะมีรถโดยสารบริการรับ และ ส่ง ใน21เส้นทาง ตลอด24ชั่วโมง ระหว่างวันที่25ถึง26ตุลาคม

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

สำหรับจุดบริการประชาชน นอกจากจะเป็นจุด รับ – ส่ง ประชาชนแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่จาก4หน่วยงานที่รวมแรงแข็งขันเพื่อให้บริการ ได้แก่ กรมทางหลวงชนบท, กรมขนส่งทางบก, องค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย การให้บริการหลัก คือ ให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางเดินเท้า จุดคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่สนามหลวง และ เส้นทางเดินรถเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา รองลงมาคือ บริการน้ำดื่ม, ยาดม, ยาอม และ พัดไว้สำหรับคลายร้อน

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

สำหรับจุดบริการ แยกเมอร์รี่คิงส์ หรือห้างเมก้าสะพานเหล็ก ย่านปากคลองตลาด เป็นจุดบริการ ที่มีระยะห่างจากสนามหลวง ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งประชาชนที่เดินทางโดยเส้นนี้ จะมาจากทางหัวลำโพง,สถานีขนส่งเอกมัย,วงเวียนใหญ่ และ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม2 ต่างทราบดีถึงระยะทาง แต่ด้วยความตั้งใจ ต่อให้ระยะเดินเท้าไกลแค่ไหน พวกเขาพร้อมก้าวเดินเพื่อให้ใกล้จุดส่งพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 แบบไม่ปริปากบ่น

กลุ่มประชาชนที่มาจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช–สุวรรณา ชูศรี วัย 45 ปี ที่ลงรถบริการฟรีแยกเมอร์รี่คิงส์ หลังจากเดินทางมาจากบ้านเกิดตั้งแต่คืนวันที่24ตุลาคม ที่เตรียมตัวและเตรียมใจแล้วว่า คงเป็นคนกลุ่มหลังที่เดินทางถึงสนามหลวง และอาจจะเข้าไม่ถึงจุดที่ประชาชนคอยชมริ้วขบวนพระบรมอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แต่เมื่อตั้งใจเดินทางแล้วจะไม่ยอมหยุด และจะขอก้าวเท้าให้ไปสู่จุดที่ใกล้เคียงที่สุด แม้ระหว่างทางจะเจอฝน เจอแดดร้อน หรือต้องนอนพักค้างกลางถนนก็ตาม

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

เช่นเดียวกับแม่ค้าจากจังหวัดสงขลา – ประสาน เนื่องแก้วที่หิ้วกระเป๋าซึ่งบรรจุของใช้ส่วนตัวและยาสามัญประจำบ้าน ตั้งใจค้างคืนบนถนนเพื่อรอร่วมงานพระราชพิธี และ ส่งพ่อหลวงสู่สวรรคาลัยด้วยความอาลัยรัก

“จุดนี้ ทราบว่าอยู่ไกลสนามหลวงพอสมควร แต่ป้าจะเดินเท้าไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักเพื่อสู่จุดหมายคือ สนามหลวง แม้ไม่มั่นใจว่าจะเข้าไปใกล้ได้แค่ไหน แต่หากเข้าไปถึง ขอแค่เข้าไปกราบถวายดอกไม้จันทน์ก็ยังดี” ประสาน กล่าวพร้อมแววตามุ่งมั่น

ขณะที่จุดบริการประชาชน  แยกอรุณอมรินทร์ ที่รอบริการประชาชนที่เดินทางมาจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต (บางใหญ่) ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศาลายา และ พุทธมณฑลสาย4พบว่าตั้งแต่ช่วงเวลาบริการ04.00น. มีประชาชนทยอยใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย และด้วยจุดบริการดังกล่าว อยู่ใกล้กับจุดคัดกรองประชาชนก่อนเข้าร่วมพระราชพิธีฯ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ทำให้การบริการและอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ต้องทำอย่างเข้มแข็ง และเพื่อให้ประชาชนเดินทางสู่พื้นที่สะดวกที่สุด

ทางด้านประชาชนที่ผ่านจุดบริการและจุดคัดกรอง ต่างให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย และอดทนรอเข้าพื้นที่ตามลำดับคิว แม้จะตระหนักดีว่า การเข้าสู่พื้นที่สนามหลวงช่วงเวลานั้น จะเป็นกลุ่มลำดับท้ายและโอกาสเข้าใกล้พื้นที่พระราชพิธีฯ แทบจะไม่มีแล้ว โดยยุวดี จันทรปลิน วัย 35 ปี ที่เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว จาก จ.สมุทรสาคร บอกถึงความตั้งใจเดิมว่าอยากเข้าชมริ้วขบวนพระบรมอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ให้ใกล้ที่สุด แต่นาทีนี้คงหมดหวังเพราะมีผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นจะได้เข้าไปอยู่จุดใดของพื้นที่จัดงานตนเองและครอบครัวก็พอใจ ทั้งนี้ตั้งใจจะปักหลักค้างคืนไปจนถึงวันที่26ตุลาคม อย่างไม่กลัวแดดร้อนหรือฝนตก

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

สำหรับความมุ่งมั่นของประชาชนที่ทยอยเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่ แม้จะต้องเดินเท้าเป็นระยะทางที่ไกลนั้น ทางด้านการให้บริการจากเจ้าหน้าที่ ก็ไม่ต่างกันกับความตั้งใจของประชาชนเหล่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างแข็งขัน ทั้ง5จุดบริการ ซึ่งเขาวางกำลังคนให้บริการกระจายไปทั้ง2ฝั่งถนน เพื่อตอบคำถามและบอกรายละเอียดเส้นทางให้กับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปยังจุดต่างๆ อย่างก้องพัฐสิษฐ์ ถิ่นมาบแค รักษาการผู้อำนวยการเขตเดินรถที่5จุดเมอร์รี่คิงส์ที่บอกกับทีมข่าวว่า ตั้งใจจะบริการประชาชนจนคนสุดท้ายจะเข้าสู่พื้นที่สนามหลวง รวมถึงคนสุดท้ายจากสนามหลวงที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหลังงานพระราชพิธีฯ แล้วเสร็จ เพราะถือเป็นความภูมิใจอันสูงสุดของชีวิต ที่ได้ทำหน้าที่ฐานะเป็นลูกของพ่อหลวง รัชกาลที่9

 

เช่นเดียวกันพนักงานขับรถ และ พนักงานเก็บค่าโดยสารที่ผันตัวเองเป็น ผู้ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนที่ใช้บริการชั่วคราว ที่ทุ่มแรงและกำลังกายบริการประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่ง“น.ส.เดือนพร ชนกคุณ พนักงานประจำรถโดยสารฟรี สายสนามม้านางเลิ้ง-สนามหลวง” เล่าว่าตนเข้าปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 04.00น.ของวันที่25ตุลาคม หน้าที่หลักคือบริการผู้โดยสารเรื่องข้อมูลและการเดินทาง ซึ่งการเข้าจุดจอดที่สนามหลวงนั้น ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากข้อมูลที่ประชาชนรับทราบจากข่าว เพราะเมื่อคนในพื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์หนาแน่น การจราจรต้องปรับ แต่ประชาชนที่ฟังคำอธิบายล้วนเข้าใจ จึงทำให้การบริการราบรื่น

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

“การทำงานช่วงงานพระราชพิธีฯ ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ถือเป็นความภูมิใจสูงสุด เพราะเราได้ทำงานรับใช้ในหลวง ในวันงานแน่นอนแล้วว่า คงไม่มีโอกาสเข้าถึงพื้นที่สนามหลวง จึงขอทำงานบริการประชาชนเพื่อให้พวกเขา ได้ทำความตั้งใจให้สำเร็จ” เดือนพรระบุ

สำหรับจุดบริการที่ สนามม้านางเลิ้ง นั้นผู้ที่เดินทางเข้าจุดส่วนใหญ่ เป็น ประชาชนที่เดินทางมาจากทางภาคเหนือ และภาคอีสาน และมาเป็นแบบหมู่คณะ แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่เดินทางมาตัวคนเดียว และยังไม่มีที่พักค้าง ด้วยความร่วมมือจากราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จึงเปิดพื้นที่ใต้อัฒจันทร์สนามแข่งม้า ให้ประชาชนเข้าพัก โดยไม่เสียค่าบริการ ซึ่งในช่วงเที่ยงของวันที่25ตุลาคม มีประชาชนทยอยลงชื่อเข้าพักบ้างแล้ว อย่างป้าประไพ ทรงศิริ ชาวจังหวัดภูเก็ต วัย65ปีพนักงานประจำร้านอาหาร ที่พยายามเก็บเงินค่าจ้างวันละ250บาทเพื่อซื้อตั๋วรถรถทัวร์จากภูเก็ตเข้าเมืองกรุงด้วยความตั้งใจกราบถวายดอกไม้จันทน์ จุดที่คิดว่ามีโอกาสจะเข้าถึงได้

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

“ป้าตั้งใจมาสนามหลวง ตั้งแต่เช้าที่ลงจากรถทัวร์ แต่ไปถึงคนเยอะมาก คิดว่าคงเข้าไม่ถึงแน่นอน จึงออกตามหาที่พักฟรี แต่พื้นที่วัดที่เขาให้พักใกล้สนามหลวง เต็มหมดแล้ว พอได้ฟังข่าวว่าที่สนามม้านางเลิ้งมีจุดพักฟรี จึงเดินทางมา แม้ที่นี่จะไม่มีเครื่องนอน ไม่มีหมอน หรือสิ่งของกันยุง แต่คิดว่าเราขอได้พักไม่กี่ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ส่วนวันที่26ตุลาคมนั้น จะเดินเท้าเข้าไปกราบถวายดอกไม้จันทน์ ทั้ง2รอบที่เขาเปิดให้ประชาชน ที่จุดใกล้เคียงกับสนามม้านางเลิ้ง” ป้าประไพ เล่าในความตั้งใจ

อย่างไรก็ดียังมีประชาชนอีกกลุ่มใหญ่ ที่เดินทางจากบ้านพัก เข้าสู่จุดสนามหลวง แม้ก่อนวันเดินทางจะเจออุปสรรคกับชีวิต อย่างครอบครัว “ช้างปรุ” จากอ.สัตหีบ ที่ “สุทธินันท์ ช้างปรุ” เล่าว่าก่อนวันเดินทางรถยนต์ที่บ้านเครื่องพัง แต่ที่บ้านไม่ละความตั้งใจ พยายามสอบถามคนรู้จักเพื่อขออาศัยเขาเข้าสนามหลวง และในที่สุดก็ได้มาตามความตั้งใจ

ขณะที่ครอบครัว “วจีสัตย์” จากจังหวัดปทุมธานี ที่ ผู้เป็นแม่ – อารายาพรรณ ได้พาลูกสาว วัย12ขวบ อย่าง เด็กหญิงรตนพรรณ เดินทางสู่พื้นที่สนามหลวงโดยไม่กลัวอุปสรรคขวางหน้า แม้ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวจะแสดงความเป็นห่วงถึงความลำบาก แต่ “อารายาพรรณ” และ “น้องรตนพรรณ” บอกอย่างมุ่งมั่นว่า ไม่กลัวและเชื่อว่าไม่เป็นอะไร และแม้จะเข้าไปไม่ถึงจุดสำคัญของงานพระราชพิธีฯ แต่อย่างน้อยขอให้ได้เข้าไป ได้ฟังแค่เสียงก็เพียงพอแล้ว

ด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น เพื่อเป้าหมายเดียว “ส่งเสด็จในหลวง ร.9"

และนั่นก็เป็นทั้งหมดในความตั้งใจของประชาชน และ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่มุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายเดียว คือ รอส่งพ่อหลวงในดวงใจ

---------