
เมื่อ'แม้ว'เลคเชอร์ร้อน ว่าด้วยวาทะ 'มงแต็สกีเยอร์'
ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังนายทักษิณ โพสต์วาทะของ “มงแต็สกีเยอ”ผ่านทวิตเตอร์ ปรากฏว่า แฮชแท็ก #มงแต็สกีเยอ ได้ขึ้นไปถึงอันดับ 1ของแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์
มีความเคลื่อนไหวจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นครั้งแรกหลังจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ไม่ได้ไปปรากฏตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตามที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว
ทั้งนี้มีการโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของนายทักษิณ คือ @ThaksinLive โดยยกคำพูดของ' มงแต็สกีเยอ' นักวิพากษ์สังคมและนักคิดทางการเมืองชาวฝรั่งเศส โดยโพสต์ข้อความเดียวกันทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย คือ“มงแต็สกีเยอ เคยกล่าว ”ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม“
และผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายทักษิณ โพสต์วาทะของ “มงแต็สกีเยอ” ผ่านทวิตเตอร์ ปรากฏว่า แฮชแท็ก #มงแต็สกีเยอ ได้ขึ้นไปถึงอันดับ 1ของแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์ ขณะที่ #ทักษิณ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2และมีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทวีตของนายทักษิณจำนวนมาก อาทิ
@yim_sansuk ใครเหรอ ที่ใช้อำนาจทางการเมือง อ้างเป็นเสียงข้างมาก ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านสามวาระรวดตอนตีสี่ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากประชาชน #มงแต็สกีเยอ
@NR_TRnews หนังสือ The Spirit of Law ของ #มงแต็สกีเยอ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 เป็นอย่างยิ่ง
@tommachaiyo_dmc แม้ว เธอจะเอาคนในอดีตมาเกี่ยวข้องกับเรื่องน้องสาวเธอเนี่ยนะ
ขณะที่ ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า ‘ มงแต็สกีเยอ’ แบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ออกจากกัน ไม่ให้อยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตรวจสอบถ่วงดุลย์กัน
‘ การที่คุณทักษิณ หยิบยกคำพูดของ’มงแต็สกีเยอ‘ มากล่าวอ้าง นั้น’มงแต็สกีเยอ‘ ก็คงพูดไว้เช่นนั้นจริง เพราะคำพูดของ’มงแต็สกีเยอ‘ ก็มีทั่วไปทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษและที่เป็นภาษาไทย คุณทักษิณ คงคุยกับใครหรือมีใครบอกมาหรืออาจมีคนเอามาให้คุณทักษิณ ดู หรือคุณทักษิณ ศึกษา ค้นคว้าเอง เห็นเข้าท่าก็เอามาโพสต์ แต่ผมไม่รู้ว่าคุณทักษิณ หมายถึงอะไร หรือหมายถึงใคร แต่ไม่น่าเกี่ยวกับคดีคุณยิ่งลักษณ์ เพราะศาลยังไม่ได้อ่านคำพิพากษา คุณทักษิณ จะไปรู้คำพิพากษาล่วงหน้าได้อย่างไร แต่ถ้าคุณทักษิณ คิดว่าเกี่ยวกับคุณยิ่งลักษณ์ ผมขอบอกว่าไม่เกี่ยว ’
‘แหล่งข่าว’ ซึ่งเป็นนักกฎหมายมหาชน ระบุว่า ‘มงแต็สกีเยอ’ สอนไว้ว่า อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่คนๆเดียวหรือหมู่คณะเดียว ไม่ว่าคนนั้นๆ จะมาโดยวิธีการใด จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้นจึงต้องแยกองค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐออกจากกัน ซึ่งก็คืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และคำสอนของ ‘มงแต็สกีเยอ’ ที่คุณทักษิณ นำมาโพสต์ ก็มีอยู่จริง โดยอยู่ในหนังสือ The Spirit of LAW ของ ‘มงแต็สกีเยอ’ การที่‘คุณทักษิณ’ นำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ ก็อาจเป็นความรู้สึกของคุณทักษิณ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรืออาจในหลายๆเรื่อง แต่นั่นก็เป็นเพียงความรู้สึกของคุณทักษิณ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สำหรับ ‘มงแต็สกีเยอ’ เป็นนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เจ้าของ ทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจ ( Separation of Powers) ทฤษฎีนี้เริ่มต้นมีขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือที่รู้จักกันในนาม The Spirit of Law หรือเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวได้มีผลต่อการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกาและของประเทศฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก ‘มงแต็สกีเยอ’ จึงได้ชื่อว่า เป็นผู้วางหลักการแบ่งแยกอำนาจการปกครอง โดย‘ มงแต็สกิเยอ’ ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว สรุปได้ว่า 1. อำนาจนิติบัญญัติ คือ อำนาจเกี่ยวกับการวางระเบียบบังคับทั่วไปในรัฐ 2. อำนาจบริหาร คือ อำนาจในการใช้ หรือบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย 3. อำนาจตุลาการ คือ อำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยอรรถคดี
โดย‘ มงแต็สกีเยอ’ ตอกย้ำว่า “ เมื่อใดอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารรวมอยู่ที่คนคนเดียวหรือองค์กรเจ้าหน้าที่เดียวกัน อิสรภาพย่อมไม่อาจมีได้ เพราะจะเกิดความหวาดกลัว อาจบัญญัติกฎหมายแบบทรราชย์.....เช่นเดียวกันอิสรภาพจะไม่มีอยู่ ถ้าอำนาจตุลาการไม่แยกออกจากอำนาจนิติบัญญัติและการบริหาร หากรวมอยู่กับนิติบัญญัติ ชีวิตและอิสรภาพของคนในบังคับจะอยู่ภายใต้การควบคุมแบบพลการ เพราะตุลาการอาจประพฤติด้วยวิธีรุนแรงและกดขี่.. ทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงซึ่งอวสาน"
เมื่อพิจารณาจากข้อความข้างต้น จะเห็นได้ว่า 'มงแต็สกิเยอ" ไม่ต้องการให้อำนาจอยู่ที่บุคคลเพียงคนเดียว เพราะตามธรรมดา บุคคลใดก็ตามซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือ มักจะใช้อำนาจเกินเลยเสมอ ดังนั้นเพื่อจะมิให้มีการใช้อำนาจเกินขอบเขต จึงจำต้องจัดให้มีอำนาจหนึ่งหยุดยั้งอีกอำนาจหนึ่ง ตามวิถีทางแห่งกำลัง หรือที่เรามักได้ยินคำกล่าวที่ว่า อำนาจย่อมหยุดยั้งได้ซึ่งอำนาจ หรือที่เรียกว่า Power Stop Power 'มงแเต็สกีเยอ' ยังได้กล่าวต่อไปว่า การแบ่งแยกอำนาจนั้นจะมีได้แต่เฉพาะในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ส่วนในประเทศที่ปกครองในระบอบเผด็จการ หรือสังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ อำนาจทั้งสามจะถูกรวบให้เป็นอำนาจเดียว
ดังนั้น กล่าวโดยสรุป ‘มงแต็สกิเยอ’ เห็นว่า การแบ่งแยกอำนาจ คือ การมอบอำนาจอธิปไตยเป็น 3 ลักษณะ อันประกอบด้วย รัฐบาลซึ่งทำหน้าที่ด้านการบริหารบ้านเมือง ,รัฐสภาในฐานะองค์กรด้านนิติบัญญัติซึ่งจะต้องทำหน้าที่ด้านออกกฎหมายและ ยุติธรรมองค์กรด้านตุลาการ ที่ทำหน้าที่พิจารณาตัดสินคดีต่าง ๆ ภายใต้แห่งระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน (Check and Balance ) ระหว่างทั้ง 3 องค์กรนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจตุลาการนั้น โดยลักษณะแล้ว สมควรเป็นอำนาจที่มีอิสระ และจะไปอยู่ร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้โดยเด็ดขาด



