คอลัมนิสต์

 ป.ป.ช. อุทธรณ์? ‘คดีสลายม็อบพันธมิตรฯปี 51’ 

 ป.ป.ช. อุทธรณ์? ‘คดีสลายม็อบพันธมิตรฯปี 51’ 

03 ส.ค. 2560

ป.ป.ช. จะอุทธรณ์? 'คดีสลายม็อบพันธมิตรฯปี 51' หรือไม่ หลังจากศาลฎีกาฯยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในคดี บางคนก็เดาเอาว่า มองจากอดีต ก็รู้แล้วว่าจะเป็นเช่นไร

            ‘ยกฟ้อง’ ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ‘คดีสลายม็อบพันธมิตรฯ ปี 2551’ ที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  อดีตนายกรัฐมนตรี ,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ,พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ  อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  ร่วมกันเป็นจำเลย ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  

           ขั้นตอนต่อไปก็ต้องรอดูว่า ป.ป.ช. จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปี 2560 หรือไม่

            ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การจะอุทธรณ์หรือไม่นั้น คงต้องหารือกันอย่างละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมาย และต้องดูคำพิพากษาของศาลโดยละเอียดเสียก่อน แล้ว  ป.ป.ช. จึงจะหารือว่าจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร

           ด้าน ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ จะประชุมกันในวันที่ 4  ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นการหารือเตรียมพร้อมกำหนดแนวทางในการสู้คดีต่อไป ตามช่องทางที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิอุทธรณ์ได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากพันธมิตรฯไม่ใช่คู่ความในคดี จึงจะนำข้อเสนอในการให้อุทธรณ์พร้อมแนวทางการสู้คดี ไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเป็นคู่ความในคดีให้อุทธรณ์ต่อไป

          สำหรับ ‘คดีสลายม็อบพันธมิตรฯปี 2551’ หากนำข้อเท็จจริงมาลำดับให้เห็น ก็อาจทำให้คาดเดาได้ว่า คดีจะจบลงอย่างไร  

          7 ก.ย. 2552 นายกล้านรงค์ จันทิก  แถลงมติกรรมการป.ป.ช. ชี้มูลกรณีสลายผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ  ว่า มีผู้กระทำความผิด 4 คน คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ,พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ ,พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณและพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว 

          จากนั้น ป.ป.ช. ส่งสำนวนการไต่สวนที่ได้ชี้มูลความผิดถึงอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง เพราะเห็นว่ามีข้อไม่สมบูรณ์ จึงตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช.-อัยการสูงสุด.เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้

           7 ม.ค.58 ป.ป.ช.จึงเป็นโจทย์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

           11 ก.พ.58 ศาลฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้อง ซึ่งถือว่ากระบวนการพ้นจาก ป.ป.ช.ไปแล้ว

           31 ธ.ค.58  พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ มีชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมกับนายวิทยา อาคมพิทักษ์, นางสุวณา สุวรรณจูฑะ, นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์   ต่อมา พล.ต.อ.วัชรพล ได้รับเลือกให้เป็น ประธานป.ป.ช.พร้อมกับเสียงวิพากย์วิจารณ์ว่าถูกวางตัวโดยคสช. เพื่อภารกิจใดบางอย่าง

          ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เคยให้สัมภาษณ์ ตั้งแต่ พล.ต.อ.วัชรพล ได้รับสรรหาเป็นป.ป.ช. ว่า ตนไม่ได้ล็อบบี้ แม้จะเคยทำงานใกล้ชิดกันมาก่อน

          ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ครั้งอยู่ในราชการ เคยเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในยุคที่พล.ต.อ.พัชรวาท หนึ่งในจำเลยคดีสลายพันธมิตรฯ เป็นผบ.ตร. ซึ่งเคยตอบผู้สื่อข่าวถึงข้อครหาว่า มีที่มาจากคสช. นั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ แม้จะเคยถูกเรียกมาช่วยงานเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประวิตร แต่เมื่อเห็นโอกาสที่จะมาช่วยงานในมิติอื่น ในฐานะที่เคยผ่านงานมามากมาย จึงมาสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ไม่รู้สึกหนักใจที่ถูกตั้งข้อครหา เพราะคิดว่า คนเพียง 1 คน จะไปมีอิทธิพลเหนือคนอีก 8 คนได้อย่างไร มั่นใจว่า การทำงาน ป.ป.ช.จะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

           พร้อมกับเคยระบุว่า มีความใกล้ชิดกับ คสช. โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร  ยอมรับว่าใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร โดยเคยเป็นเลขานุการรองนายกฯ ของ พล.อ.ประวิตร มาก่อน เพราะหลังเกษียณอายุราชการ พล.อ.ประวิตรได้ชักชวนให้ไปรับตำแหน่งดังกล่าว แต่เมื่อมีการเปิดรับสมัครกรรมการ ป.ป.ช.ก็ได้ลาออกจากทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการ รองนายกฯ ไปจนถึงสมาชิก สนช. มาสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพราะคิดว่าจะสามารถทำงานรับใช้ประเทศชาติได้

          “การสนิทใกล้ชิดใครเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ แต่อยู่ที่ว่าเราจะปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อมาอยู่ตรงนี้ผมก็ถูกสอดส่องมากมาย ถ้าทำไม่ดีก็ถูกดำเนินคดีซึ่งตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.โทษเป็นสองเท่าของคนทั่วไป จึงยืนยันได้ว่าผมจะไม่เอาเกียรติประวัติในชีวิตราชการมาทำอะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน ซึ่งต้องดูกันต่อไป แต่ขอเรียนว่า ยิ่งถูกเพ่งเล็งผมยิ่งมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประชาชน และผมเชื่อว่าในฐานะผู้นำองค์กร ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานทั้งหมด 9 คนผมคงไม่สามารถโน้มน้าวและชี้นำคนอื่นได้หากหวังผลักดันสิ่งที่ไม่ถูกต้อง" พล.ต.อ.วัชรพล

         จากนั้นเริ่มมีกระแสข่าวสะพัดว่าป.ป.ช.เตรียมถอนฟ้องคดีนี้ 

          กระทั่งเมื่อ12 เม.ย.59 ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดที่มีพล.ต.อ.วัชรพล เป็นประธาน มีมติว่า ป.ป.ช.มีสิทธิขอถอนฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง   จากนั้นจึงมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรปี 2551 โดยมีนายสรรเสริญ พลเจียก เป็นหัวหน้าคณะเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานใหม่เพื่อนำไปสู่การถอนฟ้องตามที่จำเลยยื่นร้องขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งเทียบเคียงรายละเอียดเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.ปี 53 ที่ ปปช. มีมติไม่ฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

และพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก

             เรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยให้ความเห็นว่า เมื่อมีการถอนก็แปลว่าเชื่อว่าเขาไม่ผิดใช่หรือไม่ แล้วตอนนั้นทำไมถึงฟ้องเขา จึงต้องอธิบายให้ได้ และนายวิษณุยังได้เตือนว่า "เสี่ยงมากกรณีฟ้องและถอน เพราะจะเกิดความสงสัย ใครทำอาจโดนสอบกันเจ็ดชั่วโคตร เนื่องจากตอนฟ้องก็คิดว่าพิจารณาดีที่สุดแล้ว อยู่ๆ มาถอนก็ต้องอธิบายให้ศาลเข้าใจได้ อธิบายให้สังคมเข้าใจได้

             ไม่อย่างนั้นเขาจะเข้าใจว่าคุณไปกินสินบนมาหรือเปล่า มวยล้มต้มคนดูหรือเปล่า"

             17 พ.ค.59 นายสรรเสริญ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรปี2551 เตรียมจัดทำรายละเอียดเสนอที่ประชุมป.ป.ช. เมื่อ 26 พ.ค.59

            แต่ต่อมาเลื่อนเสนอไปเป็นวันที่ 31 พ.ค.59 ซึ่งแหล่งข่าว ระบุว่า คณะทำงานฯมีความเห็นว่า พยานหลักฐานที่ผู้ร้องยื่นร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาเป็นเรื่องเก่า  และได้มีการชี้แจงจนสิ้นข้อสงสัยแล้ว อีกทั้งหลายต่อหลายฝ่ายต่างก็คัดค้าน จึงเห็นว่าไม่ควรถอนฟ้อง  ซึ่งในที่สุด ป.ป.ช.ก็ไม่ได้ดำเนินการถอนฟ้องแต่อย่างใด

           ทั้งหมดคือลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

           สำหรับกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน  จากจำนวน 9 คน มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่เคยมีส่วนร่วมในการเห็นชอบกับมติ ป.ป.ช. ที่ให้ยื่นฟ้องนายสมชาย , พล.อ. ชวลิต , พล.ต.อ. พัชรวาท และ พล.ต.ท. สุชาติ  ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  คือ  พล.ต.อ. สถาพร หลาวทอง, นายปรีชา เลิศกมลมาศ,นายณรงค์ รัฐอมฤต และ น.ส. สุภา ปิยะจิตติ 

           ดังนั้นจึงลองคิดดูกันเอาเองว่า  ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ป.ป.ช. จะถอนฟ้องคดีสลายม็อบพันธิมตรปี 51 จากศาล  มาคราวนี้คดีกลับมาอยู่ในมือ ป.ป.ช. อีกครั้ง คุณคิดว่า ป.ป.ช. จะอุทธรณ์หรือไม่