
“สิงหาคม” เดือนแห่งการชี้ชะตา!!
เดือนสิงหาคมนี้ จับตา...อนาคต “จำเลย” แต่ละคน และอนาคต “ประเทศ” จะเป็นอย่างไร ??!!!
เดือนสิงหาคมนี้จะเป็นเดือนแห่งการพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการเมืองที่สำคัญ ซึ่งนอกจากชี้ชะตาอนาคตของแต่ละคนแล้ว ยังจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตการเมืองของประเทศด้วย
คดีที่ถูกจับตามากที่สุด คือ คดีจำนำข้าวของ “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนัดพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคม
ข้อกล่าวหาของ “อดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย” สืบเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวที่พรรคเพื่อไทยประกาศตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้ง และเมื่อได้รับเลือกตั้งมาก็เดินหน้าดำเนินการหลังจากที่ได้แถลงนโยบายเรื่องนี้ต่อสภา
คดีนี้จึงถือเป็นคดีแรกที่สืบเนื่องมาจากการการทำตามนโยบายของรัฐบาล โดย “ยิ่งลักษณ์” โดนดำเนินคดีในฐานะที่เธอเป็นนายกรัฐมนตรี “ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ” ก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่า 5 แสนล้านบาท
“ยิ่งลักษณ์” พยายามต่อสู้ว่าเรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เธอไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ เนื่องจากเธอดูแลในระดับนโยบายเท่านั้น ส่วนเรื่องรายละเอียดการดำเนินการต่างๆจะมีผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วน และปฏิเสธข้อหาที่ว่าเธอปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดการทุจริตและสร้างความสียหายจำนวนมหาศาล โดยเธอได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว
คดีนี้ศาลใช้เวลาในการไต่สวนประมาณ 1 ปีครึ่ง โดยศาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายจำเลย นำพยานมาไต่สวนมากถึง 30 ปาก ใช้เวลาในการไต่สวนทั้งหมด 16 นัด ขณะที่ฝ่ายโจทก์ คือ อัยการ มีการไต่สวนพยานทั้งหมด 15 ปาก สืบพยาน 10 นัด
1 สิงหาคม ไฮไลท์ คดี "ยิ่งลักษณ์"
ถึงแม้ศาลจะนัดในวันที่ 25 สิงหาคม แต่ดูเหมือนไฮไลท์ของคดีนี้จะอยู่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดให้ “ยิ่งลักษณ์” มาแถลงปิดคดีด้วยวาจา คือ แถลงปิดคดีด้วยตัวเอง ก่อนที่จะให้ยื่นแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 15 สิงหาคม
ปกติการแถลงปิดคดี สามารถทำได้ 2 วิธี คือ แถลงด้วยวาจา กับแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งการแถลงด้วยวาจานี้จำเลยมีสิทธิร้องขอต่อศาลได้ ส่วนจะได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เช่นเดียวกับการแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ศาลจะกำหนดระยะเวลาให้
การแถลงปิดคดีด้วยวาจา เรียกง่ายๆว่าเป็นเวที “ยิ่งลักษณ์โชว์” เป็นโอกาสที่เธอจะโน้มน้าวให้ศาลเชื่อตามเธอ
สิ่งที่ถูกจับตาจะมีทั้งเวทีในศาล และเวทีนอกศาล ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมวลชนจำนวนมาก และอาจจะมากกว่าการไต่สวนคดีนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทั้งเวทีในศาลและนอกศาล จะมี “ดราม่า” เกิดขึ้นหรือไม่...แค่ไหน?
ในวันเดียวกันกับที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี “ยิ่งลักษณ์” คือ 25 สิงหาคม ศาลก็ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตระบายแบบจีทูจี ที่มีอดีตรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ และ นายภูมิ สาระผล และพวกซึ่งมีทั้งอดีตเลขานุการรัฐมนตรี และกลุ่มข้าราชการและเอกชน รวมทั้งสิ้น 28 รายเป็นจำเลย
ศาลให้เหตุผลในการนัดอ่านคำพิพากษาคดีบุญทรง และคดียิ่งลักษณ์ในวันเดียวกันว่า เพราะ 1.ข้อเท็จจริงในคดีมีความเกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งก็แน่นอน เพราะโครงการระบายข้าวก็เกิดสืบเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 2.มีผู้พิพากษาในคดีทั้งสองซ้ำกันมากถึง 5 ราย
ก่อนจะถึงวันที่ 25 สิงหาคม ในช่วงต้นเดือนคือวันที่ 2 สิงหาคม ที่ศาลเดียวกันจะมีการตัดสินคดีที่มีอดีตนายกฯถึง 2 รายเป็นจำเลย คือ คดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
อดีนายกฯทั้งสองคือ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” น้องเขย “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งจัดว่าเป็นคนในตระกูล “ชินวัตร” อีกคนคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
และจำเลยอีก 2 รายในคดีนี้ คือ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม “ประวิตร วงษ์สุวรณ” และ อดีต ผบช.น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว
ด้วยความที่หนึ่งในจำเลยเป็นน้องชายรองฯประวิตร จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการการคาดเดากันว่าคดีนี้อาจจะรอด!!
ชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์-สมชาย" ชี้ชะตาพรรคเพื่อไทย
ทั้งคดี “ยิ่งลักษณ์” และคดี “สมชาย” นั้น นอกจากจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของทั้งสองแล้ว ยังหมายถึงอนาคตพรรคเพื่อไทย และอนาคตสถานการณ์การเมืองของประเทศ ด้วยเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ผู้นำพรรคเพื่อไทย” ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
แหล่งข่าวระดับสูงของพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ณ ตอนนี้ชื่อของ “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาแรง โดยมีการส่งสัญญาณมาจาก “นายใหญ่” ว่าสนับสนุน “คุณหญิงหน่อย” แต่ก็มีรายงานข่าวว่าบางมุ้งบางกลุ่มในพรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะมุ้ง “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว “นายใหญ่” และภริยาของอดีตนายกฯสมชาย ซึ่งหากในวันที่2สิงหาคม ศาลตัดสินออกมาว่า “สมชาย” ไม่ผิด ก็หมายถึงเขาสามารถกลับมาเป็นตัวเลือก “หมายเลข 1” ของพรรคได้
เช่นเดียวกันกับ “ยิ่งลักษณ์” หากศาลยกฟ้อง ก็อาจจะมีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาลงเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกฯอีกครั้ง แต่กรณีของ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ง่าย เพราะเธอมีชนัก “โดนถอดถอน” โดย สนช.ไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้เธอขาดคุณสมบัติในการลงเลือกตั้งได้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย มองว่า หากศาลตัดสินว่าไม่ผิด คงมีกระแสตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” แน่นอน
สำหรับกรณี “ยิ่งลักษณ์” นอกจากคำวินิจฉัยของศาลจะส่งผลต่ออนาคตยิ่งลักษณ์ อนาคตพรรคเพื่อไทย ยังส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองในอนาคตด้วย
แนวทางคำวินิจฉัยกรณียิ่งลักษณ์ มีได้ 3 ทาง คือ1.ศาลยกฟ้อง ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด 2. ผิดแต่ไม่ถูกจำคุก โดนอาจจะโดนรอลงอาญา 3.ผิดและถูกติดคุก
แน่นอน ทั้ง 3 แนวทางนี้จะส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
รัฐธรรมนูญใหม่ให้ยื่นอุทธรณ์ได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐธรรมนูญใหม่ เปิดช่องให้โจทก์และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองได้ ต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กำหนดว่าจะอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานใหม่ จึงอาจจะเป็นช่องทางในการผ่อนคลายสถานการณ์ที่บีบคั้นได้
พ่วงดคีบุกเอ็นบีที - อัลไพน์
นอกจากนี้ ในวันที่ 25 สิงหาคม ยังมีคดีอันสืบเนื่องมาจากสถานการณ์การเมืองอีกคดีที่ศาลฎีกานัดพิพากษา คือ คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในปี 2551 อย่างไรก็ตามเนื่องจากคดีนี้มีจำเลยมากถึง 83 ราย จึงทำให้คาดว่าในนัดแรกอาจจะมีจำเลยมาไม่ครบ และศาลอาจเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาออกไปอีก 1 เดือน
อีกคดีที่แถมท้ายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม คือคดีมหากาพย์อัลไพน์ ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนัดพิพากษา “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าทำผิดวินัยร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีไปยกเลิกคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ยกเลิกการออกโฉนดที่ดินให้บริษัทอัลไพน์
แต่ความตื่นเต้นในคดี “ยงยุทธ” จะมีน้อยกว่าคดีอื่น เพราะ 1. ยงยุทธ ไม่มีบทบาททางการเมืองแล้ว และ 2. ยังเป็นเพียงคำตัดสินของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลคดีทุจริตฯมีถึง 3 ศาล
จับตา...สุดท้ายอนาคต “จำเลย” แต่ละคน และอนาคต “ประเทศ” จะเป็นอย่างไร ??!!
++++
โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์



