คอลัมนิสต์

“สิงหาคม” เดือนแห่งการชี้ชะตา!!

“สิงหาคม” เดือนแห่งการชี้ชะตา!!

31 ก.ค. 2560

เดือนสิงหาคมนี้ จับตา...อนาคต “จำเลย” แต่ละคน และอนาคต “ประเทศ” จะเป็นอย่างไร ??!!!

 

             เดือนสิงหาคมนี้จะเป็นเดือนแห่งการพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการเมืองที่สำคัญ ซึ่งนอกจากชี้ชะตาอนาคตของแต่ละคนแล้ว ยังจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตการเมืองของประเทศด้วย

             คดีที่ถูกจับตามากที่สุด คือ คดีจำนำข้าวของ “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนัดพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคม

             ข้อกล่าวหาของ “อดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย” สืบเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวที่พรรคเพื่อไทยประกาศตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้ง และเมื่อได้รับเลือกตั้งมาก็เดินหน้าดำเนินการหลังจากที่ได้แถลงนโยบายเรื่องนี้ต่อสภา

             คดีนี้จึงถือเป็นคดีแรกที่สืบเนื่องมาจากการการทำตามนโยบายของรัฐบาล โดย “ยิ่งลักษณ์” โดนดำเนินคดีในฐานะที่เธอเป็นนายกรัฐมนตรี “ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ” ก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่า 5 แสนล้านบาท

             “ยิ่งลักษณ์” พยายามต่อสู้ว่าเรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เธอไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ เนื่องจากเธอดูแลในระดับนโยบายเท่านั้น ส่วนเรื่องรายละเอียดการดำเนินการต่างๆจะมีผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วน และปฏิเสธข้อหาที่ว่าเธอปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดการทุจริตและสร้างความสียหายจำนวนมหาศาล โดยเธอได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว

             คดีนี้ศาลใช้เวลาในการไต่สวนประมาณ 1 ปีครึ่ง โดยศาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายจำเลย นำพยานมาไต่สวนมากถึง 30 ปาก ใช้เวลาในการไต่สวนทั้งหมด 16 นัด ขณะที่ฝ่ายโจทก์ คือ อัยการ มีการไต่สวนพยานทั้งหมด 15 ปาก สืบพยาน 10 นัด

 

             1 สิงหาคม ไฮไลท์ คดี "ยิ่งลักษณ์"

             ถึงแม้ศาลจะนัดในวันที่ 25 สิงหาคม แต่ดูเหมือนไฮไลท์ของคดีนี้จะอยู่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดให้ “ยิ่งลักษณ์” มาแถลงปิดคดีด้วยวาจา คือ แถลงปิดคดีด้วยตัวเอง ก่อนที่จะให้ยื่นแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 15 สิงหาคม

             ปกติการแถลงปิดคดี สามารถทำได้ 2 วิธี คือ แถลงด้วยวาจา กับแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งการแถลงด้วยวาจานี้จำเลยมีสิทธิร้องขอต่อศาลได้ ส่วนจะได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เช่นเดียวกับการแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ศาลจะกำหนดระยะเวลาให้

             การแถลงปิดคดีด้วยวาจา เรียกง่ายๆว่าเป็นเวที “ยิ่งลักษณ์โชว์” เป็นโอกาสที่เธอจะโน้มน้าวให้ศาลเชื่อตามเธอ

             สิ่งที่ถูกจับตาจะมีทั้งเวทีในศาล และเวทีนอกศาล ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมวลชนจำนวนมาก และอาจจะมากกว่าการไต่สวนคดีนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทั้งเวทีในศาลและนอกศาล จะมี “ดราม่า” เกิดขึ้นหรือไม่...แค่ไหน?

“สิงหาคม” เดือนแห่งการชี้ชะตา!!

             ในวันเดียวกันกับที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี “ยิ่งลักษณ์” คือ 25 สิงหาคม ศาลก็ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตระบายแบบจีทูจี ที่มีอดีตรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ และ นายภูมิ สาระผล และพวกซึ่งมีทั้งอดีตเลขานุการรัฐมนตรี และกลุ่มข้าราชการและเอกชน รวมทั้งสิ้น 28 รายเป็นจำเลย

             ศาลให้เหตุผลในการนัดอ่านคำพิพากษาคดีบุญทรง และคดียิ่งลักษณ์ในวันเดียวกันว่า เพราะ 1.ข้อเท็จจริงในคดีมีความเกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งก็แน่นอน เพราะโครงการระบายข้าวก็เกิดสืบเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 2.มีผู้พิพากษาในคดีทั้งสองซ้ำกันมากถึง 5 ราย

             ก่อนจะถึงวันที่ 25 สิงหาคม ในช่วงต้นเดือนคือวันที่ 2 สิงหาคม ที่ศาลเดียวกันจะมีการตัดสินคดีที่มีอดีตนายกฯถึง 2 รายเป็นจำเลย คือ คดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

             อดีนายกฯทั้งสองคือ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” น้องเขย “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งจัดว่าเป็นคนในตระกูล “ชินวัตร” อีกคนคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

             และจำเลยอีก 2 รายในคดีนี้ คือ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม “ประวิตร วงษ์สุวรณ” และ อดีต ผบช.น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว

             ด้วยความที่หนึ่งในจำเลยเป็นน้องชายรองฯประวิตร จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการการคาดเดากันว่าคดีนี้อาจจะรอด!!

 

             ชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์-สมชาย" ชี้ชะตาพรรคเพื่อไทย

             ทั้งคดี “ยิ่งลักษณ์” และคดี “สมชาย” นั้น นอกจากจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของทั้งสองแล้ว ยังหมายถึงอนาคตพรรคเพื่อไทย และอนาคตสถานการณ์การเมืองของประเทศ ด้วยเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ผู้นำพรรคเพื่อไทย” ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป 

             แหล่งข่าวระดับสูงของพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ณ ตอนนี้ชื่อของ “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาแรง โดยมีการส่งสัญญาณมาจาก “นายใหญ่” ว่าสนับสนุน “คุณหญิงหน่อย” แต่ก็มีรายงานข่าวว่าบางมุ้งบางกลุ่มในพรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะมุ้ง “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว “นายใหญ่” และภริยาของอดีตนายกฯสมชาย ซึ่งหากในวันที่2สิงหาคม ศาลตัดสินออกมาว่า “สมชาย” ไม่ผิด ก็หมายถึงเขาสามารถกลับมาเป็นตัวเลือก “หมายเลข 1” ของพรรคได้

             เช่นเดียวกันกับ “ยิ่งลักษณ์” หากศาลยกฟ้อง ก็อาจจะมีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาลงเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกฯอีกครั้ง แต่กรณีของ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ง่าย เพราะเธอมีชนัก “โดนถอดถอน” โดย สนช.ไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้เธอขาดคุณสมบัติในการลงเลือกตั้งได้

             อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย มองว่า หากศาลตัดสินว่าไม่ผิด คงมีกระแสตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” แน่นอน

             สำหรับกรณี “ยิ่งลักษณ์” นอกจากคำวินิจฉัยของศาลจะส่งผลต่ออนาคตยิ่งลักษณ์ อนาคตพรรคเพื่อไทย ยังส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองในอนาคตด้วย

             แนวทางคำวินิจฉัยกรณียิ่งลักษณ์ มีได้ 3 ทาง คือ1.ศาลยกฟ้อง ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด 2. ผิดแต่ไม่ถูกจำคุก โดนอาจจะโดนรอลงอาญา 3.ผิดและถูกติดคุก 

             แน่นอน ทั้ง 3 แนวทางนี้จะส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

             รัฐธรรมนูญใหม่ให้ยื่นอุทธรณ์ได้

             อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐธรรมนูญใหม่ เปิดช่องให้โจทก์และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองได้ ต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กำหนดว่าจะอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานใหม่ จึงอาจจะเป็นช่องทางในการผ่อนคลายสถานการณ์ที่บีบคั้นได้

“สิงหาคม” เดือนแห่งการชี้ชะตา!!

             พ่วงดคีบุกเอ็นบีที - อัลไพน์

             นอกจากนี้ ในวันที่ 25 สิงหาคม ยังมีคดีอันสืบเนื่องมาจากสถานการณ์การเมืองอีกคดีที่ศาลฎีกานัดพิพากษา คือ คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในปี 2551 อย่างไรก็ตามเนื่องจากคดีนี้มีจำเลยมากถึง 83 ราย จึงทำให้คาดว่าในนัดแรกอาจจะมีจำเลยมาไม่ครบ และศาลอาจเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาออกไปอีก 1 เดือน

             อีกคดีที่แถมท้ายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม คือคดีมหากาพย์อัลไพน์ ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนัดพิพากษา “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าทำผิดวินัยร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีไปยกเลิกคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ยกเลิกการออกโฉนดที่ดินให้บริษัทอัลไพน์

             แต่ความตื่นเต้นในคดี “ยงยุทธ” จะมีน้อยกว่าคดีอื่น เพราะ 1. ยงยุทธ ไม่มีบทบาททางการเมืองแล้ว และ 2. ยังเป็นเพียงคำตัดสินของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลคดีทุจริตฯมีถึง 3 ศาล

             จับตา...สุดท้ายอนาคต “จำเลย” แต่ละคน และอนาคต “ประเทศ” จะเป็นอย่างไร ??!!

++++

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์