
บทบรรณาธิการ-ถึงเวลาต้องคิด
การชุมนุมโดยมวลชนเสื้อแดงในวันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกประโคมว่าจะเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลน่าจะสร้างความกังวลให้ประชาชน ซึ่งห่วงใยสภาวะของบ้านเมือง และถ้าเกิดความรุนแรงในว่าจะเป็นผลจากการปะทะกันเองหรือการเสี้ยมข
จากการประเมินของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองคาดว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 2-3 หมื่นคน แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าจะมีความรุนแรงหรือไม่ แม้จะมีคำประกาศจากมวลชนเสื้อแดงว่าจะเดินขบวนโดยสงบปราศจากอาวุธก็ตาม แต่ไม่มีใครรับประกันว่าจะมีเหตุร้ายหรือไม่มีเหตุร้าย เพราะถูกอ้างว่าจะมีมือที่สามเข้ามาก่อกวนนั่นเอง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแกนนำของคนเสื้อแดงได้ปฏิเสธความรับผิดชอบล่วงหน้าสำหรับความรุนแรงซึ่งอาจจะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่ารัฐบาลมีเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในเป็นการป้องปราม กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะความไม่แน่นอนในพฤติกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดง
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองย่อมไม่ตกอยู่ในความประมาทหรือเพิกเฉย ไม่ว่าบางส่วนจะรู้สึกไม่พอใจบุคคลในรัฐบาลก็ตาม แต่โดยหน้าที่และตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจรวมทั้งฝ่ายปกครองต่างก็มีจิตสำนึกในการรักษาความสงบป้องกันเหตุร้าย เพื่อไม่ให้สถานภาพของการบ้านเมืองตกต่ำเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่อันเนื่องมาจากปัญหาการเมือง การแตกแยกในกลุ่มประชาชนโดยการปลุกปั่นยุยงของนักการเมือง ซึ่งเสียผลประโยชน์และอำนาจในการปล้นสะดมทรัพย์สินแผ่นดิน โดยปราศจากจิตสำนึกดีงามและยางอาย รวมทั้งความรู้สึกระลึกถึงบุญคุณบ้านเกิดเมืองนอน
ตลอดเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสและทรัพยากรมหาศาลอันเนื่องมาจากปัญหาการเมือง เพราะนักการเมืองขาดความซื่อสัตย์ สุจริต และคุณธรรม ทำให้สังคมไทยอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรม จนเป็นที่น่าห่วงว่าทรัพยากรบุคคลของชาตินอกจากจะไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอแล้ว บางส่วนยังจะสร้างปัญหาในอนาคตและเป็นภาระของชาติอีกด้วย ดังนั้นประชาชนซึ่งมีความรักชาติบ้านเมือง สมควรเฝ้าระวังดูแลไม่ให้เกิดเหตุร้ายและไม่เข้าร่วมกับขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติบ้านเมือง จนทำให้ยากต่อการเยียวยาแก้ไข ส่งผลให้ประเทศไทยต้องล้าหลังชาติอื่น อันเนื่องมาจากความขัดแย้ง และการต่อสู้ทางการเมืองอย่างไร้กฎกติกาและไม่คำนึงถึงผลเสียของการละเมิดกฎหมายบ้านเมือง จึงทำให้ประเทศไทยไม่สามารถยืนหยัดในการแข่งขันในสังคมโลก และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศไทยไม่ได้อยู่ในมาตรฐานที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรกรรมในชนบท ซึ่งถูกละเลยและตกเป็นเหยื่อของการเมืองมาทุกยุคสมัย



