
"ปฏิรูปตำรวจ" เผือกร้อน !!?? ในมือ "บิ๊กสร้าง"
“เราไม่มีหน้าที่ไปขจัดการซื้อขายตำแหน่ง แต่จะทำเพื่อให้เกิดขึ้นได้ยาก” พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ให้สัมภาษณ์พิเศษคมชัดลึกออนไลน์
"พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์" สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เปิดใจกับ “คมชัดลึก” ถึงการเข้ามารับเผือกร้อนในตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจว่า พรุ่งนี้ (12 ก.ค.) จะเป็นการประชุมครั้งแรก โดยจะมีการแบ่งเป็นคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ประมาณ 3-4 คณะอนุกรรมการ และจะหารือกรอบเวลาในการทำงานในช่วงเวลา 9 เดือน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง และจะเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นขั้นต้น
ส่วนที่มีการมองว่า การเข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานปฏิรูปตำรวจเป็นการรับเผือกร้อนนั้น พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า "ไม่ได้คิดว่าเป็นเผือกร้อน ถือเป็นความรับผิดชอบที่ในชีวิตหนึ่งได้รับงานต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย แต่งานนี้ยอมรับว่าท้าทาย และต้องมุ่งมั่นเกาะติด และจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่มีความสบายใจอยู่อย่างหนึ่ง ว่าสิ่งที่เราทำไปไม่เสียหายกับประชาชนต่อส่วนร่วมเพราะเรื่องนี้มีความหมายกับประชาชนคนไทยทุกคน อะไรที่ทำไป สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยก็จะไม่เหน็ดเหนื่อยเท่าความทุกข์ยากของประชาชน หากไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงปรับปรุง เพราะประชาชนจะสูญเสียและเหน็ดเหนื่อยหากระบบไม่ดี ซึ่งเราสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้"
ปฏิรูปจากที่มีการศึกษาไว้แล้วทั้งในและต่างประเทศ
เมื่อถามว่า เวลา 9 เดือน จะเพียงพอต่อการทำงานหรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเพียงอย่างเดียว ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่เงื่อนไข เพราะงานใหญ่ขนาดนี้หากลงมือตั้งแต่เริ่มต้นจะใช้เวลานานมาก แต่สิ่งเหล่านี้คนอื่นได้ทำไว้แล้ว ซึ่งจะนำผลมาพิจารณาดู เช่น ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ก็มีการรวบรวมไว้แล้ว หรือแม้แต่ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปก็มี ที่มาจากหลายคณะ ซึ่งจะต้องนำมาศึกษาทั้งหมด ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าไปศึกษาเอง รวมถึงตัวอย่างศึกษาจาก 10 ประเทศ ที่เราจะมายึดเป็นแบบอย่างเราก็มีข้อมูลแล้วทั้งนั้น เช่น อังกฤษ เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย
“อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะผมอยู่ที่นั่นมาพอสมควร ต้องยอมรับว่าตำรวจสหรัฐอเมริกา เมื่อมีเวลามีปัญหาสามารถไปถึงที่เกิดขึ้น ภายในไม่กี่นาที แต่ในประเทศของเรา หรือ แม้แต่ประเทศที่เจริญแล้ว กว่าตำรวจจะไปถึงที่เกิดเหตุจะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง หรือ หลายชั่วโมงก็มี แต่ของสหรัฐอเมริกาจะรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพมาก รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่มีครบถ้วน และระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
ในส่วนของฮ่องกง ซึ่งมีการเปลี่ยนจากระบบเดิมที่มีปัญหาในเรื่องคอรัปชั่น ขณะนี้อยู่ในระดับต้น ๆ ของโลกในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากมีการปรับระบบตำรวจ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าเขาทำกันอย่างไร ส่วนประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น เป็นประเทศที่เราควรจะต้องศึกษา นอกจากนี้ประเทศมาเลเซีย ซึ่งหลายอย่างมีความใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่เมื่อไม่นานมานี้ มาเลเซียได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในทิศทางที่น่าสนใจ ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราตามหลังมาเลเซีย อย่างในด้านการทหารจะมีการพัฒนาไปก่อนหน้าเราแต่ไม่ได้ไกลมากนัก”
เมื่อถามว่า คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ หรือ ที่เรียกว่าคณะกรรมการฟันธง 9 เดือนจะสามารถฟันธงได้สำเร็จหรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า คณะฟันธงใครตั้งตนก็ไม่ทราบ แต่คงไม่ใช่พวกเรา ซึ่งเราจะหาข้อเสนอแนะออกเป็นข้อสรุปในการปฏิรูป เชื่อว่า 9 เดือนก็พอแล้ว และจะต้องเพียงพอด้วย เพราะมีการกำหนดเอาไว้ ว่าจะต้องให้เสร็จเวลานั้น เนื่องจากอยู่ในรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เหมาะสมที่จะทำเรื่องนี้เพื่อให้ได้ข้อสรุป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะทำให้เราลดการทำงาน
ส่วนการนำทหารมาปฏิรูปตำรวจ แนวทางจะออกมาเป็นอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า "คงจะไม่ยึดแบบทหารทั้งหมด แต่อาจจะมีบางเรื่องที่คล้ายคลึง ซึ่งในคณะกรรมการที่จะปฏิรูปตำรวจมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่เป็นทหาร ถือว่าน้อยมาก ทั้งนี้การปฏิรูปตำรวจคงไม่ได้ถึงขนาดทำให้ใหญ่ขึ้นเป็นทบวงตำรวจ หรือ เล็กลง แต่ขณะนี้ผมยังไม่ทราบกรอบที่แน่ชัด แต่คงจะต้องช่วยกันคิด"
ทำไมต้องเป็น “พล.อ.บุญสร้าง”?
เมื่อถามว่า เพราะเหตุใดทำไมต้องเป็น พล.อ.บุญสร้าง มาทำเรื่องการปฏิรูปตำรวจ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวติดตลกว่า "จะต้องไปถามคนตั้ง ผมไม่เคยไปขายความคิดว่าจะต้องเป็นผม แต่เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ผมก็พร้อมที่จะทำงาน ถ้าไม่พร้อมก็คงจะไม่ยอมรับ และผมก็จะทำอย่างเต็มที่เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผมตั้งใจมาก เพราะเรื่องนี้มีผู้ลงทุนลงแรงไปมากมาย และ ผู้ใหญ่ก็ให้ความสนใจ และทุ่มเท เมื่อเรามีโอกาสเราก็จะต้องช่วย"
เมื่อถามว่า หากการปฏิรูปตำรวจในครั้งนี้ไม่สำเร็จ อนาคตคงไม่มีการปฏิรูปตำรวจอีกแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เวลาไม่มีวันจบสิ้น แต่เวลาของเรามีเวลาเพียง 9 เดือนก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่ง 9 เดือนนี้คงไม่ผิดหวัง คงจะมีอะไรที่ออกมาก ถึงแม้ว่าจะไม่สมใจทุกคน แต่ประชาชนจะทราบว่าเราได้ใช้เวลาในการทำงานเรื่องนี้อย่างดีที่สุดแล้วและจะส่งผลดีในอีกไม่นาน ซึ่งก็จะต้องใช้เวลา เพราะทุกอย่างไม่ได้เขียนในกระดาษเปล่าต้องไปวาดรูปอยู่ในกระดาษ ที่มีผู้เขียนไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะว่าเราไม่ได้มาตั้งสำนักงานตำรวจแห่งใหม่ หากจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็จะต้องไปดูของเดิมด้วย
ปฏิรูปตำรวจ ยาก-ง่าย ตรงไหน?
"สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรใหญ่ ถ้าอยากให้ตรงนั้นเป็นแบบไหนจะต้องคำนึงถึงส่วนประกอบที่เหลือของเขาด้วย ซึ่งทุกอย่างเป็นมานานและเกี่ยวพันกันไปหมด การจะทำอะไรจะต้องดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนความง่ายก็คือมีกระแสเรียกร้องจากประชาชนเยอะ และมีกำลังใจที่ส่งมาให้ ซึ่งเขาฝากความหวังเอาไว้เราก็จะต้องทำให้ดี เปรียบเหมือนกับนักมวยที่จะต้องไปชก เมื่อโคัชส่งให้ไปทำ เมื่อได้เวลาขึ้นชกก็จะต้องชก ซึ่งทุกคนที่เป็นคณะกรรมการก็จะมีความรู้สึกเช่นนี้ และทุกคนเห็นว่าสำคัญ และร่วมมือร่วมใจทำกันเป็นทีม"
พล.อ.บุญสร้าง กล่าวยืนยันว่า การทำงานปฏิรูปตำรวจจะเกิดการกลั่นกรองจากคณะทำงาน ไม่ได้มาจากการชี้นำของรัฐบาล และ คสช. หรือ แม้แต่ผู้ใหญ่ที่เคยมาพูดก็ไม่เคยมีใครมบอกว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อเราฟังด้วยเหตุด้วยผลก็จะทราบ และนำไปถกแถลง เพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุด
"ยืนยันว่าไม่มีธงจากรัฐบาล และ คสช. แต่ผมมองแล้วปัญหาต่าง ๆ ที่รวมเป็นปัญหาสำคัญไม่เกิน 5 ข้อ ที่มีผู้เสนอว่าจะแก้ไขกันอย่างไร ซึ่งคนที่เสนอก็เสนอวิธีแก้ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราก็พิจารณาและเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด"
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจจะต้องรอให้การปฏิรูปโครงสร้างเสร็จก่อนหรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า สิ่งที่เราทำจะทำให้เป็นระบบ และจะส่งผลในระยะยาว ไม่เกี่ยวกับการโยกย้าย จะต้องหลังจากนั้น ซึ่งจะไปบอกให้เขาหยุดไว้ก่อน เพื่อรอให้สิ่งที่เราจะทำออกมาก่อน คงไม่ได้ แต่เชื่อว่าสิ่งที่เราทำจะส่งผลดีในทางอ้อม
"การที่ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปตำรวจถือเป็นเรื่องดี และการทำงานของเราจะต้องเป็นการทำงานที่เปิด เปิดสู่ประชาชน ซึ่งประชาขนจะให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมถึงข้อคิดเห็นได้หมด"
ปฏิรูปให้ซื้อขายตำแหน่งได้ยากขึ้น
เมื่อถามว่า จะกำจัดระบบการซื้อขายตำแหน่ง และ เพิ่มโทษการซื้อขายตำแหน่งตำรวจอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่า 9 เดือนในการทำงาน เราไม่มีหน้าที่ไปขจัดการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งการปฏิรูปตำรวจ ที่เรากำลังทำอยู่จะเสร็จในเดือนธันวาคม ฉะนั้นคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจ ผลโดยตรงคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เราจะทำงานในส่วนของเราเพื่อให้ในอนาคตเกิดขึ้นได้ยาก ถึงแม้ว่าจะมีบ้างแต่ก็จะค่อย ๆ ลดลง ส่วนบทลงโทษ เราคงไม่ลงรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องในส่วนของกฎหมายที่จะดำเนินการไป
“การแก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในอนาคต เราจะออกแบบระบบที่ดี และบังคับใช้ ส่วนมาตรการที่จะดำเนินการกับคนที่ไม่ทำตามระบบนั้น ให้เขาไปทำกันทีหลัง ว่าจะมีผลอะไรอย่างไร แต่เชื่อว่าระบบที่ดี จะทำให้เขาทำได้ยากขึ้น แต่ถ้ามีคนไม่ดีเขาก็จะหาหนทางจนได้ แม้ว่าระบบจะดีก็ตาม เพียงแต่ว่ามันจะยากขึ้นเท่านั้น เพราะจะถูกตรวจสอบ และถูกดำเนินคดีได้ง่ายขึ้น ซึ่งมันไม่คุ้ม นี่คือระบบที่เราตั้งใจจะออกแบบ”
-----
โดย จิตตราภรณ์ เสนวงค์ คมชัดลึกออนไลน์



