คอลัมนิสต์

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

09 ก.ค. 2560

หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง ถูกเชื่อมโยงอย่างว่าทั้งสองต่างเอื้อประโยชน์ เฉกเช่นรัฐกับทุนเอกชน และเราได้พาไปลงพื้นที่ดูว่า "เจริญนคร 7" จริงๆเป็นเช่นไร

          “คณะกรรมการญาติวีรรชนพฤษภา 35” จัดเวทีอภิปรายสาธารณะ “แก้ปัญหาทุจริต ชาตินี้หรือชาติหน้า” เพื่อตั้งคำถามต่อ ความมีธรรมาภิบาลของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงพฤติกรรมของคนในรัฐบาลที่ส่อเค้าเอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชนใน "โครงการก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพฯ" และ “โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง (กรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน-ประชาธิปก)” ซึ่งหลายส่วนของสังคมตั้งคำถามว่า จะเป็นการดำเนินนโยบายที่โปร่งใส หรือไม่

 

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          โดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.กทม. กล่าวเปิดเวทีด้วยการยกประเด็นคำถามว่า “พล.อ.ประยุทธ์” มีธรรมาภิบาลต่อการดำเนินนโยบายและโครงการรัฐมากน้อยแค่ไหน เพราะจากกรณีการอนุมัติให้ ภาคเอกชน ในนาม มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพ ที่มีเงินจัดตั้ง เพียง 500,000 บาท มีสมาชิกมูลนิธิเป็นเครือข่ายบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นำโดย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดำเนินโครงการสร้างหอชมเมือง ตนมองว่าเป็นโครงการที่รวบรัด ยกเว้นกฎหมายสำคัญ อาทิ กฎหมายว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน รวมถึงมีลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เพราะจากข้อมูลที่รัฐ ให้เอกชนเช่าใช้พื้นที่ ระยะยาว 30 ปี ค่าเช่า 70 ล้านบาท

 

          “ทั้งนี้จากการชี้แจงว่าในความสูงของหอชมเมือง 459 เมตร และจะมีส่วนชั้นบนที่จะทำนิทรรศกาลศาสตร์พระราชา แต่ในพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ นั้นกลับไม่มีการชี้แจงว่าจะนำไปใช้อะไร ดังนั้นประเด็นโครงการหอชมเมืองฯ ซึ่งจะเป็น 1 ใน 7 ของโครงการไอคอนสยาม และมีการจัดสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่จัดสร้างเพียง 3 สถานีเท่านั้น คือการเอื้อประโยชน์ให้กับโครงการไอคอนสยามใช่หรือไม่ ทั้งนี้การทุจริตเชิงนโยบายที่ผ่านมา จะมี 3 ฝ่ายที่ร่วมมือกัน คือ ฝ่ายการเมือง นักธุรกิจ และข้าราชการ อย่างไรก็ตามในทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์เดือนตุลาคม นั้นเป็นข้อเตือนใจอย่างสำคัญว่า ประชาชนจะไม่ยอมให้ฝ่ายทหารที่เข้าสู่อำนาจนั้นกระทำสิ่งที่มีปัญหาเชิงธรรมาภิบาล” น.ส.รสนา กล่าว

 

          ขณะที่ “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์" ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35  ตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน ว่า “หอชมเมืองฯ” และ “โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง” เป็นโครงการที่รัฐบาล คสช. มีพฤติการณ์ที่สร้างและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใช่หรือไม่ เพราะจากโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น และการก่อสร้างศูนย์การค้าในพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็นการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงการขนคน ซึ่งตามแนวโครงการมีผู้รู้บอกกับตนว่ามูลค่าทรัพย์จะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

 

          “ท่านอาจอ้างได้ว่าทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ทำนั้นเป็นการกระทำที่แย่มาก เพราะเงินลงทุนในโครงการ ท่านใช้เงินภาษีของประชาชน ดังนั้นประชาชนคือผู้เสียประโยชน์​ ผมไม่แน่ใจว่าจะห้ามการกระทำนี้ได้อย่างไร นอกจากประชาชนจะออกมาส่งเสียง ไม่เห็นชอบ แต่หากรัฐบาลยังดันทุรังทำให้ได้ หรือมีพฤติการณ์ที่เอื้อประโยชน์ แม้ช่วงนี้จะไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึกทางการเมือง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งประชาชนต้องออกมาตรวจสอบตามวิถีทางที่ต้องเป็น” อดุลย์ กล่าว

 

          ทางด้าน “ศรีสุวรรณ จรรยา”  เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มองในมุมนักตรวจสอบว่า “ครม. ของ พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยเฉพาะการใช้อำนาจเพื่อยกเว้นการปฏิบัติตามใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เคารพกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่บัญญัติให้หน่วยงานรัฐต้องดูแลและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ประเด็นที่ครม. อนุมัติให้ มูลนิธิเอกชนมีสิทธิพัฒนาที่ดิน ถือว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ, พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

 

          ศรีสุวรรณ ขยายความตามข้อสังเกตของการกระทำที่ส่อขัดกฎหมายด้วยว่า ครม. มีมติอนุมัติให้มูลนิธิเอกชนมีสิทธิพัฒนาพื้นที่คลองสาน เมื่อวันที่​ 13 ธ.ค.59 ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อได้รับอนุมัติโดย ครม. แล้ว ต้องลงนามสัญญากับเจ้าของพื้นที่ คือ กรมธนารักษ์ และเข้าสู่การทำผลสำรวจประชาชนด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายควบคุมอาคาร เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ข้อมูลที่ได้ กระบวนการทำผลสำรวจกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.​59 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ ครม. จะอนุมัติ

 

          “กลุ่มไอคอนสยาม ได้ประชาสัมพันธ์โครงการว่าจะทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ปี 2558 แสดงว่ารู้กันล่วงหน้าแล้ว อีกทั้งตอนที่บอกตัวเลขมูลค่าโครงการเดิมแจ้งใช้เงิน ประมาณ 7,000 ล้านบาท แต่กลับแก้ไขตัวเลขภายหลัง 4,600 ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน 2,500 ล้านบาท และเงินบริจาคจากบริษัทเอกชน 2,100 ล้านบาท ซึ่งผมสงสัยว่าจะมีบริษัทเอกชนไหนที่กล้าบริจาคเงินจำนวนมากทั้งที่โครงการไม่ใช่ธุรกิจและไม่สร้างผลตอบแทน แต่ประเด็นนี้ หัวใจอยู่ที่มูลค่าโครงการที่แก้ไขตัวเลขภายหลัง เพื่อให้เข้าเงื่อนไขในกฎหมายร่วมทุนฯ ที่ต้องไม่เกิน 5,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นสิทธิของครม. ต่อการอนุมัติโครงการได้ แต่หากราคาสูง เกิน 5,000 ล้านบาท ต้องเข้าสู่การประมูล​ นอกจากนั้นกรณีอนุมัติโครงการนี้ ไม่ถือว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ 22 ก.ย.57 ดังนั้นผมจึงมองว่าเป็นการอนุมัติโครงการที่ไม่ชอบ” ศรีสุวรรณ กล่าว

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          ขณะที่  "วิลาศ จันทร์พิทักษ์" อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ประเด็นที่รัฐบาลมีความพยายามเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน โดยมีภาพพื้นที่ก่อสร้างโครงการหอชมเมือง, คอมเพล็กซ์ของกลุ่มไอคอนสยาม ประกอบ ซึ่งพื้นที่ก่อสร้างหอชมเมืองฯ บนพื้นที่ 3ไร่ 1งาน หากยึดตามกฎหมายควบคุมอาคาร การก่อสร้างตึก หรือ อาคาร ต้อง เว้นระยะห่าง ระยะล่นกับพื้นที่ริมน้ำ หากยึดตามกฎหมาย จะทำให้บริเวณหอชมเมืองไม่มีทางเดินโดยรอบ และด้วยลักษณะของพื้นที่ที่มีทางเข้า - ออก เพียงทางเดียวและกว้าง 1 เมตรนั้น ถือเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา เพราะตามกฎหมายควบคุมอาคารกำหนดว่าหากจะสร้างอาคารต้องมีถนนที่เชื่อมทางสาธารณะ คือ ถนนเจริญนคร ดังนั้นสิ่งที่ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ทางเข้า - ออก นั้นต้องผ่านศูนย์การค้าไอคอนสยามเท่านั้นหรือไม่ รวมถึง การใช้สถานที่จอดรถด้วยหรือไม่​

 

          “ผมเห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างหอชมเมืองฯ แต่จากรายละเอียดที่สำรวจมานั้น ไม่ทราบว่าเป็นโครงการที่โง่ หรือโครงการบ้ากันแน่ แต่ผมมั่นใจว่าเป็นโครงการที่มีพิรุธ และอธิบดีกรมธนารักษ์ต้องรับผิดชอบ อีกทั้งพื้นที่นั้นไม่ใช่ที่ราชพัสดุ เพราะมีคนตาย บนพื้นที่นั้น ซึ่งไม่ใช่บนพื้นดิน แต่คือ พื้นน้ำ แต่ปัจจุบันพบว่ามีการนำดินมาถมพื้นที่หมดแล้ว ผมมีพยานเป็นพี่สาวของนายนพดล วงศ์กำภู ตายเมื่อ 5 ต.ค.51 ซึ่งมีการแจ้งความที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา แต่สน. บอกว่าพื้นที่ที่แจ้งนั้นเป็นบริเวณพื้นน้ำ ซึ่งอยู่ในการดูแลของสน. ปากคลองสาน” นายวิลาศ กล่าว.

------

สำรวจพื้นที่จริง สร้าง “หอชมเมือง”

          ภายหลังคณะรัฐมนตรี อนุมัติก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข กท.3257 เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

 

          “ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์” จึงได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ดังกล่าว ว่าบริเวณรอบๆพื้นที่ ที่จะใช้สร้างหอคอยบริเวณโดยรอบและพื้นที่จริงมีภูมิทัศน์อย่างไร เป็นพื้นที่ตาบอดอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่

 

          จากการลงพื้นที่จริงพบว่า ทางเข้าพื้นที่ดังกล่าวจะสามารถเข้าได้ ที่ซอยเจริญนคร 7 หรือซอยมัสยิดสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นซอยค่อยข้างเล็ก รถใหญ่ไม่สามารถสวนเข้า-ออกได้ เดินเข้ามาในซอยประมาณ 50 เมตรจะพบกับชุมชนมัสยิดสุวรรณภูมิ แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          เราต้องเดินผ่านชุมชนนี้ มาจนสุดจะพบทางเลี้ยวซ้ายซึ่งเป็นซอยขนาดเล็ก อยู่กลางชุมชนซึ่งจะทะลุออกมาพบกับพื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้างหอคอยกรุงเทพฯ

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          พื้นที่ดังกล่าว ในขณะนี้ยังเป็นเหมือนพื้นที่ทิ้งร้าง ลักษณะเป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้า เต็มไปด้วยต้นไม้ หญ้า ผักบุ้ง หากยืนหันหน้าออกไป จะติดแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านซ้ายมือจะติดกับโครงการ ไอคอนสยาม ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ด้านหลังจะเป็นจะติดกับซอยเจริญนคร 5/1 เป็นตึกแถวมีกำแพงกั้นพื้นที่ชัดเจน ส่วนด้านขวาจะติดกับชุมชนมัสยิดสุวรรณภูมิ มีเสาไฟฟ้า เหมือนเป็นแนวเขตของพื้นที่

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          จากการพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนถึงเรื่องความคิดเห็นในการใช้พื้นที่ติดกับชุมนุมในการก่อสร้างหอคอยกรุงทพฯ ซึ่งหลายคนก็ต่างทราบถึงเรื่องการใช้พื้นที่ข้างๆชุมนุมในการก่อสร้าง แต่ก็ไมได้ออกความคิดเห็นสนับสนุนหรือคัดค้านว่าการก่อสร้างดีหรือไม่

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ เข้ามาพูดคุยหรือทำความเข้าใจแต่อย่างใด ทราบจากข่าวว่าจะมีการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง แต่ก็ยังกังวลเรื่องการก่อสร้างอยู่ ว่า จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ หรือกระทบต่อพื้นที่ชุมชนหรือไม่ เพราะชุมนุมนี้เป็น ชุมชนดังเดิม อยู่ในพื้นที่นี้มากว่าหลายสิบปี

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          หากมีการก่อสร้างจริงๆเชื่อว่าต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนเพราะเป็นพื้นที่ติดกันมาก และจะต้องถึงขึ้นต้องย้ายที่อยู่หรือไม่ โดยในชุมชนนี้ มีอยู่ประชาชนพักอาศัยกว่า 20 หลังคาเรือน ซึ่งพวกเขาก็ยังไม่รู้ชะตากรรม เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนหรือเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจแต่อย่างใด

เมื่อ “หอชมเมือง-รถไฟฟ้าสายสีทอง” ถูกตั้งคำถาม

          ผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณนั้นให้ความเห็นว่า ถ้าสร้างตรงนี้ จะเดินทางเข้า-ออกมาอย่างไร เพราะมีแค่ทางเดินเล็กๆเข้ามาจากปากซอย เจริญนคร 7 รถยังเข้ามาไม่ได้เลยหรือหากโครงการ ไอคอนสยาม สร้างเสร็จ ก็คงอาจจะเข้าฝั่งนั้นได้ หากมีการสร้างทางเข้าเชื่อมต่อหรืออีกเส้นทางหนึ่งคือทางเรือ แต่ระหว่างสร้างจะทำยังไง จะเข้ามายังไง พวกเขายังนึกไม่ออก

 

          โดยหลังจากนี้เราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นหอคอยแห่งที่ 10 ของประเทศไทย แต่จะมีความสูงติดอันดับ 6 ของโลกแห่งนี้ จะเป็นอย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณที่ใช้ รายได้ที่จะได้กลับมา ความคุ้มค่าต่างๆ หรือแม้แต่ความโปร่งใส่ ที่มีหลายฝ่ายห่วงใยกัน หรือแม้กระทั่ง จุดเริ่มต้น เรื่องพื้นที่ ที่จะก่อสร้าง ยังเกิดข้อห่วงใยขึ้นมากมาย

-------