คอลัมนิสต์

นับถอยหลัง... สปท. !!

นับถอยหลัง... สปท. !!

08 ก.ค. 2560

เหลือเวลาอีกไม่นานสมาชิก สปท.ทั้งหมดจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว หลังจากสมาชิก สปท.ส่วนหนึ่งลาออกไปก่อนหน้านี้เพื่อลงเล่นการเมือง โดย "บิ๊กตู่" นัดเลี้ยงส่ง 31 ก.ค.นี้

 

              เหลือเวลาอีกไม่นานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก็จะพ้นจากตำแหน่งแล้ว โดย "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกฯและหัวหน้า คสช.จะรับมอบงานจาก สปท. และเลี้ยงส่งสิ้นเดือนนี้

              สปท.ชุดปัจจุบันเกิดขึ้นมาหลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สิ้นสุดลง เพราะโหวตไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุด "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" เมื่อเดือนกันยายน ปี 2558 โดยรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ สปท. ประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 200 คน มาจากการแต่งตั้งของนายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) 

              วันที่ 5 ตุลาคม 2558 คำสั่งแต่งตั้งสมาชิก สปท. 200 คน ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา โดยมีสมาชิกเป็นชาย 183 คนและหญิง 17 คน ในจำนวนนี้มีอดีต สปช.ได้รับการแต่งตั้งเข้ามา 61 คน (อ่านละเอียด)

              วันที่ 13 ตุลาคม 2558 มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งแรกเพื่อเลือกประธานสภาผลปรากฏว่า ได้ "ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ" เป็นประธานสภา โดยมี "อลงกรณ์ พลบุตร" เป็นรองประธานฯ คนที่ 1 และ "วลัยรัตน์ ศรีอรุณ" เป็นรองประธานฯ คนที่ 2

              ภารกิจหลักของ สปท. ก็เหมือนกับภารกิจของ สปช. คือการนำเสนอแผนการปฏิรูปด้านต่างๆต่อหัวหน้า คสช. ซึ่งมีทั้งหมด 12 ด้าน คือ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านการปกครองท้องถิ่น ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านพลังงาน ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ด้านการสื่อสารมวลชน ด้านสังคม ด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม และ ด้านอื่นๆ

              วันที่ 31 กรกฏาคมนี้ สปท.จะส่งมอบงานในความรับผิดชอบให้พล.อ.ประยุทธ์ ที่ห้องประชุมรัฐสภา โดยจะมีสมาชิกแม่น้ำ 5 สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 900 คน เข้าร่วม ได้แก่ คสช. ครม. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สมาชิก สปท. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) อดีตประธาน-รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด อธิบดี 

              ในวันดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจะกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันแก่ผู้ร่วมงานด้วย

              "คำนูณ สิทธิสมาน" โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.)  กล่าวว่า จากนี้สปท.จะประชุมอย่างต่อเนื่องจนถึงการประชุมนัดสุดท้ายในวันที่ 23 กรกฎาคม นี้

              ทั้งนี้บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญปัจจบันกำหนดเรื่องวาระ สปท.ไว้ในมาตรา 266 ว่า ให้ สปท.อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี "กฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ" ซึ่งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา สนช.ได้ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ไปแล้ว และส่งให้เลขาธิการ ครม.ไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย

              นั่นคือ เมื่อ "กฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ" สปท.ทั้งหมดก็จะพ้นจากตำแหน่ง

              ปัจจุบันมี สปท.เหลืออยู่ทั้งหมด 174 คน หลังจากมีลาออกไป 25 คน โดยส่วนหนึ่งลาออกตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.ต้องยื่นใบลาออกภายใน 90 วันนับแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีสมาชิกเสียชีวิตไป 1 คน 

              นอกจากอดีต สปท.ที่อาจจะเข้ามาเป็น ส.ส.แล้ว วันข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นอดีตสมาชิก สปท.ในเวทีทางการเมืองอื่น เช่น "วุฒิสภา"

              โดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภาชุดแรกมาจากการแต่งตั้งโดย คสช.!!

นับถอยหลัง... สปท. !!