
ทปสท.ชี้ “หลักสูตรผลิตครูต้องยึดคุณภาพ ไม่ใช่จำนวนปี”
วังจันทร์ฯ ยุค"หมอธี นายแพทย์ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) มีเรื่องให้ชวนคิดติดตามได้ไม่เว้นในแต่ละวัน จริง ๆ
ล่าสุด"หมอธี"สวมหมวก"ประธานบอร์ดคุรุสภา"ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าคุรุสภามีมติตามข้อเสนอของสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ส.ค.ศ.ท.)ให้ปรับหลักสูตรครู 5 ปี ให้เหลือ 4 ปี ในปีการศึกษา 2561
เกี่ยวกับเรื่องนี้ "ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ“ นักวิชาการเลือดนักสู้เพื่อธรรมาภิบาลในสถาบันอดุมศึกษาไทย ในฐานะประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.)เปิดมุมมองต่างกับ”เวบไซด์คมชัดลึก"ว่าการจะปรับหลักสูตรการผลิตครูต้องยึดคุณภาพเป็นหลักไม่ใช่จำนวนปี ซึ่งคุณภาพครูนั้น ขึ้นอยู่กับระบบและกลไกในการผลิตและพัฒนาครู
โดยมีองค์ประกอบ คือ การผลิต การพัฒนา และการใช้ครู ก่อนการเปลี่ยนแปลงใดๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คือสถาบันผลิตครู คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) รวมทั้งสถานศึกษาเอกชน ควรต้องหารือร่วมกันก่อน
"ต้องนำข้อมูล ปัญหา พร้อมทั้งนำงานวิจัยมาประกอบการพิจารณาด้วย หากจะปรับเปลี่ยนต้องหารูปแบบการผลิตครู ที่ตอบโจทย์เรื่องคุณภาพให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาหาข้อสรุปว่าหลักสูตรครูควรเป็นกี่ปี ส่วนตัวจะกี่ปีก็ได้ สิ่งสำคัญต้องตอบโจทย์คุณภาพบัณฑิต คุณภาพการศึกษา ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเปลี่ยนแล้วคุณภาพจะดีขึ้นอย่างไร ไม่ควรเอาจำนวนปีมาเป็นตัวกำหนดก่อน" ผศ.ดร.รัฐกรณ์ ตั้งข้อสังเกต
เหนืออื่นใด ที่ผ่านประเทศไทยเราใช้หลักสูตรครู 4 ปีมาโดยตลอด เพิ่งเปลี่ยนเป็นหลักสูตรผลิตครู 5 ปี เมื่อปี 2547 โดยมีแนวคิดผลิตครูพันธุ์ใหม่และต้องการยกให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง จึงเพิ่มเรื่องฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 1 ปีรวมเป็น 5 ปี
ต่อมาปี 2553 คณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน มีแนวคิดทีต้องการให้ครูต้องจบปริญญาโทเท่านั้น จึงเสนอให้ยกเลิกหลักสูตรครู 5 ปีในปี 2556 ให้มีการผลิตครูพันธุ์ใหม่แบ่งเป็น 2 หลักสูตรแทน คือ 1.หลักสูตร 4+2 โดยเปิดให้ผู้มีวุฒิอื่นมาเรียนครู 2 ปี และ2.หลักสูตรครู 5+1 เพื่อให้ครูมีวุฒิระดับปริญญาโท แต่แนวคิดดังกล่าวยังไม่ทันได้ใช้ เพราะมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีศึกษาธิการก่อน
“ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรต้องศึกษาความเป็นมาว่าทำไมถึงเปลี่ยนจากหลักสูตร 4 ปี มาเป็น 5 ปี มีผลดีผลเสียอย่างไรบ้าง และควรนำงานวิจัยศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างหลักสูตรครู 4 ปีและหลักสูตรครู 5 ปี มาประกอบการพิจารณาด้วย”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังมีข่าวออกมา ก็มีเสียงสะท้อนทั้งจากบรรดาคณาจารย์อุดมศึกษา ครู นักศึกษา นักเรียนและพ่อแม่ ผู้ปกครองว่าเปลี่ยนกลับไปกลับมา ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน โดยเฉพาะปีการศึกษา 2560 ที่จะยังคงใช้หลักสูตรครู 5 ปี ขณะที่ปีการศึกษา 2561 จะใช้หลักสูตรครู 4 ปี ซึ่งใช้ระยะเวลาเรียนน้อยกว่า แต่จบพร้อมกันและต้องมาแข่งขันการสอบบรรจุในปีเดียวกัน
ไม่เพียงเท่านั้น การปรับเปลี่ยนหลักสูตรการผลิตครูจาก5 ปีเป็นหลักสถุตรปลิตครู 4 ปี ยังส่งผลกระทบต่อสถาบันผลิตครูโดยเฉพาะ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.2558 ที่กำหนดว่า “แต่ละหลักสูตรจะต้องมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรอย่างน้อย 5 คนและต้องไม่ซ้ำกัน”
เท่ากับว่า"สถาบันผลิตครู" จะต้องหาอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรครู 4 ปี เพิ่มมาอีกชุด เชื่อว่าทุกสถาบันผลิตครูจะต้องเผชิญกับปัญหาการหาอาจารย์รับผิดชอบหลักสูตรที่ต้องไม่ซ้ำกันในแต่ละสาขา
“ผมไม่อยากให้มีการแก้ไขปัญหา โดยใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มายกเว้นประกาศดังกล่าวอีก เพราะจะเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ผมอยากฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าการจะปรับเปลี่ยนใดๆ ท่านควรศึกษาความเป็นมา ผลกระทบใช้ข้อมูลและผลการวิจัยให้ครบถ้วนก่อนปรับหลักสูตรผลิตครู”
ผศ.ดร.รัฐกรณฺ์ ย้ำว่า สิ่งที่นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ควรเร่งรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วนมากว่าการผลิตครูในขณะนี้คือ การที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)มีมติให้มหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนตามอาเซียน(เดือนสิงหาคม)ขณะที่สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เปิดภาคเรียนเดือนพฤษภาคม ชึ่งไม่ตรงกัน ส่งผลกระทบคุณภาพการฝึกสอนของนักศึกษาครู(ครูฝึกสอน)รมว.ศธ. จะแก้ไขอย่างไร
แหม! ยามนี้ ระดับปฏิบัติการ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ-มหาวิทยาลัยเอกชน ต่าง มึน!! งง!! นโยบายรายวันของ“หมอนักจิตวิทยา”ไปตาม ๆ กัน สงสารแต่ประเทศไทย!!
0 กมลทิพย์ ใบเงิน 0 รายงาน



