คอลัมนิสต์

เริ่มก.ม.ยาสูบ2560 สกัดหน้าใหม่ลดภัยให้คนไม่เสพ

เริ่มก.ม.ยาสูบ2560 สกัดหน้าใหม่ลดภัยให้คนไม่เสพ

05 ก.ค. 2560

พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะตั้งคณะกรรมการประจำจังหวัดที่จะต้องทำหน้าที่รณรงค์ลดละเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นการทำงานอย่างจริงจัง จะส่งผลให้คนสูบบุหรี่ลดลงได้แน่นอน

     คงเป็นความลำบากอีกระดับ ของบรรดาสิงห์อมควัน และเจ้าของกิจการเกี่ยวเนื่องกับการทำมาค้าขายบุหรี่ เมื่อกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวานนี้(4 ก.ค. 2560)

     ที่ว่าลำบาก เพราะเรื่อง “สุขภาพ” โดยรวมของสังคมต้องมาก่อนอื่นใด ดังนั้น กระแสสังคมทุกวันนี้จึงมุ่งเน้นไปที่ สินค้าทำลายสุขภาพทั้งหลาย ซึ่งกลุ่มที่ต้องรณรงค์ให้ลด ละ เลิก ลำดับต้นๆ คงไม่พ้นบุหรี่กับเหล้า 

     ยิ่งไปกว่านั้น การตรากฎหมายใหม่ๆ ออกมา ยังมีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเน้นไปที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพิษภัยที่ตนเองไม่ได้เสพหรือก่อขึ้นอีกด้วย ดังเช่นที่ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ ที่บังคับใช้แล้ว มุ่งคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ป้องกันเยาวชนจากการติดบุหรี่ และควบคุมกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบุหรี่

     ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 โดยมาตรการสำคัญที่ประชาชนต้องรับทราบเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ถูกต้อง ประกอบด้วย 1.กำหนดห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 2.ห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ 3.ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบใน 4 กลุ่มสถานที่ ได้แก่ วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา สถานพยาบาลและร้านขายยา สถานศึกษาทุกระดับ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก

     4.กำหนดห้ามโฆษณาสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบในทุกรูปแบบ อาทิ พริตตี้ส่งเสริมการขายในงานคอนเสิร์ต 5.ห้ามผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาสูบทำกิจกรรมซีเอสอาร์ อุปถัมภ์สนับสนุนบุคคล หรือองค์กร ที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยาสูบ 6.ห้ามตั้งวางโชว์ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือซองบุหรี่ ณ จุดขายปลีกที่ทำให้ผู้บริโภคหรือประชาชนมองเห็น 7.ห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นรายมวน 8.เพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่เป็นปรับไม่เกิน 5,000 บาท และ 9.กำหนดหน้าที่ให้เจ้าของสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ มีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ดูแลให้ไม่มีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการ เจ้าของสถานที่มีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท

     ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ปัญหาการบริโภคยาสูบเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้ป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร โดยคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่สูงถึงปีละกว่า 5 หมื่นคน นอกจากนี้กลยุทธ์การตลาดบุหรี่ยังทำให้นักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชนเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีโอกาสที่จะเป็นผู้เสพติดไปตลอดชีวิต รวมทั้งความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลรักษาผู้ป่วยจากโรคเสพติดยาสูบ ทำให้สูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาผู้ป่วย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียที่เกิดจากการสูบบุหรี่ สูงถึง 74,884 ล้านบาท

เริ่มก.ม.ยาสูบ2560 สกัดหน้าใหม่ลดภัยให้คนไม่เสพ

     อย่างไรก็ตาม รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ได้ออก พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ขึ้น เพื่อเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะช่วยป้องกันเยาวชนไม่ให้เข้าสู่วงจรร้ายของการติดบุหรี่อันเนื่องมาจากกลยุทธ์การตลาดบุหรี่ที่หลากหลายขึ้น และเป็นการคุ้มครองสิทธิของเยาวชนและสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และที่สำคัญอีกอย่างคือประเทศไทยเข้าร่วมรัฐภาคีตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO-FCTC) จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์เท่าทันกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทบุหรี่ และแนวปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาดังกล่าว

     ทั้งนี้ พ.ร.บ.ยาสูบฉบับใหม่ เน้นคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ เยาวชน และควบคุมการตลาด รวมถึงห้ามตั้งวางโชว์ซองบุหรี่ตามจุดขายปลีก ที่ทำให้ประชาชนมองเห็น และห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นรายมวน นอกจากนี้ ยังเตือนสิงห์นักสูบที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ เพิ่มโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

     ผู้สื่อข่าวได้สอบถามร้านขายของชำแห่งหนึ่งย่านพญาไท ถึง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยนางหมวย (ไม่ขอเปิดเผยชื่อเเละนามสกุล) บอกว่า  เบื้องต้นพอทราบถึงกฎหมายใหม่ที่จะออกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยทางยี่ปั๊วได้นำป้ายข้อความประกาศการใช้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมาติดให้ที่ร้าน ซึ่งในส่วนร้านค้าของตนหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็จะปฏิบัติตาม ในส่วนของการตั้งวางโชว์ซองบุหรี่ ปกติทางร้านจะตั้งวางในตู้กระจกก็จะนำกระดาษแบบทึบมาติดรอบตู้ เพื่อไม่ให้บุคคลหรือลูกค้ามองเห็นซองบุหรี่จากภายนอก สำหรับเรื่องการแบ่งขายบุหรี่รายมวนนั้น ก็คงต้องเลิกขาย

     “แน่นอนว่าทางร้านต้องได้รับผลกระทบ เพราะในส่วนของลูกค้าที่มาซื้อบุหรี่แบบแบ่งขายก็จะหายไป แต่ก็คงไม่ได้กระทบมากนัก เนื่องจากที่ร้านมีเพียงบุหรี่ไทย 2 ยี่ห้อ ที่เดิมทีทางร้านแบ่งขาย ส่วนบุหรี่นอกและบุหรี่ยี่ห้ออื่นๆ จะขายเต็มซอง เนื่องจากหากแบ่งขายจะไม่มีกำไร ขณะเดียวกันผลกระทบน่าจะตกอยู่ที่คนซื้อด้วย เนื่องจากคนที่ซื้อบุหรี่แบ่งขายส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่สูง วันหนึ่งกำเงิน 100 บาท ซื้อข้าว น้ำ บุหรี่แบบเเบ่งขาย ก็หมดแล้ว หากจะต้องนำเงิน 100 บาทไปซื้อบุหรี่แบบเต็มซอง ก็ต้องมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแน่นอน” นางหมวยกล่าว 

     ส่วนคนที่ซื้อบุหรี่แบบแบ่งขาย ส่วนใหญ่ต้องการจะลดบุหรี่ ซึ่งไม่ได้มีความต้องการสูบในแต่ละวันมากมาย โดยซื้อวันละ 3 มวน 5 มวน หรือ 10 มวน เพื่อเป็นการบังคับตัวเอง จำกัดการสูบเพียงแค่นี้ หรือบางคนที่ต้องการเลิกบุหรี่แต่หักดิบไม่ได้ก็ค่อยๆ ลด ซื้อแบบแบ่งขาย ถ้าหากซื้อเป็นซองก็จะหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย   

     ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ว่า เจตนารมณ์ของพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เชื่อว่าลดการเข้าถึงและเป็นการลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ได้แน่นอน เพราะมีการกำหนดห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์สูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ห้ามแบ่งซองขาย ห้ามให้เห็นซองบุหรี่ บริษัทสถานประกอบการห้ามทำซีเอสอาร์ ห้ามใช้พริตตี้ หรือส่งเสริมการขายต่างๆ และในอนาคตจะมีกฎหมายลูก ห้ามใช้สีสันบนซองบุหรี่ จะมีการเปิดเผยส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ การควบคุมการผลิตภัณฑ์ การคุ้มครองสุขภาพ

     นอกจากนั้น ที่สำคัญพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการประจำจังหวัดที่จะต้องทำหน้าที่รณรงค์ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นการทำงานอย่างจริงจัง จะส่งผลให้คนสูบบุหรี่ลดลงอย่างแน่นอน แต่จะลดลงมากน้อยนั้นคงต้องติดตามกัน ทั้งนี้ ในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้านั้น ขณะนี้มีการห้ามโดยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และอนาคตอาจจะมีกฎหมายลูกในเรื่องนี้ ก็ต้องดูความพร้อมของกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆ

     “พ่อแม่มีความสำคัญอย่างมากในการกระตุ้น และเป็นต้นแบบแก่ลูกๆ ที่จะช่วยลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ได้ เพราะหากพ่อแม่ไม่สูบให้ลูกเห็น หรือไม่ใช้ให้ลูกไปซื้อบุหรี่ จะไม่เกิดทัศนคติที่มองว่าบุหรี่เป็นสินค้าหรือเป็นเรื่องปกติที่จะสูบบุหรี่ได้ นอกจากนั้น การที่พ่อหรือแม่สูบบุหรี่ จะทำให้ลูกติดบุหรี่ถึง 7 เท่า ดังนั้น ต่อให้มีกฎหมาย การรณรงค์การเลิกสูบบุหรี่ พ่อแม่ต้องเป็นส่วนสำคัญ จะเพิ่มหรือลดความเสี่ยงลูกติดบุหรี่” ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต กล่าว