
“กองทุนประกันสังคม”จะยั่งยืน!! ต้อง“ไม่ประชานิยม
จริงหรือ? ต้องขยายเกษียณ เพิ่มเงินสมทบ กองทุนประกันสังคมถึงจะรอด! ติดตามเรื่องนี้กับ 0กมลทิพย์ ใบเงิน [email protected] 0
2 กันยายน 2560 จะครบรอบ 27 ปี"ผู้ประกันตน"ในระบบประกันสังคม ร่วม 11 ล้านคน เชื่อมาทั้งชีวิตว่าเมื่อวัย 55 ปีจ่ายเงินสมทบมาเกิน 15 ปีจะได้รับเงินชราภาพ เงินออมตลอดชีวิตของผู้ใช้แรงงาน แต่ดูเหมือนฝันอาจจะสลายหากขยายเกษียณออกไป ทำไมต้องขยาย ขยายเพื่อใคร แล้วกองทุนจะล่ม หรือ ยั่งยืน จริงหรือ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ " อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ " ผู้อำนวยการศูนย์นคลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีความอธิบายอย่างน่าสนใจยิ่ง
ในอดีตที่ผ่านมา เราลดอัตราการสมทบรวม (Total contribution rate) ของกองทุนประกันสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะในยามเกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราการสมทบรวมนั้นมาจากอัตราการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนของนายจ้าง ลูกจ้างผู้ประกันตนและรัฐบาล การใช้นโยบายดังกล่าวจัดว่าเป็นประชานิยมหรือไม่เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่ผลที่เกิดขึ้นมีดังนี้
ข้อแรก นายจ้าง มีความสุขเพราะได้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมลดลง ข้อสอง ลูกจ้างผู้ประกันตน มีความสุขเพราะได้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมลดลง โดยไม่ได้ตระหนักว่าตัวเองได้เงินสมทบลดลงและจะส่งผลทำให้บำนาญหลังเกษียณลดลงตามไปด้วย
ข้อสาม รัฐบาลนั้นยิ่งมีความสุขมาก จากสองเหตุผล เหตุผลแรกคือรัฐบาลเองก็จ่ายเงินสบทมเข้ากองทุนประกันสังคมลดลง ทำให้เอาเงินงบประมาณไปใช้อย่างอื่นได้ เหตุผลที่สองคือรัฐบาลจะได้รับความนิยมจากทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างตลอดจน NGO ด้านแรงงาน
ข้อสี่ กองทุนประกันสังคมเองนั้นเกิดความเสียหายมาก เพราะได้เงินสมทบลดลงไปมาก อันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาเสถียรภาพและเงินกองทุนได้ในอนาคต ซึ่งผลร้ายจะตกกับลูกจ้างผู้ประกันตนและรัฐบาลเองเมื่อกองทุนไม่มีเงินจะจ่ายให้อีกต่อไป ต้องอัดฉีดเงินเข้าไปในกองทุน
อันที่จริงสำนักงานประกันสังคมตระหนักดีถึงปัญหา เพราะประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่สภาวะสังคมผู้สูงอายุเต็มวัย ผู้ประกันตนที่จะส่งเงินสมทบมีแนวโน้มจะลดลงไปเรื่อยๆ ตามภาวะประชากร
และด้วยความกังวลนี้ทำให้ สำนักงานประกันสังคมว่าจ้างองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยนาย Hiroshi Yabamana ให้มาทำการประเมินทางคณิตศาสตร์ประกันภัยของกองทุนประกันสังคม และพบว่าด้วยเงื่อนไขเช่นในปัจจุบันเงินกองทุนประกันสังคมจะติดลบไปภายใน 28 ปีนับจากนี้
สาเหตุหลักคือกองทุนประกันสังคมจะจ่ายเงินบำนาญหรือ Pension จนเงินกองทุนติดลบ เพราะประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มวัย ทำให้มีแต่คนแก่ที่ต้องรับบำนาญจากกองทุนประกันสังคม และคนหนุ่มสาวในวัยทำงานที่จะส่งเงินสมทบลดลงไปเรื่อยๆ
Hiroshi Yabamana จาก ILO ได้เปรียบเทียบอายุเกษียณที่จะได้บำนาญของไทยจากกองทุนประกันสังคมกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และพบว่าประเทศไทยมีอายุเกษียณที่จะได้รับบำนาญจากกองทุนประกันสังคมต่ำที่สุดในโลก
โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น นอร์เวย์ อิสราเอล ไอซ์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อิตาลี ไอร์แลนด์ เยอรมันนี อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และสวีเดน ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่ผู้ประกันตนกับกองทุนประกันสังคมต้องทำงานกันจนอายุเกือบจะ 70 ปีทั้งสิ้น ก่อนที่จะได้รับบำนาญ
ทั้งนี้ Hiroshi Yabamana ได้เสนอความเห็นว่าเพื่อให้กองทุนประกันสังคมไม่ล่มสลายต้องขยายอายุเกษียณเพื่อให้ได้รับบำนาญออกไป ทำให้ชะลอการจ่ายบำนาญและทำให้มีผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบยาวนานขึ้น หากไม่ทำเช่นนี้กองทุนประกันสังคมจะอยู่ไม่รอด
"โดยส่วนตัวผมเห็นว่าควรตราเป็นพระราชบัญญัติกองทุนประกันสังคมแก้ไขให้ขยาย Pensionable age นี้ค่อยๆ ขยายออกไปเป็นขั้นบันไดเพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้าน"
ในขณะเดียวกันเมื่อนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจะหาเสียงโดยการลดอายุลงและส่งผลเสียต่อกองทุนประกันสังคมและผู้ประกันตนในภายหลังหากมีการตรากฎหมายไปล่วงหน้าในลักษณะของขั้นบันไดเช่นที่ว่าจะป้องกันการแทรกแซงเพื่อประชานิยมได้
นอกจากนี้อัตราการสมทบรวม (Total Contribution Rate) ของกองทุนประกันสังคมของไทยนั้นก็น่าจะต่ำที่สุดใน Asia เช่นกัน ( ดูกราฟิกประกอบ) แสดงอัตราการสมทบรวมของไทย ซึ่งเมื่อเทียบกับ จีน มาเลเซีย และเวียดนาม สามประเทศนี้มีอัตราการสมทบรวมสูงถึง 20% กว่าๆ
โดยเฉพาะจีนนั้นอัตราการสมทบรวมสูงถึง 25% ในขณะที่อัตราการสมทบรวมของไทยอยู่ที่ประมาณ 6% เท่านั้น แต่มองโกเลีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์และฮ่องกง ต่างมีอัตราการสมทบรวมอยู่ที่ร้อยละ 10 ขึ้นไป
Hiroshi Yabamana จาก ILOได้เสนอว่าทางรอดทางเดียวที่จะทำให้กองทุนประกันสังคมไม่ล่มสลายจนเดือดร้อนผู้ประกันตนก็คือการค่อยๆ เพิ่ม Total Contribution Rate หรืออัตราการส่งเงินสมทบรวมไปเรื่อยๆ เป็นขั้นบันได และต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็น 16.4% ภายใน 2054 ไม่เช่นนั้นเงินกองทุนจะติดลบอย่างรวดเร็ว
"ผมเองเห็นด้วยและมีความเห็นว่ารัฐบาล คสช ควรแก้ไข พรบ ประกันสังคม และกำหนดการเพิ่มขึ้นของ contribution rate เป็นมาตราหนึ่งพร้อมกำหนดระยะเวลาให้เหมาะสมเพื่อให้กองทุนประกันสังคมอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน"
"กองทุนประกันสังคม" นั้นเป็น "สวัสดิการสังคม" หากเอามาใช้เป็น "ประชานิยม" ก็จะเกิดความล่มจม!! และผู้ที่จะรับผลกระทบเดือดร้อนมากที่สุดคือ "ผู้ประกันตน" คนที่ทำงานวันนี้นับไปอีก 28 ปีก็จะไม่ได้อะไรเลย เพราะเงินกองทุนจะหมดไป
หากเราต้องการสวัสดิการสังคม เราเองก็ต้อง"อดทน" และ "อดออม" เช่นกัน การส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมคือการออมรูปแบบหนึ่งของคนทำงาน ที่เราน่าจะ"มีวินัยในการออม"อย่างเคร่งครัดเพื่อตัวเราเอง
อ่านข่าว-บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง
ขยายเงินชราภาพ55ปีเป็น60ปี ใครได้ : ใครเสีย?



