
เปิดบันทึกตำรวจ “สาวเบลเยียม” ฆ่าตัวบนเกาะเต่า
ผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช ระบุว่า สภาพศพเน่า การเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอ
เป็นคดีที่โจษจันจากเว็บไซต์ Samuitimes รายงานว่า น.ส.เอลิเซ่ ดัลเลอมาจ อายุ 30 ปี เชื้อชาติเบลเยียม สัญชาติเบลเยียม ถูกพบว่าเสียชีวิตบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 ซึ่งหลังจากพบร่างของ น.ส.เอลิเซ่ มารดาของเธออ้างว่ายังรอผลการชันสูตรขั้นสุดท้าย แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนับจากทำพิธีทางศาสนาที่จัดในกรุงเทพฯ หลังพบร่างของลูกสาว 14 วัน
ย้อนเหตุการณ์ของคดีเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2560 ร.ต.ท.ธนิสร หุ้ยเวชศาสตร์ รอง สว.สอบสวน สภ.เกาะเต่า รับแจ้งเหตุพบศพในลักษณะผูกคอบริเวณป่าละเมาะ ใกล้กับแฟมิลี่โตนด หมู่ 3 ต.เกาะเต่า จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับหน่วยกู้ภัยเกาะเต่า เมื่อไปถึงพบศพลักษณะสวมเสื้อยืดสีเทา นุ่งผ้าโสร่งสีม่วง ผูกคอด้วยเชือกไนลอนแขวนอยู่กับต้นไม้ใกล้โขดหิน และพบกระเป๋าภายในบรรจุเครื่องใช้ส่วนตัว หนังสือเดินทางสัญชาติเบลเยียม โดยตำหนิรูปพรรณของผู้เสียชีวิตคล้ายกับภาพบุคคลในหนังสือเดินทางคือ น.ส.เอลิเซ่
บันทึกข้อความที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ บก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เอลิเซ่ ทางพ่อแม่ของ น.ส.เอลิเซ่ และสถานทูตเบลเยียม ร้องขอให้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช ระบุว่า สภาพศพเน่า การเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอ ซึ่งในเวลาต่อมาทางสถานทูตเบลเยียม มีหนังสือมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่รับศพ น.ส.เอลิเซ่ เพื่อนำไปดำเนินการทางศาสนา
บันทึกข้อความระบุว่า หลังเกิดเหตุและได้รับผลการชันสูตรศพ พนักงานสอบสวนนำพ่อแม่ของ น.ส.เอลิเซ่ ไปดูจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้และจุดที่ น.ส.เอลิเซ่ เสียชีวิต รวมถึงอธิบายการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทยของ น.ส.เอลิเซ่ พบว่าเดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 โดยเครื่องบินผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ จากนั้นพบว่าเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 เดินทางมายังเกาะเต่าเข้าพักที่ทริปเปิลบี บังกะโล โดยเลือกพักที่ขนำไม้ไผ่ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ขนำไม้ไผ่เสียหายจำนวน 4 หลัง สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจากการตรวจสอบต้นเพลิงน่าจะเกิดจากขนำไม้ไผ่ที่ น.ส.เอลิเซ่ เข้าพัก
การสืบสวนสอบสวนหลังพบศพ น.ส.เอลิเซ่ โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า วันที่ 21 เมษายน 2560 น.ส.เอลิเซ่ซื้อข้าวกล่องที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง และซื้อตั๋วเรือบริษัทลมพระยา กับบริษัทโปโซดอน เพื่อจะเดินทางในวันที่ 24 เมษายน 2560 เวลา 14.30 น. จากนั้นไม่มีใครพบเห็นหรือกล้องวงจรปิดจับภาพ น.ส.เอลิเซ่ ได้ จนกระทั่งมีผู้พบศพ
ขณะเดียวกันการสอบสวนพยานทั้งหมด 6 คน โดยพยานคนแรกคือ สุภาพสตรีชาวต่างชาติซึ่งเป็นมารดาของ น.ส.เอลิเซ่ ให้การว่า เชื่อว่าลูกสาวผูกคอเสียชีวิตเอง สาเหตุเนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกสาวมีท่าทีแปลกๆหลังจากเข้าไปอยู่ในกลุ่มของเจ้าลัทธิที่ประเทศอินเดีย(ขอสงวนชื่อนามสกุล) และพยายามจะฆ่าตัวตายวิ่งให้รถไฟชนที่กรุงเทพฯ แต่มีพลเมืองดีช่วยไว้ได้
พยานคนที่สอง ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับของสถานที่พัก ให้การยืนยันว่าวันที่ 19 เมษายน 2560 น.ส.เอลิเซ่มาเข้าพักที่ขนำไม้ไผ่ พร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่คลุมด้วยผ้ากันฝนสีเขียว จนกระทั่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งระหว่างเกิดเหตุ น.ส.เอลิเซ่หนีออกมาได้พร้อมกระเป๋าย่ามใบเล็ก ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ไม่ได้เอาไป
พยานคนที่สาม เป็นนักท่องเที่ยวชาย ซึ่งเข้าพักที่ขนำไม้ไผ่ ให้การว่าพยานและเพื่อนหนีออกมาได้ระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยต้นเพลิงมาจากขนำไม้ไผ่ของ น.ส.เอลิเซ่ และเห็น น.ส.เอลิเซ่วิ่งหนีออกมาพร้อมกระเป๋าใบเล็กหลบหนีหายไป
พยานคนที่สี่ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ให้การยืนยันว่า น.ส.เอลิเซ่ ซื้อข้าวกล่องและน้ำเปล่า แต่ขอชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ซึ่งพยานไม่รับชำระ แต่ น.ส.เอลิเซ่ขอจองตั๋วเรือและตั๋วรถเดินทางไปกรุงเทพฯ ในวันที่ 24 เมษายน 2560 จากนั้นไม่พบ น.ส.เอลิเซ่ โดยไม่ได้เดินทางมาตามวันเวลาที่ระบุไว้ และไม่ได้ฝากสิ่งของไว้แต่อย่างใด
พยานคนที่ห้า ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การยืนยันว่าหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ได้ร่วมกับพนักงานสอบสวนตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบซากกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือถูกเพลิงไหม้เสียหายอยู่ในกองเพลิง ซึ่งพยานปากนี้แจ้งให้มารดาของ น.ส.เอลิเซ่ ทราบขณะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน
พยานคนที่หก ซึ่งเป็นผู้พบศพ น.ส.เอลิเซ่ ให้การว่าชีวิตประจำวันของพยานจะออกล่าตัวตะกวดสัตว์กินซากเพื่อนำมาทำอาหาร จึงพบศพในป่าละเมาะจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
บันทึกข้อความของเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะเชื่อได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ??
ทีมข่าวอาชญากรรม



