
ค้ามนุษย์ "เทียร์ 2 เฝ้าจับตา" ฐานะที่ไทยคู่ควร ??
สถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทย "เทียร์ 2 เฝ้าจับตา" ฐานะที่ไทยคู่ควร !! โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี บก.ข่าวต่างประเทศ เดอะเนชั่น
ดูเหมือนรัฐบาลไทยจะแปลสัญญาณที่มาจากวอชิงตันของ "รัฐบาลทรัมป์" ไม่ชัดเจนทำให้เกิดความคาดหวังผิดๆว่า ไทยจะได้รับการจัดอันดับดีขึ้นในรายงานการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในปีนี้
หลายเดือนที่ผ่านมาก่อนที่รายงานฉบับล่าสุดจะออกมา รัฐบาลไทยแปลสัญญาณจากวอชิงตันผิดไปมาก เข้าใจว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ไม่วิจารณ์เรื่องสิทธิมนุษยชนและปัญหาประชาธิปไตยในไทย เท่ากับว่าฐานะของรัฐบาลทหารของไทยดีขึ้น ยิ่ง "ทรัมป์" โทรศัพท์มาชวนนายกฯไทยไปเยือนวอชิงตันยิ่งทำให้ลิงโลดกันใหญ่ราวกับว่าสวรรค์เปิดแล้วก็ไม่ปาน
แน่นอนอาจจะมีคนในรัฐบาลล่วงรู้ว่า คณะทำงานบางส่วนเสนอให้ยกระดับไทยขึ้นสู่ชั้นสองปกติในปีนี้ เพื่อเห็นแก่ความพยายามที่ได้ทำมาและประโยชน์ทางการเมืองจากการที่รัฐบาลทหารโอนเอียงหาจีนมากขึ้น แต่เท่าที่ทราบ TIP office ในวอชิงตันที่เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องโดยตรงยืนยันมาตลอดตั้งแต่รับข้อมูลตลอดปีที่ผ่านมาแล้วว่า ไทยสมควรอยู่ที่เดิมอีกปีหนึ่ง มีข้อแนะนำให้กระทรวงต่างประเทศและสถานทูตไทยในวอชิงตันไปวิ่งล๊อบบี้กับรัฐมนตรีทิลเลอร์สัน (เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ) และสำนักงานของทรัมป์
แต่เข้าใจว่าขีดความสามารถเรื่องนี้ของไทยยังไม่เข้าขั้น คนที่รัฐบาลไทยใช้งานอยู่ทุกวันนี้ ขี้โม้ มากกว่าจะมีฝีมือจริงๆ สิ่งที่ไปถึงระดับตัดสินใจในวอชิงตันก็เป็นเพียงข้อมูลและคำชี้แจงแบบปกติที่ส่งไปตั้งแต่เดือนมกราคมเท่านั้น ผลที่ออกมาก็จึงเป็นดังที่เห็น
ความจริงแล้วฐานะที่ไทยอยู่ปัจจุบันคือชั้นสองเฝ้าระวัง (Tier2Watchlist) จัดได้ว่าเป็นชั้นปกติที่ไทยคุ้นเคยมาเป็นเวลานานแล้ว นับแต่ทหารเรือลากชาวโรฮิงญาไปปล่อยกลางทะเลสมัย "รัฐบาลอภิสิทธิ์" โน่นแล้ว
ประเทศไทยได้รับการจัดชั้นให้อยู่ชั้นสองเฝ้าระวังนับแต่ปี 2553 เป็นต้นมา สมัย "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" นั้น ขนาดว่าชอบๆกันกับหลายคนในวอชิงตันทั้งยังส่งรัฐมนตรีไปอ้อนวอนก็ยังไม่ได้รับการปรับระดับ เพราะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติของไทยโดยเฉพาะในกองทัพไม่ยอมรับว่ามันเป็นปัญหา
ดังนั้นการถูกลดลงเป็นชั้นสามถึง 2 ปีซ้อนหลังจากการรัฐประหารในปี 2557และ 2558 เป็นเพราะ "อัตตา" ของรัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์เอง (ถ้าจะเถียงเรื่องนี้ให้กลับไปดูว่าคดีภูเก็ตหวานเป็นอย่างไร) จนกระทั่งมาได้สำนึกในภายหลังว่าเรื่องนี้ใหญ่โตเกินกว่าจะทำอะไรแบบลูบหน้าปะจมูกแบบเดิมๆได้นั่นแหละจึงได้รับการปรับปรุงระดับชั้นขึ้นมา
มาถึงวันนี้แม้ในรายงานปีนี้จะยอมรับว่า รัฐบาลทหารของไทยจะได้ตระหนักถึงปัญหาและได้ทุ่มเททรัพยากรไม่น้อยเข้าไปจัดการ แต่ในเมื่อความพยายามนั้นยังไม่เป็นผลก็จำต้องอยู่ในฐานะที่เคยเป็นต่อไป
ไม่ต้องกลัวว่าอยู่สองปีซ้อนแล้วจะถูกลดชั้นโดยอัตโนมัติ ไม่มีระบบนั้นอยู่ ไทยเคยอยู่ชั้นนี้จากปี 53-56 นับแล้วก็ 4 ปีซ้อนไม่ตกชั้นกระทั่งโดนเปิดโปงว่า ทหารเรือยังคงลากโรฮิงญาไปปล่อยกลางทะเลอยู่เหมือนเดิมแถมมีนายทหารใหญ่เกี่ยวข้องด้วยนั่นแหละความอดทนจึงสิ้นสุดลง
สิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่และรายงานก็พูดเหมือนกันทุกปีคือ รัฐบาลไทยไม่เอาใจใส่ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องและตัวการใหญ่เท่าที่ควร การจับกุมที่ว่าทำกัน 300 กว่าคดีในปีที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่จับได้แต่เหยื่อและปลาซิวปลาสร้อยทั้งสิ้น บางกรณีมีเอกสารบัญชีเจ้าหน้าที่รับส่วยปลิวว่อน ก็ยังเอาผิดเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ได้ เช่นนี้จะให้ใครเขาเห็นว่า ทำงานได้ผลก็คงจะแปลกอยู่สักหน่อย อย่าลืมว่า TIP office นั้นมีหูตาอยู่ในประเทศไทยด้วย อย่านึกว่ามีอำนาจแล้วทำอะไรก็ได้จะไม่มีใครรู้ใครเห็น
สิ่งที่ควรจะพูดกันด้วยคือ การที่รัฐบาลนี้ใช้คำสั่งคสช.เอาทหารมาทำงานร่วมกับตำรวจนั้น ไม่ได้ช่วยอะไร ตรงกันข้ามกลับเป็นการเปิดให้มี “ผู้เล่น” มากขึ้น
กองทัพไม่ควรจะทึกทักว่า บุคคลากรของตัวเองวิเศษกว่าใครหรือ “ทำมาหากิน” ไม่เป็น ตรงกันข้ามพวกเขาก็ตระเวนไซต์ก่อสร้างและตามตลาดเหมือนกัน ทุกวันนี้ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยที่ใช้แรงงานต่างชาติต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ผิดไม่ผิดไม่รู้ แต่จ่ายไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ก็ทำให้ต้นทุนการประกอบการสูงขึ้นบานเบอะ ยิ่งออกกฎหมายเข้มงวด หยุมหยิมเท่าไหร่ ยิ่งเปิดโอกาสทำมาหากินให้เจ้าหน้าที่พวกนี้มากเท่านั้น
อย่างไรก็ตามใช่ว่าการอยู่ในฐานะที่ไทยคุ้นเคยนี้จะเป็นสิ่งที่สมควรวางใจหรือปล่อยปละละเลยได้ เพราะรัฐบาลของทรัมป์นั้นสนใจเรื่องที่ไทยได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐอยู่มากและกำลังจะส่งคณะผู้แทนการค้ามาคุยเรื่องนี้ในเร็วๆนี้ แม้ว่า TIP Report นี้ต่างจาก IUU ของยุโรปตรงที่ไม่มี feature ในการลงโทษทางเศรษฐกิจโดยตรง แต่มันเป็นเครื่องมือประกอบการดำเนินโยบายต่างประเทศของสหรัฐ
"ทรัมป์" อาจจะใช้ฐานะที่ไม่ค่อยสง่างามของไทยในเรื่องนี้เป็นอำนาจต่อรองของเขาในการเจรจาการค้าได้ โดยสามารถพูดได้ว่าเรื่องการปฏิบัติเรื่องแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานนี้เองทำให้ต้นทุนสินค้าไทยถูกจนส่งไปตีตลาดสหรัฐได้มากมาย กลายเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมขึ้นมาได้ !!
---------
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
บก.ข่าวต่างประเทศ นสพ.เดอะเนชั่น
เขียนความเห็นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Supalak Ganjanakhundee หลังสหรัฐจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยให้อยู่ในกลุ่ม "เทียร์ 2 เฝ้าจับตา"



