
‘คนเดือนตุลา’ พาเหรดรับ 2 แสน มรดก 66/2523
ผ่านไปแล้ว พิธีกรรมมอบเงินช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.) ทั่วประเทศ 6,183 ราย โดย กอ.รมน. ย้ำว่า เป็นการช่วยเหลือครั้งสุดท้าย!!
สำหรับที่กรุงเทพฯ กอ.รมน. ได้จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือ ผรท. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
เฉพาะอดีตสหายที่มารับเงินช่วยเหลือ จำนวน 294 คน ส่วนใหญ่มีถิ่นพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก
เท่าที่มีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า 294 คนที่มารับการช่วยเหลือนั้น เป็นนักศึกษา นักการเมือง กรรมกร และผู้รักประชาธิปไตย ยุค 14 ตุลา หรือ “คนเดือนตุลา” กว่าร้อยละ 80 ซึ่งเวลานี้ พวกเขามีอายุ 60-65 ปี ส่วนมากไม่ได้เป็น “เซเลบเดือนตุลา” จึงไม่มีคนรู้จักในวงกว้าง
รายชื่อที่น่าสนใจ ได้แก่ สมคาด สืบตระกูล อดีตสมาชิกพรรคสัจจธรรม รามคำแหง รุ่นตั้งแต่ 2514-2517 รุ่นเดียวกับพินิจ จารุสมบัติ และมหินทร์ ตันบุญเพิ่ม
“สมคาด” เข้าป่า พร้อมพินิจ ทางเขตงาน 3 จังหวัด (ภูหินร่องกล้า) และออกจากป่าก็มาทำธุรกิจ พร้อมกับเข้าสู่วงการเมือง เคยเป็นเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ดร.พิจิตต รัตตกุล
ประยงค์ มูลสาร อดีตหัวหน้าพรรคสัจจธรรม รามคำแหงคนแรก เคยเป็น ส.ส.ยโสธร ปี 2518 สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ได้เข้าป่าพร้อมไขแสง สุกใส และอยู่ในกลุ่มแนวร่วม
พระจัด คงสุข หรือ “มหาจัด” อดีตแกนนำกลุ่มพิราบเหลือง ยุคหลัง 14 ตุลา เคยเข้าป่าในฐานะแนวร่วม และกลับออกมาทำธุรกิจส่วนตัว
คงเจตน์ พร้อมนำพล หรือ “สหายทิว” อดีตสมาชิกพรรคสัจจธรรม รามคำแหง เข้าป่าอีสานใต้ และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง “บันทึกพนมดงเร็ก” โดยตอนหลังไปรับราชการอยู่ที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)
สุทธิธรรม เลขวิวัฒน์ เป็นฝ่ายซ้ายรามคำแหง รุ่นแรกๆ รุ่นเดียวกับประเดิม ดำรงเจริญ และวิสา คัญทัพ เคยป่าทางเขตงาน 3 จังหวัด (ภูร่องกล้า) ปัจจุบัน เป็นนักวิชาการอิสระ และทำงานด้านภาคประชาสังคม
วัชรี เผ่าเหลืองทอง เคยเข้าป่าทางเขตงาน 3 จังหวัด ทุกวันนี้ เป็นนักเคลื่อนไหวด้านพลังงานทางเลือก
สมคิด สิงสง อดีตผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเคียวเกี่ยวดาวซับแดง และแต่งเพลง “คนกับควาย” ให้สุรชัย จันทิมาธร ขับร้อง ได้มารับเงินช่วยเหลือที่กองทัพภาคที่ 2
ขณะเดียวกัน ก็มีภรรยาและทายาทของ “อ๊อด อมตะ” มารับเงินแทน ซึ่งอดีตหัวหน้าวงอมตะ เคยเข้าป่าทางลาว ก่อนจะย้ายมาภูพาน
นอกจากนี้ ยังมีครอบครัว “สีสุวรรณ” และ “บัวอ่อน” อดีตกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย รวมถึงครอบครัว “อดีตสหาย” ที่หลบหนีคดีความมั่นคงไปอยู่ใน สปป.ลาว ก็มี “ทายาท” มารับเงินสองแสนแทน
อนึ่ง คุณสมบัติผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ที่จะได้รับการช่วยเหลือ คือ บุคคลที่เป็นสหายร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ กลับใจมาร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หลักเกณฑ์เข้ารับการช่วยเหลือ ต้องเป็นบุคคลที่เกิดในปี พ.ศ.2509 หรือก่อนนั้น มีรายได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาทต่อปี ไม่เคยต้องโทษคดีอาญา และต้องเป็นอดีตกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือ อดีตกองกำลังติดอาวุธที่เข้ามอบตัวต่อทางราชการ และมีหลักฐานการมอบตัวทางราชการ



