
ชำแหละคุณสมบัติองค์กรอิสระ...ปลา 2 น้ำ ต้องโละทิ้ง
จากเซ็ทซีโร่ กกต. ภายใต้ข้ออ้างปลาสองน้ำ อันว่าด้วยคุณสมบัติที่ต่างกันระหว่าง รธน. เก่า และใหม่ ใครจะอยู่ใครจะไป ลองมาเช็คชื่อกัน
“เซ็ตซีโร่กกต.” กลายเป็นสึนามิคลื่นใหญ่ถล่มกกต.อย่างจัง เมื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรธ. และรัฐบาล เห็นด้วยให้โละกกต.ชุดปัจจุบันทิ้งทันที โดยอ้างเหตุ “ปลาสองน้ำ”
จนหลายฝ่ายตั้งคำถามว่ามีการตั้งธงไว้ล่วงหน้าหรือไม่ และมาตรฐานนี้บังคับใช้ทุกองค์กรอิสระหรือไม่??
ถึงกับต้องมานั่งเปิดดูรัฐธรรมนูญ 25560 ว่ากำหนดคุณสมบัติแต่ละองค์กรอิสระไว้อย่างไร...
กรรมการการเลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญ มาตรา 222 ที่บัญญัติว่า กกต.ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลต่อไปนี้
(1) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาจำนวน 5 คน
(2) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวน 2 คน
ผู้ซึ่งจะได้รับการสรรหาเป็นกรรมการการเลือกตั้งตาม(1) ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 232 (2) (3) (4) (5) (6) หรือ (7) หรือเป็นผู้ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกำหนด
เมื่อไล่ดูคุณสมบัติ กกต.ชุดปัจจุบัน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกกต. เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2556
นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. (ได้รับคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) เกิดวันที่ 8 ก.พ.2492 อายุ 68 ปี เคยเป็นอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2551 ***ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษาครบ 5 ปีตามรัฐธรรมนูญกำหนด
นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ (ได้รับคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) เกิดวันที่ 11 ม.ค.2496 อายุ 64 ปี เคยเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์รัชดา เมื่อปี 2551 ***ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษาครบ 5 ปีตามรัฐธรรมนูญกำหนด
นาย บุญส่ง น้อยโสภณ (ได้รับการสรรหา) เกิดวันที่ 7 ส.ค.2491 อายุ 69 ปี เคยเป็นอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อปี 2550 ***เคยรับราชการไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการครบ 5 ปีตามรัฐธรรมนูญกำหนด
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร (ได้รับการสรรหา) เกิดวันที่ 23 ต.ค.2501 อายุ 59 ปี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการและเลขานุการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย(พีเน็ต) เมื่อปี 2535 ***เคยทำงานในภาคประชาสังคมครบ 20 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหากำหนดด้วย
นายประวิช รัตนเพียร (ได้รับการสรรหา) เกิดวันที่11 มิ.ย.2499 อายุ 61 ปี เคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อปี 2554 ***พ้นจากการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปีตามรัฐธรรมนูญกำหนด
ดังนั้น จะเห็นว่า กกต.ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีเพียง 3 คน คือ นายศุภชัย นายธีรวัฒน์ และนายบุญส่ง ส่วนนายสมชัย ต้องรอให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา สำหรับนายประวิช ถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทันที
อย่างไรก็ตาม หากดูการครบวาระตามคุณสมบัติอายุครบ 70 ปีนั้น นายบุญส่ง จะครบวาระอีก1 ปี ในเดือน ก.ค.2561 ส่วนนายศุภชัย จะครบวาระอีก 2 ปี ในเดือน ก.พ.2562
หากเป็นเช่นนี้แล้วจะเหลือกกต.เพียง 1 คน คือ นายธีรวัฒน์ ซึ่งนายธีรวัฒน์ ก็มีชนักติดหลัง คือ ยังต้องรอป.ป.ช.ไต่สวน กรณีถูกร้องเรียนว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เข้าข่ายขัดจริยธรรมร้ายแรงอีกด้วย
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ “หวยออกกกต.” ที่ทั้งกมธ.สนช. กรธ. และรัฐบาล เห็นพ้องกันว่าควร “เซ็ตซีโร่กกต.” ก็เป็นได้ การยกเหตุผลการทำงานแบบ “ปลาสองน้ำ” ดูจะเป็นเพียงข้องอ้างไปเลย
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200 ที่บัญญัติว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 9 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้
(1) ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 3 คน (คุณสมบัติสูงกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งบัญญัติว่า ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกา และไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง)
(2) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ตุลาการศาลปกครองสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจำนวน 2 คน (คุณสมบัติสูงกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ที่บัญญัติแต่เพียงว่า เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด แต่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง)
(3) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 1 คน (คุณสมบัติสูงกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ที่บัญญัติ เพียงว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์)
(4) ผู้ทรงคุณวุฒิ สาขารัฐศาสตร์ หรือ รัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์จำนวน 1 คน (คุณสมบัติสูงกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ที่บัญญัติเพียงว่า ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น)
(5) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวน 2 คน (รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้บัญญัติคุณสมบัติข้อนี้)
ในกรณีไม่อาจเลือกผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาตาม (1) ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกบุคคลจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาในศาลฎีกามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีได้
การนับระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับถึงวันที่ได้รับการคัดเลือกหรือวันสมัครเข้ารับการสรรหา แล้วแต่กรณี ในกรณีจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คณะกรรมการสรรหาจะประกาศลดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองลงได้ แต่จะลดลงเหลือน้อยกว่า 2 ปีมิได้
จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 200 วรรคสาม เขียนเปิดช่องให้ คณะกรรมการสรรหาประกาศลดระยะเวลาของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็น “ศาสตราจารย์” ไม่น้อยกว่า 2 ปี
เมื่อไล่ดูคุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน ทั้ง 9 คน
นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์) เป็น “ศาสตราจารย์” 2 ปี ก่อนได้รับคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2556 ***ไม่ถึง 5 ปีตามรัฐธรรมนูญ แต่เข้าข่ายกรณียกเว้นตามมาตรา 200 วรรคสาม
นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์) เป็น “ศาสตราจารย์” 4 ปี ก่อนได้รับคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2558 ***ไม่ถึง 5 ปีตามรัฐธรรมนูญ แต่เข้าข่ายกรณียกเว้นตามมาตรา 200 วรรคสาม
นายปัญญา อุดชาชน (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือน มิ.ย. 2558 ก่อนมารับตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในเดือน ธ.ค.2558 และไม่มีตำแหน่งทางวิชาการถึงระดับ “ศาสตราจารย์” ***รับตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการไม่ถึง 5 ปีตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีตำแหน่งทางวิชาการ
ส่วน นายวรวิทย์ กังศศิเทียม (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด) เคยดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2551 ก่อนเข้ารับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2557 ***ครบ 5 ปีของการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครอง เป็นผู้มีคุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญ 2560
นอกจากนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2560 จึงไม่สามารถดำรงตำแหน่งตุลาการ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ มีทั้งหมด 4 คน ได้แก่ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ(รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) นายจรัญ ภักดีธนากุล (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์) นายชัช ชลวร (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) และนายบุญส่ง กุลบุปผา (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)
ดังนั้น จะเหลือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีเพียง 3 คน คือ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ และนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะต้องรอการสรรหาตุลาการอีก 6 คน ซึ่งก็จะเข้าข่าย “ปลาสองน้ำ” อยู่ดี
จึงเป็นที่จับตามองว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะถูกโละยกเข่งเหมือน กกต. หรือไม่??
--------
ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ
คลิกอ่าน "ชำแหละ กก.องค์กรอิสระ ป.ป.ช. -กสม. ผู้ตรวจการ จ่อเซตซีโร่" ที่นี่



