คอลัมนิสต์

"ไพรมารีโหวต" เลือกอย่างไร ???

"ไพรมารีโหวต" เลือกอย่างไร ???

02 มิ.ย. 2560

ร่างกฎหมายพรรคการเมืองที่ สนช. กำลังพิจารณาในขณะนี้ได้กำหนดวิธีการคัดสรรผู้สมัครจากพื้นที่หรือที่เรียกว่า "ไพรมารีโหวต" เรามาทำความรู้จักว่า ทำอย่างไร

          2 มิ.ย. 2560 -ภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้  ทางกรรมการร่างรัฐธรรมนญ และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็มีหน้าที่ร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง 10 ฉบับ  โดยในขณะนี้กำลังพิจารณา 2 ฉบับคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
 
           อย่างไรก็ตามในส่วนของกฎหมายพรรคการเมือง สนช. ได้แก้ไชเพิ่มเติมในส่วนของการกำหนดวิธีการสรรหาตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง จากสาขาพรรคหรือจังหวัด  หรือที่เราเรียกกันว่า Primary Vote  เราลองมาดูกันว่ากฎหมายพรรคการเมืองฉบับปรับปรุงโดยกรรมาธิการกำหนดวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างไร  
 
          ในส่วนของพรรคการเมืองจากส่วนกลาง จะมีส่วนที่เกี่ยวข้องสองส่วนคือ 1.คณะกรรมการบริหารพรรค  และ 2.คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง  ซึ่งมีองค์ประกอบตามที่ข้อบังคับกำหนด แต่มีข้อจำกัดว่าในนั้นจะมีกรรมการบริหารพรรคอยู่ไม่เกินกึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังต้องประกอบด้วยหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด   โดยคณะกรรมการสรรหาจะมีหน้าที่ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง 
 
          1. "การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต" กำหนดวิธีการว่า เมื่อกรรมการสรรหาประกาศให้มีการสมัครเรียบร้อยแล้ว ให้ "สาขาพรรคการเมือง"  หรือ "ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด" จัดประชุมเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง โดยกำหนดว่า หากเป็น "สาขาพรรค"ต้องมีผู้มาประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน  ขณะที่ "ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด" ต้องมีผู้มาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน 
 
          เมื่อลงคะแนนเสร็จ ก็ให้ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งในลำดับที่ 1 และ 2 ให้กรรมการสรรหาฯ
 
          จากนั้นให้ส่งชื่อให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้เลือก   แต่หากไม่เลือกผู้ได้คะแนนลำดับแรก กรรมการบริหารพรรคต้องชี้แจงถึงเหตุผล    แต่หากกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจไม่เลือกทั้งสองคนที่เสนอมาก็ต้องประชุมร่วมกับกรรมการสรรหาฯ    หากมีมติเสนอใคร ก็ให้เสนอชื่อผูนั้นเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่หากไม่เห็นด้วย ก็ให้กลับไปดำเนินการคัดเลือกใหม่ตั้งแต่ต้นจากสาขาหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัด
 
          ทั้งนี้ด้วยกระบวนการที่กินเวลามาก ดังนั้นพรรคจึงจะสามารถเริ่มได้แม้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 
 
          2. "การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ"     กำหนดวิธีว่า  ให้กรรมการสรรหาฯประกาศให้มีการรับสมัคร  เมื่อครบกำหนดก็ให้คณะกรรมการสรรหาตรวจสอบและจัดทำบัญชีรายชื่อ ไม่เกิน 150 รายชื่อ  
 
          จากนั้นให้ส่งรายชื่อไปให้ "สาขาพรรค" และ "ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด"  ลงคะแนนเลือก โดยการประชุมเพื่อเลือกก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขตกล่าวคือ  "สาขาพรรค"ต้องมีผู้มาประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน  ขณะที่ "ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด" ต้องมีผู้มาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน 
 
          โดยผู้ลงคะแนนจะลงคะแนนได้คนละ 50 รายชื่อ  จากนั้นให้ประกาศคะแนนและส่งผลคะแนนให้ "กรรมการสรรหา"  
 
          จากนั้น "กรรมการสรรหา" จะจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง  โดยเรียงลำดับตามผลรวมของคะแนน  โดยที่ให้ "หัวหน้าพรรค" เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง เมื่อเรียบร้อยจึงส่งให้กรรมการบริหารพรรคเห็นชอบ  หากเห็นชอบก็ประกาศเป็นผู้สมัคร แต่หากไม่เห็นชอบก็ต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น 
 
          ทั้งนี้การใช้ระบบ "ไพรมารีโหวต" นี้มีข้อยกเว้น สามกรณีคือ 1.การเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ 2.การเลือกตั้งใหม่กรณีที่ไม่ไม่ผู้ใดได้รับเลือกตั้ง และ 3.กรณีผู้สมัครตายก่อนลงคะแนน
-----------

อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ