คอลัมนิสต์

เปิดเส้นทาง "สายลวง" หญิงไทยค้ากามอเมริกา!

เปิดเส้นทาง "สายลวง" หญิงไทยค้ากามอเมริกา!

01 มิ.ย. 2560

“หญิงไทยที่เดินทางไปไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกไปค้าประเวณี แต่เชื่อว่าจะได้ไปทำงานที่มีรายได้ดีมากกว่าอยู่เมืองไทย ฉะนั้นคนเหล่านี้จึงถือว่าเป็นเหยื่อ"

     ข่าวทางการสหรัฐทลายเครือข่ายค้ากามหญิงไทย ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีคนไทยถูกจับกุมทั้งในฐานะผู้ต้องหาในเครือข่ายค้ากาม และในฐานะเหยื่อที่ถูกล่อลวง

     น่าสนใจว่าในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐมีนโยบายเข้มงวดกับการตรวจคนเข้าเมืองอย่างมาก ทั้งในแง่ของการป้องกันการก่อการร้าย และการลักลอบเข้าไปทำงานผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการแย่งงานคนอเมริกัน เครือข่ายนี้เขามีวิธีการอย่างไรถึงส่งคนไทยเข้าไปในสหรัฐได้

     จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานด้านป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ระบุว่า จริงๆ แล้วเส้นทางการล่อลวงหญิงไทยไปทำงานผิดกฎหมายไม่ได้มีเฉพาะในสหรัฐ แต่มีทั้งที่ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ บาห์เรน รวมทั้งในยุโรป และสหรัฐอเมริกา

     หากโฟกัสเฉพาะอเมริกา การล่อลวงหญิงไทยไปทำงานผิดกฎหมายมีมานานแล้ว ในอดีตที่พบบ่อยๆ คือหลอกให้เดินทางไปทำงานที่อ้างว่ามีรายได้ดี แต่พอไปจริงๆ ก็เข้าไปทำงานในโรงงานนรก เช่น โรงงานทอผ้า ส่วนการล่อลวงหญิงไทยไปค้าประเวณีก็มีมานาน แต่ที่คึกคักที่สุดคือในช่วงที่ “นวดแผนไทย” หรือ Thai massage ได้รับความนิยม ซึ่งมีนวดแฝงขายบริการทางเพศ ที่เรียกว่า happy ending ทำให้มีการล่อลวงหญิงไทยไปทำงานพ่วงค้าประเวณีมากขึ้น

     แต่ในระยะหลังสหรัฐคุมเข้มเรื่องคนเข้าเมือง ทั้งในมิติการป้องกันการก่อการร้ายและการลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ทำให้การขอวีซ่าเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วแฝงตัวทำงาน หรือไปทำงานโดยตรงทำได้ยากมาก

     วิธีการที่เครือข่ายมิจฉาชีพ ซึ่งเข้าข่ายอาชญากรข้ามชาติทำกันก็คือ 1.ไปกันแบบกลุ่ม นิยมกันมากเมื่อหลายปีก่อน มีนายหน้าพาไป ดูแลตั้งแต่เรื่องเอกสาร การแต่งกายให้ดูดี และการใช้ภาษาอังกฤษในการสอบสัมภาษณ์ช่วงขอวีซ่า การเดินทางมีทั้งแบบบินตรงไปอเมริกาและแบบแวะพัก เมื่อพาหญิงไทยไปส่งแล้วนายหน้าจะกลับมาคนเดียว แต่วิธีนี้ระยะหลังทำไม่ได้ เพราะการตรวจสอบเข้มข้นมาก ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบพบว่าใครเดินทางไปบ่อยๆ แบบเป็นคณะ แล้วกลับมาคนเดียว จะถูกขึ้นบัญชีดำทันที เพราะเชื่อว่าเป็นนายหน้าพาหญิงไทยไปทำงานหรือค้าประเวณีในต่างแดน

     2.ไปแบบเดี่ยวๆ เป็นวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเครือข่ายนายหน้าจะจัดเตรียมเอกสารสำหรับไปทำงานให้หญิงไทย ส่วนใหญ่เป็นการชักชวนไปทำงานประเภทพี่เลี้ยงเด็กและดูแลบ้าน หรือที่เรียกว่า โอแพร์ (au pair) ซึ่งเอกสารจะได้รับการรับรองจากเครือข่ายทางฝั่งอเมริกาอย่างถูกต้องทั้งหมด มีการซักซ้อมการตอบคำถามช่วงสัมภาษณ์โดยสถานทูตในกระบวนการขอวีซ่า การเดินทางมีทั้งแบบบินตรงไปอเมริกา และบินไปพักที่ยุโรปก่อน เพราะวีซ่าเชงเกน (ยุโรป) ของ่ายกว่า และถ้าแวะยุโรปจะทำให้เข้าอเมริกาได้ง่ายขึ้น

     หญิงไทยส่วนใหญ่ที่เดินทางไปไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกไปค้าประเวณี แต่เชื่อว่าจะได้ไปทำงานที่มีรายได้ดีมากกว่าอยู่เมืองไทย แม้ลำบากก็ไม่เกี่ยง ฉะนั้นคนเหล่านี้จึงถือว่าเป็น “เหยื่อ”

     สำหรับกรณีล่อลวงหญิงไทยไปค้าประเวณีล่าสุดนั้น ตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่ออัยการรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องคนไทย 10 คน และชาวอเมริกันอีก 11 คน ฐานลักลอบค้าประเวณี ตั้งเครือข่ายขายบริการทางเพศ ใช้กำลังหรือบีบบังคับให้ขายบริการ และสมคบคิดฟอกเงิน

     เครือข่ายค้าประเวณีกลุ่มนี้เริ่มขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน โดยชักชวนเหยื่อหญิงไทยที่ถูกเรียกว่า “ฟลาวเวอร์” ให้ไปทำงานนวด เลี้ยงเด็ก หรือเป็นแม่บ้าน โดยเครือข่ายนี้จะจัดทำวีซ่าปลอมให้ ก่อนพาบินข้ามประเทศ และบังคับให้ค้าประเวณีเพื่อใช้หนี้จากการเดินทาง