
เปิดเส้นทางฟอกรถหรู โยงอาชญากรรมข้ามชาติ!
เป็นที่ทราบกันดีว่า ขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีนี้ เคยมีความพยายามตรวจสอบเพื่อเอาผิดมาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เจอตอ
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่บุกอายัดซูเปอร์คาร์ยี่ห้อดังมากถึง 160 คัน ในห้วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้วงการรถหรูสั่นสะเทือนไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อผู้บริหารดีเอสไอออกมาประกาศเอาจริงขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการนำเข้าแบบเลี่ยงภาษี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละหลายพันล้านบาท หรืออาจจะถึงหลักหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
ที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น ขบวนการนี้ไม่ได้มีแค่การสำแดงเท็จเกี่ยวกับราคาเพื่อหวังส่วนต่างของภาษี แต่ระยะหลังเริ่มมีการนำรถโจรกรรมจากต่างประเทศเข้ามาสวมรอย ย้อมแมวจดทะเบียนและขายให้แก่บรรดาไฮโซ เศรษฐีเมืองไทยกลายเป็นความเชื่อมโยงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีประเทศไทยเป็นปลายทางหนึ่งของขบวนการ
เริ่มจากวิธีการนำเข้า แบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ หนึ่ง ส่งรถจากประเทศต้นทาง เช่น จีน เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ มีทั้งส่งมาแบบทั้งคัน, ส่งมาเป็นชิ้นส่วนเพื่อจดประกอบ รวมถึงที่เป็นรถโจรกรรม เมื่อมาถึงไทยก็ผ่านพิธีการทางศุลกากรเหมือนปกติ
สอง ส่งรถจากประเทศเพื่อนบ้านไทยที่มีชายแดนติดกัน โดยเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจะขับรถผ่านด่านพรมแดนเข้ามา อำพรางตัวเป็นนักท่องเที่ยว เมื่อขับรถข้ามแดนมาแล้ว คนขับก็จะจอดรถทิ้งไว้ แล้วเดินทางออกจากประเทศไทย ขณะที่ตัวรถจะมีเครือข่ายในประเทศไทยไปรอรับ จากนั้นจะถูกนำไปวิ่งสวมทะเบียนก่อนนำออกขายรถพวกนี้มักอยู่ในมือนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หรือคนมีสี เพราะตำรวจมักไม่กล้าเรียกตรวจ
สำหรับรถที่มาจากประเทศต้นทาง ขนส่งทางเรือ เมื่อเข้าสู่พิธีการทางศุลกากร จะมีการสำแดงข้อมูลเท็จ 2 อย่าง คือ สำแดงเป็นชิ้นส่วน เพื่อนำมาประกอบเป็น “รถจดประกอบ” ซึ่งเสียภาษีน้อยกว่า ทั้งๆ ที่จริงๆ นำเข้ามาทั้งคัน กับสำแดงราคาเท็จให้ต่ำกว่าราคาจริงมากๆ เพื่อผลในการเสียภาษีต่ำลง
ในกลุ่มที่นำเข้ารถมาแบบทั้งคัน บริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ก็จะมารับรถไปจากคลังปลอดอากร และเสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากสำแดงราคาเท็จเอาไว้แล้ว วิธีนี้ผู้มีส่วนรู้เห็นมีทั้งเจ้าหน้าที่ศุลกากร และสรรพสามิต
ส่วนในกลุ่มรถจดประกอบ บริษัทนำเข้า พร้อมโรงงานประกอบรถยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต จะมาเดินเรื่องนำรถออกไป บ้างก็อำพรางด้วยการถอดล้อ แต่จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ส่งเข้ามาแบบไม่แยกชิ้นส่วน เพียงแต่สำแดงเท็จว่าเป็นชิ้นส่วนเท่านั้นเมื่อนำรถออกไปได้ ก็ไปเดินเรื่องทำเอกสารเท็จเสมือนเป็นรถจดประกอบ สุดท้ายก็ไปจดทะเบียน ส่วนใหญ่ต้องไปจดในจังหวัดไกลๆ เพราะเครือข่ายอยู่ในต่างจังหวัด เหมือนที่เคยมีข่าวรถหรูราคาหลายสิบล้าน ถูกลำเลียงขึ้นรถเทรลเลอร์ไปจดทะเบียนถึงจังหวัดห่างไกลในภาคอีสาน
หน่วยงานที่รับรู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ มีทั้งศุลกากร สรรพสามิต สำนักงานขนส่งทางบกจังหวัด และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ที่จะต้องรับรองคุณภาพรถที่ประกอบเสร็จแล้ว ทั้งที่จริงๆ ไม่ได้ประกอบ และบางกรณีก็ติดตั้งถังแก๊สเข้าไป ให้ดูเป็นรถติดแก๊ส ซึ่งจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องผ่านการตรวจมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เป็นที่ทราบกันดีว่า ขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีนี้ เคยมีความพยายามตรวจสอบเพื่อเอาผิดมาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เจอตอ ครั้งนี้ผู้บริหารดีเอสไอยืนยันว่า มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูและกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้จบแค่นายทุน หรือบริษัทนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี เพราะรัฐบาลและคสช.เปิดไฟเขียวให้ดีเอสไอเช็กบิลทั้งขบวนการ ซึ่งเชื่อมโยงทั้งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และมีข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ทั้งศุลกากร สรรพสามิต และกรมการขนส่งทางบก เข้าไปเกี่ยวข้องนับร้อยคน!



