
นางฟ้าหมวกขาว...ชะตากรรมพยาบาลบนภาระอันหนักอึ้ง
ในขณะที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของ ครม.ว่าจะอนุมัติตำแหน่งข้าราชการให้ "พยาบาลวิชาชีพ" อีกเท่าไหร่ ไปดูภาระของพวกเธอกัน
ภาพผู้ป่วยนอนรักษาตัวบนเตียงเสริมตามทางเดิน ริมระเบียง หรือหน้าลิฟท์ เป็นภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อผ่านเข้าไปในโรงพยาบาลของรัฐหลายๆ แห่ง
และภาพเหล่านี้คนทำงานในโรงพบาลต้องเห็นทุกวัน หนึ่งในนั้นคือ ภูริษา เกษน้อย พยาบาลวิชาชีพ ประจำหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเธอต้องดูแลผู้ป่วยในทุกมิติ
อัตราส่วนระหว่างพยาบาลกับคนไข้ ฟังดูแล้วน่าตกใจ คือ พยาบาล 1 คนต้องดูแลคนไข้อาการหนักถึง 4 คน แต่หากอาการไม่ร้ายแรง พยาบาล 1 คนต้องดูแลคนไข้มากถึง 10 คน นอกจากนั้นเธอยังต้องรับผิดชอบงานเอกสารที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของเธอด้วย แม้เธอจะทำด้วยใจรักในอาชีพ แต่เธอก็ยอมรับว่าเป็นงานที่หนักมากจริงๆ
โรงพยาบาลของรัฐที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ โรงพยาบาลศูนย์ มีเตียงรองรับผู้ป่วย 1,000 เตียง บางโรงพยาบาลมีถึง 1,500 เตียงขึ้นไป โรงพยาบาลทั่วไป เช่น โรงพยาบาลประจำจังหวัด มีเตียงรองรับผู้ป่วย 250 เตียง โรงพยาบาลชุมชน เช่น โรงพยาบาลประจำอำเภอ มีเตียงรองรับผู้ป่วย 30-120 เตียง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะมีเตียงน้อยกว่านั้น
กรณีมีผู้ป่วยวิกฤติ และโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาไม่สามารถดูแลได้ จะมีการประสานโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่าเพื่อส่งตัวไปรักษาที่นั่น แต่ก็ใช่ว่าจะส่งตัวได้ทุกกรณี เพราะหากโรงพยาบาลปลายทางไม่มีเตียง / คนไข้ก็จะถูกส่งกลับมายังโรงพยาบาลต้นทางอยู่ดี
สำหรับโรงพยาบาลพุทธชินราช เป็นโรงพยาบาลศูนย์ รองรับผู้ป่วยภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดภาคกลางที่อยู่ใกล้เคียง แต่เนื่องจากมีคนไข้เข้ารับบริการจำนวนมาก ทำให้มีการเพิ่มเตียงจาก 1,000 เตียง เป็น 1,069 เตียง แต่จำนวนของพยาบาลไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วย
ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านอัตรากำลัง โรงพยาบาลพุทธชินราช บอกว่า ในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2555–2560 มีพยาบาลที่เกษียณอายุ ขอย้าย และลาออก จำนวน 255 คน เฉพาะห้วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมามีพยาบาลลาออก 17 คน แต่อัตราทดแทนที่สามารถรับพยาบาลนักเรียนทุนได้ตลอดระยะเวลา 5 ปี มีเพียง 179 คนเท่านั้น ทั้งๆ ที่งานขยายเพิ่มขึ้น
ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐมีหลายสังกัด ขึ้นกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้มีเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น พยาบาลที่ได้รับผลกระทบเรื่องการไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ ส่วนมากเป็นพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทำให้โรงพยาบาลกลุ่มนี้มีความเสี่ยงเรื่องอัตรากำลังอย่างมาก
ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านการบริหารความเสี่ยง โรงพยาบาลพุทธชินราช บอกว่า อาจเกิดความเสี่ยงอย่างมากหากพยาบาลลาออก เนื่องจากกระบวนการรักษาผู้ป่วยนั้น ต้องดูแลคนไข้ตลอด 24 ชั่วโมง มีการทำงานกันเป็นทีม ฉะนั้นเมื่อมีการลาออก ย่อมผลกระทบกับระบบงาน เพราะกำลังคนไม่เพียงพอ บางแผนกอาจต้องปิดรับการรักษา
ส่วนความเห็นต่อแนวทางที่คณะรัฐมนตรีเตรียมประกาศเพื่อแก้ไขปัญหาอัตรากำลัง ด้วยการทะยอยบรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการต่อเนื่อง 3 ปีนั้น รักษาการผู้อำนวยการโรงพยบาลพุทธชินราช พิษณุโลก บอกว่า ยังถือว่าดีที่รัฐบาลเริ่มมองเห็นปัญหา และจัดสรรตำแหน่งให้ใน 3 ปี คิดว่าเป็นการลดความขัดแย้งในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาว่าจะทำจริงหรือไม่
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของปัญหาในระบบสาธารณสุขไทย กับภาระอันหนักอึ้งที่พยาบาลต้องแบกรับ แต่กลับแทบไม่มีโอกาสก้าวหน้าในวิชาชีพให้ได้เป็นขวัญกำลังใจในการสู้งานหนักต่อไป
ขอบคุณข้อมูล ทีมล่าความจริง NOW26



