
เช็กชื่อ-ตรวจสังกัด5กลุ่ม..ก๊วนผู้ต้องหาค้า-ซื้อกาม
คดีนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีคนเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก และหลายกลุ่มอาชีพ
ผู้ที่ติดตามคดีค้ากาม “แก๊งนกฮูกน้ำเพียงดิน” แม่ฮ่องสอน มาถึงวันนี้จะพบว่ามีผู้เข้าไปเกี่ยวโยงกับคดีจำนวนมากมายหลายสิบคน และพฤติกรรมทางคดีก็แตกต่างกันออกไป หนักบ้าง เบาบ้าง แต่ทุกคนก็จัดอยู่ในกลุ่มร่วมขบวนค้ามนุษย์ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะแยกแยะเพื่อดำเนินการตามกฎหมายเพื่อส่งฟ้องศาลตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
คดีนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีคนเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก และหลายกลุ่มอาชีพ
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นต้องแยกเรื่องราวทางการปกครองออกไปเสียก่อน ซึ่งก็ได้แก่ การร้องเรียนให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่ถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมารดาของเหยื่อรายหนึ่งร้องขอให้กองปราบปรามแจ้งความเอาผิดในข้อหาละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแก่พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คดีที่เคยกล่าวโทษ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ แล้วกลับมีคำสั่งงดสอบสวน โดยอ้างว่า ไม่มีมูล
และที่ฮือฮามากที่สุดก็คือ คำสั่งของนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาประจำที่กระทรวงมหาดไทย ระหว่างที่ถูกสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับกรณี “ซื้อประเวณี” ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ยืนยันหลายครั้งหลายคราว่า ไม่เกี่ยวข้อง และบริสุทธิ์ล้านเปอร์เซ็นต์
นอกเหนือจากฝ่ายปกครองที่หากผลสอบสวนไม่มีความผิดก็ถือว่าโดน “ลูกหลง” กลุ่มดังกล่าวแล้ว ต่อไปนี้คือ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา และเหยื่อในคดี ซึ่งมีทั้งที่ถูกศาลออกหมายจับ หมายเรียก และกำลังตามตัว
กลุ่มที่ 1 ศาลอนุมัติหมายจับในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี และขณะนี้อยู่ระหว่างฝากขัง มีผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน
1.ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ อดีตผู้บังคับหมู่ สภ.น้ำเพียงดิน
2.น.ส.ปิยะวรรณ หรือเมย์ สุขมา และ
3.น.ส.ปิยทัสน์ หรือฟ้า ภาพเทียนสุวรรณ
กลุ่มที่ 2 ศาลอนุมัติหมายจับ ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยการนำคนค้าประเวณี โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ตาม ป.อาญา มาตรา 282 จำนวน 5 คน
1.นายมงคล หรือแป๊ะ เกียรติภักดีพงศ์ อายุ 30 ปี
2.น.ส.ปัทมพร หรืออึง อิ่นแก้ว
3.น.ส.กนกวรรณ หรือละม่อม รัตนภักดี อายุ 22 ปี
4.น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม อายุ 39 ปี และ
5.น.ส.กัลยา หรือจอย วุฒิคุณ อายุ 40 ปี
กลุ่มที่ 3 ศาลอนุมัติหมายจับ ในความผิดข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่อทำอนาจารในลักษณะโทรม โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ผู้ต้องหาเป็นตำรวจ 3 นาย
1.ส.ต.อ.นิรันดร์ สายจันทร์
2.จ.ส.ต.พิทักษ์ สมกุล และ
3.ส.ต.ท.เพชร เตชะโอฬาร สังกัด สภ.กองก๋อย อ.สบเมย
กลุ่มที่ 4 ตำรวจเสนอขอหมายจับ 2 ครั้ง แต่ศาลอนุมัติให้ออกหมายเรียกในข้อหาซื้อประเวณี และร่วมรุมโทรมเหยื่อ มีตำรวจ 5 นาย และครู 1 คน
1.สิบตำรวจโท “จ.” ตำแหน่ง ผบ.หมู่ นปพ.บก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ทำหน้าที่พลขับรถยนต์ให้แก่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นายหนึ่งในสังกัด บช.ภ.5
2.พันตำรวจโท “พ.” ตำแหน่งในสังกัด บช.ตชด.
3.พันตำรวจโท “ม.” ตำแหน่งรองผกก.ในสังกัด บช.ภ.5
4.ร้อยตำรวจโท “อ.”ตำแหน่ง ผบ.ร้อย
5.ดาบตำรวจ “บ.” สภ.แห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน และ
6.ข้าราชการครู
กลุ่มที่ 5 อยู่ระหว่างการติดตามตัว ในข้อหาซื้อบริการ มี 6 คน ประกอบด้วย ทหาร 2 นาย, ส.จ. 1 คน, อส. 1 คน, ข้าราชการสาธารณสุข 1 คน และเจ้าหน้าที่แขวงการทาง 1 คน
สำหรับผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 ที่มี “ดาบยุทธ” ร่วมด้วยนั้น ค่อนข้างจะเป็นข่าวมากที่สุด และถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การสอบสวนขยายผล นอกเหนือจากการสอบปากคำบรรดาเหยื่อค้ามนุษย์ และมารดาของเด็กสาวคนหนึ่ง ซึ่งเข้ามาในวังวนนี้ด้วย ส่วนกลุ่มที่ 2 เจอข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป ชักพาไป ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นพฤติกรรมของ “แม่เล้า” ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มที่ 3 กับ 4 ซึ่งเป็นข้าราชการล้วนๆ นั้น น่าสนใจว่า พวกเขาจะถูกสอบสวนอย่างไร และตำรวจจะขยายผลหรือไม่ เพราะข้าราชการกลุ่มนี้โยงใยถึงกันหมด และบางคนมีตำแหน่งถึงรองผู้กำกับ
ขณะที่กลุ่มสุดท้ายที่กำลังติดตามตัวอยู่ มีทหาร ข้าราชการพลเรือน และนักการเมืองท้องถิ่นรวมอยู่ด้วย
คดีนี้จึงเรียกได้ว่า เจอข้อหากันแทบทุกวง(ราช)การ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเลยทีเดียว
หากแต่ยังมีคำยืนยันจากนายตำรวจใหญ่ว่า คดียังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะยังมีผู้ต้องหาเป็นสิบ
นับเป็นคดีฉาวสุดๆ ในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้



