
"เพื่อนบ้านไทย" มีเรือดำน้ำไว้ทำไม?
เรือดำน้ำในยามสันติ : โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี บก.ข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
เหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลมักอ้างถึงเสมอในการจัดซื้อเรือดำน้ำคือ "เพื่อนบ้านเขามีกันแล้ว" แต่ก็มีคำถามตามมาว่า ที่เพื่อนบ้านเขามีเรือดำน้ำนั้น มีประเทศไหนบ้าง เพราะอะไร และภารกิจของเรือดำน้ำแต่ละประเทศในภูมิภาคคืออะไรบ้าง "สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี" บก.ข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เขียนบทความเรื่อง "เรือดำน้ำในยามสันติ" ซึ่งสามารถตอบคำถามดังกล่าวได้ ดังนี้...
เรือดำน้ำในยามสันติโดยเฉพาะหลังสงครามเย็นไม่ได้ทำภารกิจอะไรมากไปกว่าการป้องปรามและลาดตะเวนหาข่าว การฝึกซ้อมซึ่งต้องทำเป็นประจำก็ควรนับเป็นภารกิจอย่างหนึ่งและปรากฏว่ามีบางประเทศเช่นสิงคโปร์ ซื้อเรือดำน้ำเพื่อการฝึกปฏิบัติการใต้น้ำด้วยเช่นกัน
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เวลานี้มี 4 ประเทศที่มีเรือดำน้ำประจำการคือ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซียและเวียดนาม ทั้งหมดมีเอาไว้สำหรับการภารกิจ “ป้องปราม”แต่ก็เกิดคำถามมากมายในประเทศเหล่านั้นว่าที่ผ่านมาเรือดำน้ำได้ปฏิบัติการให้ภารกิจนั้นลุล่วงไปมากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญคุ้มค่ากับราคาที่แสนแพงของมันหรือไม่
อินโดนีเซียเป็นชาติแรกและชาติเดียวในภูมิภาคนี้ที่มีประสบการณ์ต่อเนื่องยาวนานในการใช้งานเรือดำน้ำ ด้วยเรือดำน้ำแบบ 209 ที่ผลิตเยอรมัน 2 ลำ (the KRI Cakra 401 and KRI Nenggala 402 ที่เข้าประจำการตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งมีกำหนดปลดประจำการในปี 2020 ขณะนี้อินโดนีเซียสั่งต่อเรือดำน้ำชั้นChang Bogo จากเกาหลีใต้อีก 3 ลำ และยังมีแผนว่าจะหามาเพิ่มอีก 3 ลำในอนาคต
โดยทั่วไปภารกิจเรือดำน้ำของอินโดนีเซียใช้ป้องปรามภัยคุกคามที่คาดว่าจะมาจากออสเตรเลียและมาเลเซีย เพราะมีปัญหาเรื่องเขตแดนทางทะเลกัน แต่ปัญหาในทางยุทธศาสตร์ที่เป็นประเด็นถกเถียงในอินโดนีเซียคล้ายๆกับที่ไทยกำลังพูดกันอยู่เหมือนกัน เพราะอินโดนีเซียเป็นประเทศเกาะ ท้องทะเลแคบและตื้น เรือดำน้ำ 209 ก็ไม่ใช่เรือที่เล็กเท่าไหร่ ปฏิบัติการในทะเลอินโดก็ไม่ค่อยสะดวก แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า ภัยคุกคามทางทะเลส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียคือ การลักลอบทำการประมง ซึ่งใช้เรือผิวน้ำก็เพียงพอแล้วไม่ต้องถึงกับต้องใช้เรือดำน้ำ ถึงอย่างนั้นก็ตามกองทัพอินโดนีเซียก็ฝันจะมีกองเรือดำน้ำที่ใหญ่และหลากหลายเพื่อปฏิบัติภารกิจ
สิงคโปร์ มีเรือดำน้ำเข้าประจำการครั้งแรก 2 ลำในปี 1997 เป็นเรือจากสวีเดน (Challenger Class) ในปี 2005 ซื้อเพิ่มอีก 2 ลำจากสวีเดนเช่นกัน (Archer Class) และล่าสุด 2013 อีก 2 ลำ (Type 218SG) จากเยอรมัน โดยที่ 4 ลำแรกเป็นของมือสองส่วน2ลำหลังสั่งต่อใหม่เอี่ยม ปกติแล้วเรือดำน้ำของสิงคโปร์ก็ใช้เพื่อป้องปราม (deterrence) เหมือนกัน แต่ในกรณีสิงคโปร์นั้นน่านน้ำแคบประเทศอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมเส้นทางเรือพาณิชย์ที่ผ่านเข้าออกช่องแคบมะละกา ดังนั้นสิงคโปร์ใช้เรือดำน้ำในการปฏิบัติการคุ้มครองเรือพาณิชย์ด้วย
ไม่มีข้อถกเถียงอะไรมากนักในการจัดหาเรือดำน้ำของสิงคโปร์ เพราะประเทศมีฐานะทางเศรษฐกิจมั่งคั่ง มีขนาดเล็ก แวดล้อมด้วยประเทศใหญ่ ผู้นำสิงคโปร์กล่าวว่า งบประมาณสำหรับจัดซื้อเรือดำน้ำทั้งหมดอยู่ในกรอบประมาณ 5 % ของ GDP ก็ถือว่ารับได้ และการจัดหายุทโธปกรณ์ของสิงคโปร์ไม่เป็นปัญหาทางการเมืองเนื่องจากเป็นการเมืองระบบพรรคเด่นพรรคเดียวและกองทัพไม่มีบทบาททางการเมือง
มาเลเซียมีเรือดำน้ำ Scorepene จากฝรั่งเศส 2 ลำเมื่อปี 2002 เพื่อทำภารกิจป้องปรามอันเนื่องมาจากภัยคุกคามจากจีนในทะเลจีนใต้ซึ่งมาเลเซียอ้างสิทธิอยู่ด้วย แม้ว่ารัฐบาลมาเลเซียจะแสดงออกอย่างต่อเนื่องในเวทีระหว่างประเทศว่าไม่ต้องการเป็นปรปักษ์หรือเผชิญหน้ากับจีน แต่สถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมาในทะเลจีนใต้ก็สร้างความชอบธรรมให้กับการมีเรือดำน้ำ 2 ลำของมาเลเซียอย่างมาก
มาเลเซียคล้ายกับสิงคโปร์คือ การจัดยุทโธปกรณ์ไม่เป็นประเด็นทางการเมืองเนื่องจากฝ่ายค้านไม่เข้มแข็งและกองทัพไม่มีบทบาททางการเมือง
กองเรือดำน้ำมาเลเซีย น่าจะทำภารกิจคล้ายกับสิงคโปร์อีกอย่างหนึ่งคือ การคุ้มครองกองเรือพาณิชย์ในช่องแคบมะละกา ศูนย์การรายงานโจรสลัดอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ปัญหาโจรสลัดก็ยังเป็นปัญหาใหญ่อย่างต่อหนึ่งในช่องแคบมะละกา มีข่าวการปล้นเรือสินค้าเกิดขึ้นเนืองๆ หลายครั้งต่อปี โดยไม่มีโจรสลัดที่ไหนเกรงกลัวแสนยานุภาพเรือดำน้ำของทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์เลย
เวียดนาม เป็นประเทศที่นักสังเกตการณ์ระหว่างประเทศมีความเห็นค่อนข้างจะสอดคล้องกันว่า สมควรจะมีเรือดำน้ำไว้ใช้งานเป็นที่สุด ก่อนหน้านี้ก็มีความสงสัยกันมานานว่าเวียดนามใช้เรือดำน้ำ Whiskey Class ของรัสเซียมาต่อเนื่องในช่วงสงครามเย็น แต่ที่มีการประกาศอย่างชัดแจ้งเมื่อมีการสั่งต่อเรือดำน้ำ Kilo Class จากรัสเซีย 6 ลำ ปัจจุบันเข้าประจำการแล้ว 4 ลำเหลืออีก 2 ลำจะเสร็จในเร็ววันนี้
รัฐบาลในฮานอยมีเหตุผลที่หนักแน่นและชอบธรรมมากในการจัดหาเรือดำน้ำ เพราะข้อพิพาทเหนือหมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซลเหนือทะเลจีนใต้มีมาตั้งแต่ก่อนการรวมประเทศในปี 1975 เสียอีก แม้สิ้นสงครามเย็นแล้วข้อพิพาทนี้ก็ไม่เคยหมดไป ความสัมพันธ์กับจีนนั้นลุ่มๆดอนๆ เคยมีประสบการณ์รบกันมาแล้ว การเผชิญหน้าทางทะเลกับกองเรือของจีนนั้นมีมาโดยตลอด
ไม่มีข้อถกเถียงใดๆเกี่ยวกับการจัดหายุทโธปกรณ์ของเวียดนามเนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์และกองทัพเวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน การเมืองในระบบพรรคเดียวที่ไม่มีฝ่ายค้าน ทำให้รัฐบาลและกองทัพของเวียดนามไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสังคม
( สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี บก.ข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น )



