คอลัมนิสต์

ยึดทรัพย์ 'ยิ่งลักษณ์'-'บุญทรง'-'ภูมิ' ถึงไหนแล้ว ?

ยึดทรัพย์ 'ยิ่งลักษณ์'-'บุญทรง'-'ภูมิ' ถึงไหนแล้ว ?

01 พ.ค. 2560

การดำเนินการยึดทรัพย์ ' ยิ่งลักษณ์- บุญทรง-ภูมิ' ไปถึงไหนแล้ว หลังศาลปกครอง ยกคำขอทุเลาการชดใช้ค่าเสียหายในโครงการจำนำข้าวของคนทั้งสาม

 

           หลังจากศาลปกครองกลาง ได้ยกคำขอของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560โดยไม่สั่งคุ้มครองการขอทุเลาระงับคำสั่งของกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชดใช้จำนวน  35,717.27 ล้านบาท ซึ่งเป็นความเสียหายจากโครงการจำนำข้าว และก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2560 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอให้ทุเลาการบังคับใช้ตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ที่สั่งให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่นายบุญทรงกับพวก  ขอทุเลาการบังคับใช้ตามคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี  

           โดยในส่วนของนายบุญทรง เป็นเงินจำนวน 1,768.97 ล้านบาท , นายภูมิ จำนวน 2,242.57 ล้านบาท ,นายมนัส , นายอัฐฐิติพงศ์ , นายทิฆัมพร เป็นเงินคนละ 4,011.54ล้านบาท ทำให้เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีซึ่งตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559 ให้กรมบังคับคดีเป็นผู้ดำเนินการนั้น

        บังคับคดีไปถึงไหนแล้ว 

        ล่าสุดจากการตรวจสอบความคืบหน้าในเรื่องนี้ พบว่า ในส่วนของกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นโจทก์ในคดีนายบุญทรงกับพวก ได้ดำเนินการสืบทรัพย์ว่า ทรัพย์สินของนายบุญทรงกับพวก มีอะไรและอยู่ที่ไหนบ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีหนังสือแจ้งให้ทางกรมบังคับคดีทราบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการยึดทรัพย์สินนายบุญทรงกับพวก ทั้งนี้ การทำงานของกรมบังคับคดีไม่มีกรอบเวลา   แต่เนื่องจากคดีแพ่งมีอายุความ 10 ปี ดังนั้น ตลอดอายุความ ฝ่ายโจทก์สามารถสืบหาทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อแจ้งให้กรมบังคับคดี ยึด-อายัดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย และหากสืบทรัพย์ได้เพิ่มเติมก็สามารถแจ้งกรมบังคับคดีให้ยึดอายัดทรัพย์เพิ่มได้

         ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นโจทก์  ยังไม่ได้มีหนังสือแจ้งมายังกรมบังคับคดีให้ดำเนินการแต่อย่างใด

       ‘ยิ่งลักษณ์-บุญทรง-ภูมิ’ มีทรัพย์สินเท่าไหร่

        สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 รวมมีทรัพย์สิน 612,379,231.93 บาท และมีหนี้สิน 33,070,803 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 579,308,428.93 บาท โดยทรัพย์สิน ประกอบด้วย เงินสด ,เงินฝาก, เงินลงทุน ,เงินให้กู้ยืม,ที่ดิน,โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ,ยานพาหนะ,สิทธิและสัมปทาน

       ส่วนนายบุญทรง  อดีต รมว.พาณิชย์ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่ง รมช.คลัง  ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2557 ต่อ ป.ป.ช. รวมทรัพย์สินของนายบุญทรง 3,031,928.21 บาท คู่สมรส 14,521,114.11 บาท รวมทรัพย์สิน 17,553,042.32 บาท รวมหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชีของผู้ยื่น 270,522.91 บาท รวมมีหนี้สินทั้งหมด 270,552.91 บาท ทั้งนี้รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน17,282,519.41 บาท โดยทรัพย์สินประกอบด้วย เงินสด ,เงินฝาก,ที่ดิน,นาฬิกาข้อมือ,รถยนต์,รถจักรยานยนต์

      สำหรับ นายภูมิ  อดีต รมช.พาณิชย์  และคู่สมรส ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ต่อ ป.ป.ช. ครั้งหลังสุดหลังพ้นตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่ิอ26 ตุลาคม 2556  มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 41,486,116 บาท

    โดยทรัพย์สิน ประกอบด้วย เงินสด,เงินฝาก,เงินลงทุน,ที่ดิน,โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ,ยาพาหนะ,อาวุธปืน,นาฬิกาข้อมือ

    จะเห็นได้ว่าทรัพย์สินของแต่ละคน คือ  น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่มี 5 ร้อยล้านบาทเศษ ,บุญทรง ทีมี  17 ล้านบาทเศษ และนายภูมิ ทีมี 41 ล้านบาทเศษ  ไม่เพียงพอที่จะชดใช้ความเสียหายที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายจากโครงการจำนวนข้าว ที่ถูกเรียกให้ชดใช้จำนวนนับพัน นับหมื่น ล้านบาทได้ 

    สู่ล้มละลาย ?

    ดังนั้นเมื่อ กรมบังคับคดี ดำเนินการยึดทรัพย์สินของทั้งสามคนที่มีอยู่จนหมดสิ้นแล้ว และเห็นว่า ยังไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ความเสียหายได้ ก็อาจเข้าสู่การฟ้องบุคลลทั้งสามเป็นคดีล้มละลายก็เป็นได้เพื่อให้ศาลสั่งให้บุคคลทั้งสามเป็นบุคคล้มละลายต่อไป