
ปลดสายแข็ง“วอยซ์ทีวี” ปรับใหญ่รับยุทธศาสตร์ “ถอย”
ปลดสายแข็ง“วอยซ์ทีวี” ปรับใหญ่รับยุทธศาสตร์ “ถอย”
การเปลี่ยนแปลงในแวดวงทีวีดิจิตอล เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมทีวีไทยในสถานการณ์เศรษฐกิจขาลง
ฟากสถานีข่าวอย่าง“วอยซ์ทีวี”ก็มีการเปลี่ยนผู้บริหาร และปรับพิธีกร(สายการเมือง)ออกจากหน้าจอชั่วคราว เพื่อลดแรงเสียดทาน
บังเอิญว่า “วอยซ์ทีวี” เป็นของตระกูล“ชินวัตร”จึงถูกจับตามองจาก “ผู้กุมอำนาจ” ในปัจจุบัน และที่ผ่านมา กสท.ได้สั่งปิดหน้าจอวอยซ์ทีวี เป็นการส่งสัญญาณเตือนแบบแรงๆ ไปถึง “ขั้วอำนาจเก่า” มาแล้ว
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เฟซบุ๊กของ “ปุ๊ ฟ้าเดียวกัน” ได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในวอยซ์ทีวี
"ล่าสุด วอยซ์ทีวีแสดงท่าทียืนยันเลิกวิจารณ์การเมืองแน่นอนแล้ว ด้วยการปลดนักวิชาการ บรรณาธิการข่าว นักข่าวอาวุโส ที่ได้รับเชิญมาเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมอย่างเช่น พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข, วิโรจน์ อาลี และ อธึกกิต แสวงสุข ออกจากหน้าจอทุกรายการทันทีตั้งแต่ 1 พ.ค.นี้เป็นต้นไป
"ทั้งนี้ รายการหลักที่ถูกจับตาว่าเป็นสายล่อฟ้าให้กับ กสทช. เช่น Wake Up News และ Tonight Thailand จะยังคงชื่อรายการไว้ตามเดิมเนื่องจากเร็วเกินไปที่จะทำรายการใหม่แทน อีกทั้งยังมีสัญญาจากผู้สนับสนุนรายการในชื่อเดิมอยู่
“ส่วนรายการที่มีผู้ชมติดตามเหนียวแน่นอย่าง The Daily Dose ที่ดำเนินรายการโดย มล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล จะเน้นเฉพาะเรื่องการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ หลีกเลี่ยงวิพากษ์วิจารณ์การเมืองของไทย....”
ตอนท้ายของสเตตัสวอยซ์ทีวี น่าสนใจในบทวิเคราะห์
“ทั้งนี้ การปรับท่าทีของสถานีข่าววอยซ์ทีวี ที่มีจุดแข็งว่าเป็นสถานีวิเคราะห์ข่าวปลุกความคิด ด้วยการยอมทุบจุดแข็งของตนเองทิ้งทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยจากที่เชื่อว่า ถ้ายังคงวิพากษ์วิจารณ์วิเคราะห์ข่าวการเมืองต่อไป ช่องทีวีตนเองน่าจะถูก กสทช.สั่งปิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และอาจถึงขั้นถูกสั่งปิดถาวรนั้น จะเป็นกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด ทางธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูงในธุรกิจสื่อดิจิตอลทีวีได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นเพียงอัตตวินิบาตกรรมของวอยซ์ทีวี”
ต่อประเด็นข้างต้น “ใบตองแห้ง” ได้โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กAtukkit Sawangsuk
“ประเด็นที่ปุ๊ถามว่า อยู่รอดหรืออัตวินิบาตกรรม พูดตามความเป็นจริงคือ ระหว่างยังมีสถานีอยู่(ต่อให้ไม่มีคนดูก็เหอะ) กับถูกปิดถาวร คุณจะเลือกข้อไหนส่วนตัวผมไม่ซีเรียสอะไร ผมมองว่าสถานการณ์มันมาถึงจุดที่วอยซ์ ถอยก็ได้ เพราะรัฐบาลทหารขาลง เปิดหน้าชนกับสังคมวงกว้างแล้ว ไม่ว่ากฎหมายสื่อ ซื้อเรือดำน้ำ กฎหมายพรรคการเมือง ยุทธศาสตร์ชาติ เช่าที่ 99 ปี อะไรต่างๆ ฝุ่นตลบแบบนี้ เราไม่ต้องยืนกลางวงก็ได้”
คนเดือนตุลาอย่างใบตองแห้ง มองไปข้างหน้าแบบ “อ่านขาด”
นาทีนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ยอมถอย เพื่อรักษาขุมกำลังไว้ “ทำงานใหญ่” ในวันข้างหน้า
ผู้บริหารวอยซ์ทีวีในสถานการณ์ถอย จึงกลับมาเป็น“ทรงศักดิ์ เปรมสุข”ผู้สร้างวอยซ์ทีวี ตั้งแต่สมัยเป็นทีวีดาวเทียม
“ทรงศักดิ์” มีชื่อเล่นเป็นมงคลว่า “ชิน” เป็นนักเรียนสวนกุหลาบ ระหว่าง ปี 2512 - 2516 เช่นเดียวกับขุนพลชินคอร์ป อย่าง ดำรง เกษมเศรษฐ์, สุรเธียร จักรธรานนท์ และ น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ทรงศักดิ์เรียนที่ตึกยาวรหัส 17675 ก่อนจบปริญญาตรีจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (ลาดกระบัง)
ผลงานโดดเด่นในอดีตของทรงศักดิ์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนโฆษณา เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนปฏิบัติการรณรงค์ทางการเมืองให้ทั้งพรรคไทยรักไทย และรัฐบาลทักษิณ
ตอนที่เปิดช่องวอยซ์ทีวีใหม่ๆ (ยุคดาวเทียม) ทรงศักดิ์พยายามพัฒนาคอนเทนท์สำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ด้วยเหตุที่ “เจ้าของสถานี” คือ ทายาทตระกูลชินวัตร ก็หนีการเป็น “สถานีข่าวการเมือง” ไม่ได้
ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ฝ่ายทักษิณ จึงมีทีวี 2 ช่องคือ ช่องดีเอ็นเอ็น เพื่อภารกิจงานโฆษณาการเมืองในหมู่คนรากหญ้า และช่องวอยซ์ทีวี เพื่อคนชั้นกลาง
ก่อนรัฐประหาร วอยซ์ทีวีประมูลช่องข่าวดิจิตอลได้ เลยมีการเสริมทัพนักวิชาการเข้ามาเรียกเรตติ้ง จึงทำให้วอยซ์ทีวี มีจุดยืนชัดเจน และหลังทหารยึดอำนาจ วอยซ์ทีวีก็ไม่อำพรางตัวตน เปิดหน้าชกกับทหาร
จึงเป็นที่มาของการถอย..ในสถานการณ์ “ห้วงเวลารอยต่อ” ของเผด็จการกับประชาธิปไตย



