คอลัมนิสต์

ต้นไม้กับสายไฟฟ้า“อยู่ร่วมกัน”ได้อย่างไร?

ต้นไม้กับสายไฟฟ้า“อยู่ร่วมกัน”ได้อย่างไร?

26 เม.ย. 2560

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

     “ต้นไม้กับสายไฟฟ้า” กลายเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองกรุง เนื่องจากประชาชนเริ่มเห็นความสำคัญของต้นไม้ใหญ่ที่เหลืออยู่น้อยเต็มที เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ปีนขึ้นไปตัดต้นไม้บริเวณเสาไฟฟ้าจนกลายเป็น “ต้นโกร๋น-หัวกุด” ก็รู้สึกเศร้าสลดใจ บางคนถึงกับออกมาต่อว่าด่าทอ จนกลายเป็นการโต้เถียงต้องมีตำรวจมาช่วยห้ามทัพ...

ต้นไม้กับสายไฟฟ้า“อยู่ร่วมกัน”ได้อย่างไร?

     สภาพถนนของเมืองกรุงนั้น ต้นไม้ขนาดใหญ่มักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาช่วงหลังถูกตึกรามบ้านช่องปลูกสร้างจนแนบชิด หรือแม้แต่ต้นไม้ริมถนนก็แทบไม่มีระยะเว้นจากเสาไฟฟ้ามากนัก กลายเป็นภาระให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องปีนขึ้นไปตัดแต่งกิ่งต้นไม้เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้กิ้งไม้หักโค่นหรือรุกล้ำทำอันตรายต่อทรัพย์สินราชการและประชาชน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่มีพายุลมแรง หรือความจำเป็นต้องตัดแต่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุตามท้องถนน

     แต่การตัดแต่งกิ่งหรือลำต้นของต้นไม้จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้คงความสวยงาม มีร่มเงาร่มรื่น ตามนโยบายดูแลพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ !?!

ต้นไม้กับสายไฟฟ้า“อยู่ร่วมกัน”ได้อย่างไร?

     แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศออกมาชัดเจนว่าให้ทุกหน่วยงานดูแลต้นไม้ในเมืองอย่างดี โดยเฉพาะการตัดแต่งต้นไม้ที่เป็นของหน่วยงานราชการ พร้อมแนะนำให้เพิ่มตำแหน่ง “รุกขกร” หรือผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษาตัดแต่งต้นไม้

     ทำให้หลายฝ่ายเล็งเห็นว่าควรมีการจัดระเบียบวิธีตัดต้นไม้ของ “การไฟฟ้า” อย่างเร่งด่วน ..

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน “เครือข่ายต้นไม้ในเมือง” ประกอบด้วยสมาชิกองค์กรต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 75 องค์กร รวมถึงผู้มีส่วนร่วมในโซเชียลมีเดียเกือบ 4 หมื่นคน ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดงานเสวนาครบรอบ 1 ปี เครือข่ายต้นไม้ในเมือง ภายใต้หัวข้อ “ต้นไม้กับสายไฟสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร” เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาระหว่างต้นไม้กับสายไฟฟ้า โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ผู้เชียวชาญงานและการตัดแต่งต้นไม้ ผู้แทนจากการไฟฟ้า และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเสวนาหาทางออกร่วมกัน

ต้นไม้กับสายไฟฟ้า“อยู่ร่วมกัน”ได้อย่างไร?

     โดยช่วงเริ่มต้นของการเสวนานั้น ผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ข้อมูลว่า การตัดกิ่งต้นไม้ใหญ่ยังคงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะกิ่งไม้ขึ้นไปรบกวนหรือชนกับสายไฟฟ้า และตามระเบียบต้องตัดให้เหลือต่ำกว่าเสาไฟฟ้าอย่างน้อย 2-3 เมตร โดยการไฟฟ้าพยายามปรับกฎระเบียบให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายนักวิชาการได้เสนอทางออกด้วยการติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีบางชนิดที่จะช่วยลดระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับต้นไม้แต่ยังเป็นระยะที่ปลอดภัย

     ในเวทีเสวนานั้นมีข้อเสนอให้หน่วยงานรัฐเพิ่มพูนองค์ความรู้และบุคลากรเชี่ยวชาญการดูแลต้นไม้ใหญ่ หรือ “รุกขกร” ควรส่งเสริมให้มีประจำทุกหน่วยงาน ส่วนตัวแทนจากสมาคมประกันวินาศภัยเสนอทางออกว่า การมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลต้นไม้ตามท้องถนนสาธารณะจะช่วยให้หน่วยงานรัฐลดการจ่ายค่าชดเชยในบริษัทประกัน เมื่อเกิดกรณีที่ต้นไม้หรือกิ่งไม้ไปสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น

ต้นไม้กับสายไฟฟ้า“อยู่ร่วมกัน”ได้อย่างไร?

     ด้านตัวแทนเครือข่ายต้นไม้ในเมืองเสนอให้มีระบบบริหารจัดการต้นไม้ในเมือง โดยเฉพาะตามถนนหลวงและให้ดูแลต้นไม้ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

     “อรยา สูตะบุตร” ตัวแทนกลุ่มบิ๊กทรี (BIG Trees Project) เครือข่ายอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาการตัดแต่กิ่งต้นไม้อย่างขาดความรู้ที่ถูกต้องของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านั้น เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น จากกฎระเบียบในอดีตที่ปฏิบัติตามกันมาช้านาน ระบุให้ตัดกิ่งไม้ต่ำกว่าเสาไฟฟ้า 2-3 เมตร และตัดแบบกิ่งกุด-หัวกุด ซึ่งเป็นการตัดแบบผิดวิธี ขณะที่ในต่างประเทศผู้ตัดแต่งกิ่งต้นไม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความเข้าใจในต้นไม้แต่ละประเภทอย่างดี มีการศึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดแต่งกิ่งไม้

     “วิธีคิดของผู้ปีนขึ้นไปตัดกิ่งต้นไม้ของไทย คือ การตัดให้สั้นกุดที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องขึ้นไปบ่อยๆ ซึ่งบางครั้งการตัดวิธีนี้ยิ่งทำให้กิ่งแตกยอดเติบโตเร็วขึ้น แต่ในต่างประเทศส่วนใหญ่จะใช้วิธีการตัดแบบเบี่ยงข้าง หรือตัดกิ่งใหญ่ออกให้เหลือกิ่งเล็กเพื่อเบี่ยงทิศทางของลำต้น เมื่อกิ่งไม้เติบโตขึ้นก็จะไม่ไปรบกวนหรือเป็นอันตรายต่อเสาไฟฟ้า ตอนนี้มีหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่เริ่มเข้าใจวิธีการตัดแบบนี้แล้วเช่น ถนนสีลม เขตบางรัก เขตจตุจักร แต่เขตอื่นยังต้องปรับปรุงและสร้างความเข้าใจให้สำนักงานเขตและการไฟฟ้าในการบริหารจัดการดูแลต้นไม้ในเมืองอย่างถูกวิธี” ตัวแทนกลุ่มบิ๊กทรีกล่าว

     กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุข้อมูลปี 2557 หากเปรียบเทียบประเทศเพื่อนบ้าน คนไทยมีพื้นที่สีเขียวต่อตารางเมตรน้อยที่สุด โดยประเทศสิงคโปร์มีสูงสุดคือ 66 ตร.ม./คน กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มีประมาณ 44 ตร.ม./คน ส่วนตัวเลขเฉลี่ยของคนไทยทั้งประเทศคือ 6.18 ตร.ม.แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะตัวเลขของคนกรุงเทพฯ ปรากฏว่ามีแค่ 3 ตร.ม./คน

     สำหรับผู้สนใจอยากแจ้งข้อมูลข่าวสารหรือพบเห็นการตัดต้นไม้ใหญ่ผิดวิธีให้แจ้งได้ที่เฟซบุ๊ก “เครือข่ายต้นไม้ในเมือง”