
แสดงทรัพย์สินต้องมีมาตรฐาน
แสดงทรัพย์สินต้องมีมาตรฐาน
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 สำนักข่าวหลายแห่ง พากันระบุว่า มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเห็นชอบกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม ที่จะต้องมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จากเดิม ที่มีแต่บุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการการเมืองฝ่ายต่างๆ
แต่ประกาศฉบับใหม่ กำหนดให้บุคคลในตำแหน่ง เช่น รองอธิการบดี ปลัดเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์กรปกครองส่วนจังหวัด รวมถึงบุคคลในระดับผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น จเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ โดยระบุต่อท้ายประกาศฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน เป็นต้นไป และให้บุคคลเหล่านี้แสดงรายการทรัพย์และหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ได้ในระหว่างวันที่ 3 เมษายน - 2 พฤษภาคม ปีนี้
อย่างไรก็ดี ภายหลังมีประกาศฉบับใหม่จาก ป.ป.ช. ออกมา สำนักข่าวหลายแห่งพากันระบุว่า มหาวิทยาลัยมหิดล มีคำสั่งที่ 976/2560 เรื่องให้พนักงานของมหาวิทยาลัย ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งระบุว่า รองอธิการบดีทั้ง 13 คน ของฝ่ายต่างๆ ในมหาวิทยาลัย มีความประสงค์ที่จะลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม เป็นต้นมา และมหาวิทยาลัย ก็มีแถลงการณ์ข้อเท็จจริงว่า คาดว่าการลาออกน่าจะเกี่ยวข้องกับการที่ให้รองอธิการบดีต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะเกิดความยุ่งยากและขัดข้องในการบริหาร ที่สำคัญไม่ทราบเงื่อนไขก่อนมาดำรงตำแหน่ง และไม่ได้เป็นการกลัวการตรวจสอบ แต่รู้สึกไม่เป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงาน
จากการสัมภาษณ์ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ก็เข้าใจได้ว่าที่รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้ง 13 คน ลาออกนั้น เกิดจากความคับข้องใจ เพราะกฎหมายให้แสดงทรัพย์สิน ออกมาจากการแต่งตั้งรองอธิการบดีเรียบร้อยแล้ว อาจมีความจำเป็น เช่น ไม่สะดวก หรือไม่สบายใจที่ต้องมีการยื่นแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน
อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของ ศ.ดร.ไชยันต์ เชื่อว่า การแสดงบัญชีทรัพย์สิน ก็ไม่น่าจะเสียหายตรงไหน และยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจโปร่งใสให้แก่ประชาชนได้ และจะทำให้ประชาชนรู้สึกพอใจเสียด้วยซ้ำ
“ผมว่าการที่รองอธิการบดีทั้ง 13 คนลาออก แล้วมีการแต่งตั้งรักษาการรองอธิการบดี โดยใช้คนที่ลาออกไปมารักษาการ มันทำให้แย่ต่อภาพลักษณ์ของมหิดล มันอาจทำให้คนสงสัยหรือเปล่าว่าคนที่ลาออกไป ลาออกเพราะต้องการเลี่ยงบาลี ไม่อยากแสดงทรัพย์สินหรือเปล่า การทำแบบนี้ยิ่งทำให้สังคมตั้งข้อสงสัย และสรรพากรก็สามารถสืบย้อนหลังได้อยู่ดี” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ
ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า ขั้นตอนการแสดงทรัพย์สินไม่ได้เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือเสียเวลามาก มีข้อมูลจากเวบไซต์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่าผู้ที่มีหน้าที่ต้องแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุ นิติภาวะ ที่มีอยู่จริงทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น หรือที่ให้บุคคลอื่นถือแทน
“ผมคิดว่าคนที่ทำงานฝ่ายบริหาร ควรโปร่งใส ยิ่งคนที่ต้องดูส่วนงบประมาณ หรือมีความเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ก็ควรมีการตรวจสอบ มีปัญหาก็ดูก่อน-หลังทำงาน ถ้าพบว่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นและอธิบายไม่ได้ ก็คงถูกยึดไป ตามขั้นตอนตรวจสอบของ ป.ป.ช.” ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าว
ล่าสุด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในมหาวิทยาลัยมีการพูดคุยถึงรองอธิการบดีทั้ง 9 คนเรียบร้อยแล้ว และไม่มีใครต้องการลาออก แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือการเตรียมการเอกสารภายใน 30 วันนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการจัดระเบียบเอกสาร แต่อธิการบดีของจุฬาฯ จะเข้ามาให้คำแนะนำและช่วยจัดการให้บางส่วน
อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ ศ.ดร.ไชยันต์ ย้ำคือ การออกกฎหมายให้มีการแสดงทรัพย์สิน ควรทำอย่างมีมาตรฐานและครอบคลุมทุกฝ่าย ยิ่งในรัฐบาลที่มีทหารดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมถึงฝ่ายบริหารของกองทัพ ก็ควรมีการแสดงบัญชี และแจกแจงรายละเอียดทรัพย์สินด้วย
“มันควรจะเป็นกฎหมายที่ต้องให้ทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน เช่น เป็นทหารที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง หรือฝ่ายบริหารของกองทัพ ก็ควรมีส่วนนี้เข้ามาควบคุม” ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าว และระบุว่า คงต้องดูท่าทีของ ป.ป.ช. ต่อไป ว่าจะมีแถลงการณ์หรือประกาศอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีของการแสดงทรัพย์สินในฝ่ายกองทัพด้วย



