
ไทม์ไลน์เลือกตั้ง...อาจยืดกว่าคาด !!
รธน.ฉบับใหม่ ปี 60 ประกาศใช้วันพรุ่งนี้ (6 เม.ย)ซึ่งทำให้ 'ไทม์ไลน์' การเลือกตั้งชัดเจนขึ้นว่าอย่างช้าคงไม่เกิน พ.ย.ปี 61 แต่เอาเข้าจริงอาจยืดออกไปอีก..ทำไม
วันพรุ่งนี้ (6 เมษายน) รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ( ฉบับที่ 20 ) ก็จะประกาศใช้แล้ว ผลที่ตามมาก็คือโรดแม็พสู่การเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งก็ต้องเดินไปตามขั้นตอนใน ‘บทเฉพาะกาล’ ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดไว้ คือ การยกร่างกฎหมายลูกจำนวน 10 ฉบับ
โดยเริ่มจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยกร่างกฎหมายลูก แล้วเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบ ไปจนถึงขึ้นตอนบังคับใช้กฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ โดยมี 4 ฉบับที่จำเป็นต้องทำให้เสร็จก่อนไปสู่ขั้นตอนการเลือกตั้ง คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง,พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งที่ผ่านมาในส่วนของกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้เร่งทำก่อนที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ด้วยซ้ำ
โดยในขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาและจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาในเดือนกรกฎาคมนี้
ขณะที่ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งให้สภานิติิบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาหลังเทศกาลสงกรานต์
ทั้งที่ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด เริ่มนับหนึ่งยกร่างกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วเท่านั้น
สำหรับขั้นตอนที่ต้องยกร่างกฎหมายลูก แล้วต้องผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไปจนถึงขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายลูก ซึ่งเมื่อนับแล้วหากใช้เวลานานสุดก็คือ 19 เดือน ทำให้คาดการณ์กันว่า อย่างช้าภายในพฤศจิกายนปีหน้า ( ปี 2561) คงมีการเลือกตั้งได้ นั้น
แต่เอาเข้าจริง การเลือกตั้งอาจเนิ่นช้าไปกว่าที่คาดการณ์ ก็เป็นได้ !!!
เพราะว่ามี"นักกฎหมาย' จำนวนไม่น้อย ตีความเกี่ยวกับ‘บทเฉพาะกาล’ ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี2560 ว่า ‘บทเฉพาะกาล’ ได้เขียนไว้ แต่เพียงว่า ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาร่างกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดคือ 60วัน หรือ กรณ๊ีีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่างกฎหมายลูก ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ว่าผลเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้เขียนในกรณีที่ร่างกฎหมายลูก ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่าจะมีทางออกอย่างไร
โดยในบทเฉพาะกาล บัญญัติว่า...' เมื่อได้รับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ( กม.ลูก) จากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับ ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญใดไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เห็นชอบกับร่างร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้น ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสนอ
วรรคต่อมาเขียนว่า ...เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา........
จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เขียนไว้ว่า กรณีร่างกฎหมายลูกไม่ได้ความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะทำอย่างไรต่อ ดังนั้นหากเกิดกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายลูกขึ้นมา หากเป็นกฎหมายลูกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง แต่ถ้าหากเป็นกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็คงยุ่งไม่น้อย เพราะอาจกระทบต่อการเลือกตั้งได้
เพราะหากเลือกทางออก โดยใช้วิธีให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยกร่างกฎหมายลูกใหม่หรือทางออกอื่นใด ก็ต้องมีกฎหมายรองรับ ซึ่งอาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2560กันอีกรอบ
แต่หากใช้วิธียกร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหม่ ‘ไทม์ไลน์เลือกตั้ง’ ก็ต้องยืดออกไปอีกแน่นอน ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ว่าจะเลือกตั้งอย่างช้าในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า ( 2561)
ต้องรอดูกันต่อไปว่า รัฐบาลและคสช.จะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากเกิดกรณีที่สภานิติบัญญัติิคว่ำร่างกฎหมายลูก



