คอลัมนิสต์

ผ่าน รถถัง คิวต่อไป "รถหุ้มเกราะ - เฮลิคอปเตอร์ - เรือดำน้ำ"

ผ่าน รถถัง คิวต่อไป "รถหุ้มเกราะ - เฮลิคอปเตอร์ - เรือดำน้ำ"

05 เม.ย. 2560

ครม. อนุมัติซื้อรถถังจากประเทศจีน และจากนี้จะยังมีโครงการจัดซื้ออาวุธต่างๆอีกจากค่ายจีนและรัสเซีย


    จากกรณีที่ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดซื้ออาวุธจากประเทศจีนคือรถถังแบบ VT- 4 จำนวน10 คัน และมีคำถามถึงความเหมาะสม  ทำให้ “ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์” ไปตรวจสอบว่า ที่ผ่านมา และในอนาคตรัฐบาลจะมีการจัดซื้ออาวุธใดๆบ้าง 
 
    ซึ่งพบว่าการจัดซื้อรถถังแบบ VT-4  จำนวน 10 คัน วงเงิน 2,000  ล้านบาท  ที่อนุมัติจากการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ทีผ่านมา เป็นโครงการต่อเนื่องจากที่จัดซื้อล็อตแรกไปเมื่อปี 2559  จำนวน 28 คัน เพื่อให้ครบจำนวน 1 กองพัน มาทดแทนรถถัง M41 ของสหรัฐอเมริกา ที่เข้าประจำการในกองทัพบกเมื่อปี 2505 ถือว่ามีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

ผ่าน รถถัง คิวต่อไป "รถหุ้มเกราะ - เฮลิคอปเตอร์ - เรือดำน้ำ"
 
    ส่วนต่อจากนี้ กองทัพบกยังได้เสนอ โครงการจัดซื้อ รถหุ้มเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก VN-1 ผลิตจากจีน จำนวน 34 คัน ราคาคันละ 1.75 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความเห็นชอบ ก่อนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในเร็ววันนี้
  

ผ่าน รถถัง คิวต่อไป "รถหุ้มเกราะ - เฮลิคอปเตอร์ - เรือดำน้ำ"
    ซึ่งรถหุ้มเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก VN-1 ของจีนรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุด จากตัวเลือกอีก 2 ชาติที่ได้เสนอมา คือรัสเซีย เสนอรถหุ้มเกราะล้อยาง BTR-82A แต่มีมิติขนาดเล็ก ไม่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับทหารราบตามมาตรฐานของกองทัพบกไทย และยูเครนเสนอ BTR-3 หรือ BTR-4 แต่ติดปัญหาภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบเกิดความล้าช้าในการจัดส่ง เหมือนกับ รถถัง oplot ที่เคยประสบมาแล้ว ทางคณะกรรมการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพบก จึงลงความเห็นเลือกรถหุ้มเกราะที่มาจากจีนแทน
  


    โดยคุณสมบัติและสมรรถนะของ VN1 มีน้ำหนักรถ 21 ตัน ความยาวรถ 8 ม. ความกว้างรถ 3 ม. ความสูงรถ 2.1ม. ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถน้อยกว่า 0.45 ม. ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล Deutz BF6M1015C กำลัง 440HP ทำความเร็วบนถนนสูงสุด 100 กม./ชม. ทำความเร็วขณะลอยตัวในน้ำ 8 กม./ชม. พิสัยทำการ 800 กม. ปีนที่ลาดชันได้สูงสุด 30% ข้ามคูได้กว้าง 1.8 ม.ข้ามเครื่องกีดขวางได้สูงสุด 0.55ม.
  
    มีระบบอาวุธติดป้อมปืนใหญ่กล 30 ม.ม. พร้อมปืนกลร่วมแกน 7.62 ม.ม. และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง HJ-73D นำวิถีด้วยเส้นลวดแบบ SACLOS ระยะยิง 3,000 ม. (HJ-73 มีพื้นฐานลอกแบบมาจาก 9M14 Malyutka รัสเซีย ซึ่ง NATO กำหนดรหัส AT-3 Sagger โดยรุ่น HJ-73D ปรับปรุงระบบนำวิถี และใช้หัวรบสองชั้น Tandem HEAT เพื่อเพิ่มอำนาจการเจาะเกาะปฏิกิริยาแรงระเบิด ERA) พลประจำรถ 3นาย และบรรทุกทหารราบได้ 7นาย(จำนวนกำลังพลที่บรรทุกได้ขึ้นกับว่าเป็นรุ่นรถรบทหารราบ IFV 7นาย หรือรุ่นลำเลียงพล APC 10-11นาย ตามความต้องการของลูกค้า)
 
    จากนั้นจะถึงคิว เฮลิคอปเตอร์แบบ Mi-17V5 ของรัสเซีย อีก 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 750 ล้านบาท รวมเป็นจำนวน 1,500 ล้านบาท เป็นโครงการจัดหาอากาศยานขนาดใหญ่เพื่อบรรเทาสาธารณภัย เช่น การดับไฟป่าโดยการหิ้วถังน้ำไปดับไฟ หมอกควัน จำนวน 12 ลำ  โดยก่อนหน้านี้มีการอนุมัติไปแล้ว จำนวน 4 ลำ วงเงิน 3 พันล้านบาท เพื่อทดแทน ฮ.ลำเลียง แบบ 47 (ฮ.ชีนุก) ทั้ง 6 ลำ ที่ปลดประจำกายและเตรียมขายซากทิ้ง
 

ผ่าน รถถัง คิวต่อไป "รถหุ้มเกราะ - เฮลิคอปเตอร์ - เรือดำน้ำ"
    สำหรับในส่วนของโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีนของกองทัพเรือ จำนวน 3 ลำ วงเงิน36,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาความถูกต้องของสัญญาและรายละเอียดต่างๆให้แล้วเสร็จ ก่อนเสนอให้ พล.อ.ประวิตร รับทราบ และคาดว่าจะนำเข้า ครม.เป็นโครงการสุดท้ายของปีงบประมาณ2560

ผ่าน รถถัง คิวต่อไป "รถหุ้มเกราะ - เฮลิคอปเตอร์ - เรือดำน้ำ"
---------
จิตตราภรณ์ เสนวงศ์