
อิทธิฤทธิ์ ม.44 สำเร็จโทษ “ผู้ว่าฯ” สั่งตรงจาก “สำนักนายกฯ”
คำสั่ง ม.44 เด้ง 6 ผู้ว่าฯล่าสุด ต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร และเนื่องมาจากอะไร
“รัฐบาล คสช.” ที่ได้เข้ามาทำงานบริหารราชการแผ่นดิน มีเครื่องไม้เครื่องมือที่นำออกมาพิเศษกว่ายุคอื่นๆนั้นคือ “กฎหมายพิเศษ” โดยเฉพาะมาตรา 44 ที่นำมาใช้ผลักดันในแบบออกฤทธิ์เร็วแรงไร้เทียมทานให้วิธีการเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
และล่าสุดก็ออกมาเด้งข้าราชการระดับสูงเป็นพ่อเมืองรุนเก๋าจำนวน 6 รายทำเอาเหงื่อตกไปตามๆกัน
ถือเป็นรอบที่ 3 ที่คำสั่งนี้ออกมาเพื่อใช้ลงทัณฑ์ ทำให้ถูกจับจ้องไปที่ ผู้ที่ถูกคำสั่งดังกล่าวอาจถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางมิชอบแสวงหาผลประโยชน์หรืออยู่ในข่ายการทุจริตประพฤติมิชอบ
บัญชีรายชื่อ “แบล็คลิสต์” ที่โดนโยกข้ามฟากเข้ากรุตัดขาดจากต้นสังกัดเดิมกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นสิงห์ไร้สีหลุดจากถ้ำย่านคลองหลอดในทันทีแล้วย้ายไปอยู่บ้านใหม่สังกัดค่ายสำนักนายกรัฐมนตรีเบ็ดเสร็จ 6 ราย ประกอบไปด้วย “ศักดิ์ สมบุญโต” พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.กาญจนบุรี “ณัฐพัชร สุวรรณประทีป” พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.กาฬสินธุ์ “บุญส่ง เตชะมณีสถิต” พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.เชียงราย “โชคชัย เดชอมรธัญ” พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.ภูเก็ต “สุรพล แสวงศักดิ์” พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.ราชบุรี และ “พสิน โกมลวิชญ์” พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯสิงห์บุรี โดยทั้งหมด 6 รายให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ซึ่งครั้งนี้น่าสนใจว่าเป็นคำสั่งพิเศษที่ย้ายไปเข้ากรุ “สำนักนายกรัฐมนตรี” ว่ากันว่าคำสั่งนี้ทำโดย “สำนักนายกรัฐมนตรี” โดยทางกระทรวงมหาดไทยต้นสังกัดไม่ได้รับทราบหรือไม่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญยังไม่รู้ข้อมูลด้วยซ้ำว่าผู้ที่ถูกย้ายทำอะไรลงไป กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็มีคำสั่ง “เด้งฟ้าผ่า” ไปแล้ว
ทำให้ยิ่งเข้าเค้าว่าคนเหล้านี้พัวพันกับข้อกล่าวหาการเรียกรับผลประโยชน์และอาจะเชื่อมโยงไปถึงการแอบอ้างผู้นำประเทศในขณะนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป
ที่ผ่านมา เมื่อผู้ว่าราชการถูกคำสั่งตามมาตรา 44 ให้พ้นจากตำแหน่งก็ต้องโดนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเป็นธรรม ขณะที่บางรายเมื่อพิสูจน์ได้ ไม่ปรากฏความผิดก็จะได้รับการแต่งตั้งคืนตำแหน่งให้กลับไปทำหน้าที่ได้อีก ส่วนรายอายุราชการเหลือน้อย แต่ผลสอบสวนยังไม่ได้รับการตัดสินก็เกษียณราชการไปตามระเบียบ
เมื่อสิงห์เก่าเด้งไป ย่อมต้องมีการโยกสิงห์หน้าใหม่เข้ามาแทนที่ เป็นการปูนบำเหน็จรางวัลแบบ “ส้มหล่น” ที่ผ่านมาเคยมีเหล่าพ่อเมืองบรรดาบิ๊กสิงห์โดนพิษ ม.44 เล่นงานไปแล้วหลายราย แต่ต้องมาดูรายชื่อบุคคลโชคดีที่ได้รับการแต่งตั้งรอบนี้จำนวน 4 ราย บุคคลแรก “สุวิทย์ คำดี” พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ “ณรงศักดิ์ โอสถธนากร” พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกระทรวงมหาดไทย ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงราย “นรภัทร ปลอดทอง” พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯภูเก็ต คนสุดท้ายน้องเล็กอายุราชการเหลือเยอะ “ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม” พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯราชบุรี
หากไปเปิดประวัติการใช้ มาตรา 44 เพื่อโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดจะพบว่า คำสั่งนี้ถูกใช้ครั้งแรกเมื่อ29 มีนาคม 59 ถือเป็นรอบแรก โดยมีผู้ที่อยู่ในบัญชี 4 ราย ประกอบด้วย ยุทธนา วิริยะกิตติ” ผวจ.ศรีสะเกษ “สมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ” ผวจ.ตาก “สมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์” ผวจ.จันทบุรี และ “วีรพงศ์ แก้วสุวรรณ” ผวจ.ปัตตานี
และในครั้งนั้นเองทำให้เกิดคำถามเพราะผู้ทีถูกแต่งตั้งแทนเป็น รองผู้ว่าราชการฯในระดับ ซี 9 ข้ามชั้นขึ้นมาเป็นซี 10 ซึ่งประกอบด้วย “ธวัช สุระบาล” รองผวจ.ราชบุรี นั่งรักษาราชการแทน ผวจ.ศรีสะเกษ “เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์” รอง ผวจ.ลำพูน รักษาราชการแทน ผวจ.ตาก “วิทูรัช ศรีนาม” รอง ผวจ.พิษณุโลก รักษาราชการแทน ผวจ.จันทบุรี โยกข้าราชการระดับซี 10 “สุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ” ผู้ตรวจราชการกระทรวง กระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน ผวจ. สุดท้ายบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวจริงไม่ต้องนั่งรักษาการ
รอบที่สอง เป็นครั้งวันที่ 24 มิถุนายน 2559 เป็นคำสั่งให้ “แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์” ผวจ.สมุทรสาคร ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งครั้งนั้นคาดว่าเกี่ยวข้องกับปัยหาค้ามนุษย์ แต่สุดท้ายผลสอบออกมาไร้ความผิด จึงได้รับการแต่งตั้งไปนั่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
และรอบนี้ก็ถือเป็นรอบที่ 3
ในการออกคำสั่ง คสช. แต่งตั้งโยกย้ายเหล่าบรรดาบิ๊กคลองหลอด ต่างกรรม ต่างวาระ กระบวนการนัยแห่งคำสั่ง หลายฝ่ายหลายคน แม้กูรูด้านกฎหมายล้วน บอกตรงกัน ต้องรอกระบวนการที่ต้องมีการสอบสวนพิสูจน์จากคณะกรรมการที่แต่งตั้งออกมาเพื่อให้สมบูรณ์ตามระเบียบกฎหมาย สิ่งที่เห็นเด่นชัดทุกรอบที่เกิดขึ้นแม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ บุคคลเหล่านี้มีความผิดจริง หรือบริสุทธิ์ แต่ที่เห็นเด่นชัดปรากฏว่า อำนาจของมาตรา 44 มีความศักดิ์สิทธิ์แผลงฤทธิ์อยู่เหนืออำนาจปกติได้ตลอดเวลาที่มีการนำออกมาใช้สำเร็จโทษ..!!!
-----



