คอลัมนิสต์

ม.44 เข้มวินัยจราจรแบบไหนโดน...(โปรดฟังอีกครั้ง)

ม.44 เข้มวินัยจราจรแบบไหนโดน...(โปรดฟังอีกครั้ง)

05 เม.ย. 2560

ม.44 เข้มวินัยจราจรแบบไหนโดน...(โปรดฟังอีกครั้ง)

 

          มาตรา 44 ฉบับที่ 14/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เน้นเคารพกฎจราจร ให้มีวินัยในการขับขี่ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ร่วมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน

          - การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2555 ให้รถส่วนบุคคล แท็กซี่ และรถที่ใช้รับส่งจากสนามบิน (ลีมูซีน) จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2531 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ต้องติดเข็มขัดนิรภัยสำหรับที่นั่งของคนขับ และที่นั่งตอนหน้ารถ ส่วนรถที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 มกราคม 2554 กำหนดให้ติดเข็มขัดนิรภััยทุกที่นั่ง

          สำหรับรถตู้ส่วนบุคคล รถปิกอัพ และรถสองแถว จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2537 ต้องติดเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งของผู้ขับรถ และที่นั่งตอนหน้า

          รถตู้ส่วนบุคคลที่ผลิตหรือนำเข้าตั้งแต่ 1 เมษายน 2555 ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเฉพาะที่นั่งด้านหน้าของคนขับและผู้โดยสาร โดยมีรูปแบบเข็มขัดนิรภัยที่ต้องติดตั้ง 2 แบบคือ แบบรัดหน้าตักและรั้งพาดไหล่ สำหรับตำแหน่งที่นั่งผู้ขับรถ ที่นั่งตอนเดียวกับผู้ขับรถและที่นั่งตอนหลังผู้ขับรถริมสุด ส่วนที่นั่งระหว่างกลาง เป็นเข็มขัดแบบรัดหน้าตัก (แบบคาดเอว)

          - สำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่ต้องจัดให้มีเข็มขัดนิรภัย พ.ศ.2555 กำหนดให้รถบรรทุกทุกประเภทที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 จะต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสำหรับที่นั่งของคนขับและที่นั่งตอนหน้ารถ

          ส่วนรถตู้โดยสารที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ทุกคันและทุกเส้นทาง สำหรับรถโดยสารที่วิ่งระหว่างกรุงเทพมหานครไปต่างจังหวัด (หมวด 2) และที่วิ่งระหว่างจังหวัด (หมวด 3) ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 กำหนดให้ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งทุกคัน หากเป็นรถขนาดเล็กที่วิ่งภายในจังหวัด และจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2537 เป็นต้นไป ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยส่วนที่นั่งด้านหน้าของคนขับและที่นั่งตอนหน้าคู่คนขับ โดยกำหนดให้ที่นั่งของผู้ขับรถและที่นั่งตอนเดียวกับผู้ขับรถ ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบรัดหน้าตักและรั้งพาดไหล่ ส่วนที่นั่งตรงกลางและที่นั่งตอนหลังผู้ขับรถทุกที่นั่งต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบรัดหน้าตัก (แบบคาดเอว)

          - การดำเนินคดีตามกฎหมายที่มีความแตกต่างกัน ประกอบด้วยกรณีเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล เจ้าพนักงานตำรวจเป็นคนจับกุมจะมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.จราจรฯ 500 บาท แต่กรณีเป็นรถโดยสารประเภทแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจะใช้ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ เช่นเดียวกัน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท

          แต่หากจับกุมโดยผู้ตรวจการขนส่งทางบก กรณีแท็กซี่ ผู้ตรวจการจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ปรับผู้ขับแท็กซี่ไม่เกิน 1,000 บาท กรณีเป็นรถโดยสารสาธารณะทั้งรถตู้และรถโดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งการจับกุมครอบคลุมในหน้าที่ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบกจะจับกุมตามกฎหมายขนส่ง ในส่วนนี้ผู้ขับรถจะโดนโทษปรับ 5,000 บาท และผู้โดยสารที่ผู้ขับรถตักเตือนให้คาดเข็มขัดแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษปรับ 5,000 บาทเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ประกอบการเจ้าของรถกรณีปล่อยปละละเลยไม่ให้พนักงานคนขับ ผู้โดยสาร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท

          - คำสั่ง คสช. ฉบับที่ 15/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 หากผู้ประกอบการไม่ควบคุมดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย ฝ่าฝืนกระทำผิดเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการ บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง ทิ้งผู้โดยสาร เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด หรือปล่อยให้มีการนำรถไปใช้กระทำผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ กรมการขนส่งทางบกสามารถสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถ ระงับใช้รถ หรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ทันทีโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

          นอกจากนี้ ในคำสั่ง คสช.ฉบับนี้ ยังสนับสนุนการบริหารจัดการเดินรถด้วยระบบจีพีเอสของกรมการขนส่งทางบกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างครบวงจร โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการระบบจีพีเอสต้องมีส่วนร่วมในการดูแลระบบ ให้สามารถรายงานสถานะของรถแต่ละคันมายังศูนย์ฯ จีพีเอส ของกรมการขนส่งทางบกแบบเรียลไทม์ทันที หากระบบจีพีเอสของผู้ให้บริการมีปัญหาขัดข้อง ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน หากละเลยฝ่าฝืนมีความผิดปรับวันละไม่เกิน 5,000 บาท จนกว่าจะแก้ไขได้แล้วเสร็จ