
ขยายปมร้อน-นายกฯถูกแทรกแซง
ก็ต้องเรียกว่า พอได้ให้พักหายใจหายคอได้บ้าง สำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แบกทั้งตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เพราะ ป.ป.ช.กำหนดนัดชี้มูลผิดคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปีก่อน
งานนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.คงต้องลุ้นสุดตัวว่าจะรอดจากเงื้อมมือ ป.ป.ช.หรือไม่ เพราะถ้าไม่รอด "น้ำหนัก" ที่ถ่วงดุลกับอำนาจอื่น ก็ย่อมด้อยลงไป
ว่ากันว่า เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่สะเทือนใจที่สุด ก็ตรงที่รู้แล้วว่าการบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตนั้น ชัดเจนตั้งแต่เช้าที่เริ่มเข้าสลายแล้ว แต่กลับเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก ในช่วงกลางวัน และอีกครั้งตอนหัวค่ำ ของวันเดียวกัน
ตรงนี้แหละที่เป็นประเด็น !
ก็เอาเถอะเรื่องราวข้อกฎหมายท่านผู้รู้ทั้งหลายก็คงไปว่ากันเอาเอง
แต่ที่กำลังรุกเร้าให้นายกฯ อภิสิทธิ์ หายใจไม่ทั่วท้องกลับเป็นการตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่แทน พล.ต.อ.พัชรวาท ที่รู้กันชัดแจ้งแล้วว่า การประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท ก็เป็น 1 ในเสียงข้างมากที่ไม่เอาตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เสนอ
เมื่อมีกำหนดนัดเชือด 9 คนที่ติดบ่วงคดีนี้ในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน จึงเป็นเรื่องราวที่น่ายินดีสำหรับนายกฯ อภิสิทธิ์
หลังจากที่โยนก้อนหินถามทางไปก่อนหน้านี้แล้วว่า "ยุบสภาไม่ใช่เรื่องเลวร้าย" มาแล้ว
เพราะสภาพที่อภิสิทธิ์เป็นอยู่นั้น เรียกได้ว่า หลังพิงฝา
ต้องเลือกว่า จะใช้อำนาจหรือไม่ โดยเฉพาะการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ที่คนฝ่ายเดียวกันถึง 2 คน ยังแสดงท่าทีว่าไม่เห็นด้วยกับการเสนอ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ กลับจะเอา พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ผู้ซึ่งถูกมองว่าใกล้ชิดกับทักษิณมากเกินไป
ไม่ว่าจะเป็น สุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ล้วนแต่ร้องเพลงคนละคีย์กับ อภิสิทธิ์ทั้งสิ้น
ทั้งที่รู้ว่าการแสดงท่าทีเช่นนี้ เท่ากับเปิดช่องให้พรรคร่วมรัฐบาลได้ช่องเล่นการเมืองขย่มอำนาจของนายกฯ
ดู ชวรัตน์ ชาญวีรกูล นั่นปะไร...แม้จะรู้ว่านายกฯ คิดอย่างไร เสนออย่างไร ก็ยังคงยืนกรานว่า ใครจะมาเป็น ผบ.ตร.ต้องไปถามสุเทพ-นิพนธ์
นั่นทำให้วงสนทนาของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่มีขึ้นตั้งแต่ช่วงสายจนถึงบ่ายของวันพุธร้อนฉ่า !
เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่ทางตัน
ในขณะที่วัน-เวลาที่จะต้องได้ตัว ผบ.ตร.คนใหม่ก็งวดเข้ามาทุกขณะ
แต่ทั้งสุเทพ-นิพนธ์ ก็ยังพูดคนละทางกับนายกฯ
ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรที่พอจะไปอธิบายให้แก่สาธารณชนยอมรับได้
นั่นทำให้ทางออกตีบตัน อภิสิทธิ์กำลังถูกบีบให้เลือกหนทางเส้นสุดท้าย
ถึงแม้จะเป็นทางที่พรรคร่วมรัฐบาลจะดอดไปถกกันแล้วไม่อยากได้ก็ตามที
แต่เมื่ออำนาจนายกฯ ถูกลิดรอนอย่างรุนแรงเช่นนี้ จึงไม่เหลือหนทางอื่น
ยุบสภา !
นั่นคือทางที่อาจจะต้องเลือก เหมือนอย่างที่ ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา อ่านไว้แต่แรก
แต่เมื่อมี ป.ป.ช.มาคั่นเวลาเอาไว้ ก็ย่อมเปิดช่องทางเล็กๆ ให้อภิสิทธิ์อธิบาย-ล็อบบี้ ก.ต.ช.ว่ามีความจำเป็น-เหมาะสมอย่างไรที่จะเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป
แน่นอนละว่า เหตุผลหนึ่งที่ต้องเสนอพล.ต.อ.ปทีป นั้นก็เพื่อยืนยันว่า "อำนาจ" และ "ภาวะผู้นำ" ของนายกรัฐมนตรีนั้น มีอยู่จริง !
เมื่อยืนยันแล้ว ก็ต้องใช้มันออกมา...ใครที่ไม่ยอมรับ หรือพูดคนละทิศละทาง ก็ต้องมีวิธีการจัดการให้เหมาะสม
ทุกคน !! ...ไม่เว้นกระทั่งผู้จัดการรัฐบาลอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์
เพราะเมื่อเดินมาจนถึงจุดนี้แล้ว หากยังเฉย ยินยอมให้ถูกจัดการ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ควรจะชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อย่าว่าแต่การยุบสภานั้นไม่ใช่การยุติปัญหา
แต่กลับจะสร้างปัญหาใหม่ตามมาอีก
กฎกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
สุดท้ายจะกลายเป็นสารพัดปัญหาที่ซ้อนทับกันเรื่อยๆ จนยากจะเยียวยา
ทั้งที่เหตุเพียงเพราะว่า "อำนาจนายกรัฐมนตรีถูกแทรกแซง" และมันก็แก้ได้ด้วยการใช้ภาวะความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและถูกต้องตามกฎหมาย เข้าจัดการ
ศรายุทธ สายคำมี



