คอลัมนิสต์

เรื่องช้ำๆจากแท็กซี่ สาวพม่า เหยื่อป้า และบอย

เรื่องช้ำๆจากแท็กซี่ สาวพม่า เหยื่อป้า และบอย

04 เม.ย. 2560

มีคำถามตามมาว่า ยังหลงเหลือบุคคลที่ศาลออกหมายจับมาขับแท็กซี่กันอีกสักเท่าไร ในเมื่อระบบการ “คัดกรอง” โชเฟอร์ยังเป็นปัญหา

เรื่องช้ำๆจากแท็กซี่

สาวพม่า เหยื่อป้า และบอย

     ว่ากันว่า วินาทีแรกที่คุณหรือใครก็ตาม ตัดสินใจใช้รถโดยสารสาธารณะแล้ว วินาทีนับจากนั้น คุณหรือใครก็ตาม จะต้องยินยอมรับสถานะของ “ผู้ถูกกระทำ” ไปโดยปริยาย

    จะเป็นคนใหญ่โต ขนาดไหน ก็จะได้รับการกระทำจากผู้ให้บริการแบบเท่าเทียมกันเสมอหน้า

    รถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. รถตู้ปรับอากาศ และรถแท็กซี่ คือกลุ่มรถโดยสารที่ให้ความเสมอภาคแก่ทุกคนได้อย่างถ้วนหน้าเช่นว่านั้น จนเป็นที่โจษขานถึงกรมการขนส่งทางบกประมาณว่า สายร้องเรียน “1584” แทบจะไหม้

    ใบหน้าของ “บอย" ถกลเกียรติ วีรวรรณ หาได้บ่งบอกถึงสถานภาพ “ผู้กำกับละครชื่อดัง ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เครือแกรมมี่” ของเขา ที่จะทำให้ “รุ่งนคร ดลกุล” โชเฟอร์แท็กซี่ รู้สึกเกรงอกเกรงใจ

     นั่นจึงเป็นที่มาของคลิปวิดีโอวิวาทะบนท้องถนนระหว่างผู้กำกับกับคนขับแท็กซี่ ที่มีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Free night Kub และจบลงด้วยฝ่ายแรกออกปากขออภัยในสิ่งที่กระทำลงไปด้วยโทสะ เพราะใช้เท้าถีบรถหลังโบกแล้วไม่จอดรับ ส่วนฝ่ายหลังถูกกรมการขนส่งทางบกปรับ 2 กระทง 2,000 บาท พักใบอนุญาต 1 เดือน และอบรม 3 ชั่วโมง

    “ถึงท่านจะร่ำรวยขนาดไหน แต่ผมเป็นคนหาเช้ากินค่ำ การที่ผมเป็นผู้ถูกกระทำ แล้วต้องมาแก้ข่าวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลูกเมียผมต้องกินข้าว บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ทำให้ไม่ได้ขับรถ รายได้ก็หายไปด้วย” รุ่งนครบอกฝากถึงบอย หลังเข้าชี้แจงและรับการลงโทษจากกรมการขนส่งทางบก

    รุ่งนครยืนยันว่า จอดรถรับผู้โดยสารไม่ได้และส่งสัญญาณบอกไปแล้ว เมื่อเกิดการโต้เถียงกันขึ้นหลังอีกฝ่ายทุบรถ ฝ่ายผู้โดยสารเสนอชดใช้ จึงเรียกไป 1,000 บาท

    สำหรับบอย เขายอมรับที่บันดาลโทสะเพราะถีบรถของรุ่งนคร แต่โดยหลักการที่เขายึดมั่น และเป็นคำถามก็คือ ป้ายไฟหน้ารถขึ้นว่า “ว่าง” แล้วทำไมจึงไม่จอดรับ กระนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นสรุปว่าผิดทั้งคู่ แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ “ระบบ”

    “แต่เรื่องใหญ่จริงๆ คือทั้งผมและคนขับแท็กซี่ เป็นเหยื่อของระบบ เรามีทางเลือกว่าเราใช้บริการอะไรก็ได้ แต่กฎหมายกำลังจำกัดทางเลือกของประชาชน”

    “บอย” ถกลเกียรติ บอกไว้ก่อนหน้านั้นว่า จริงๆ แล้วจะเรียกใช้บริการอูเบอร์ แต่ลูกสาวที่มาด้วยทักท้วงว่าผิดกฎหมาย จึงเลือกใช้แท็กซี่

    ในนาทีเกิดเหตุค่ำคืนวันที่ 1 เมษายน 2560 มีเพียงบอยกับครอบครัว และรุ่งนคร คนขับแท็กซี่ ทะเบียน มช3666 กรุงเทพมหานคร เท่านั้น ที่รับรู้ถึง “ตื้น ลึก หนา บาง” และความเหมาะสมของการตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าที่มักมีเรื่องของ “อารมณ์” เป็นตัวนำ โดยอาจลืมอีกสถานภาพของตน คนหนึ่งนั้น กึ่งๆ จะเป็นบุคคลสาธารณะ ส่วนอีกคนหนึ่งนั้น คือผู้ให้บริการสาธารณะ

    การกระทำในลักษณะเดียวกัน ที่ดูเหมือนจะสมน้ำสมเนื้อ แต่ก็อาจจะส่งผลอันผิดแผกแตกต่าง

    ตามสถิติร้องเรียนรถสาธารณะที่แจ้งไปยังสาย 1584 บันทึกไว้ว่า รถแท็กซี่คือบริการที่ถูกร้องเรียนสูงสุด และการกระทำของโชเฟอร์ที่เป็นความผิดตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกอันดับหนึ่งก็คือ “ปฏิเสธผู้โดยสาร”

     เป็นฐานความผิดเดียวกันกับที่ “บอย” ถกลเกียรติ ย้ำหลายครั้งว่า นำมาซึ่งความไม่พอใจ

     ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ไม่นาน คลิปวิดีโอ มนุษย์ป้ามหาภัย คุกคามด้วยวาจาและจบลงด้วยการไล่ผู้โดยสารหญิงกับลูกน้อยลงจากรถ ยังเป็นที่โจษขานกันทั่วบ้านทั่วเมือง

    กรมการขนส่งทางบกปล่อยให้มาขับรถแท็กซี่ได้อย่างไร คือคำถามที่น่าจะกินความหมายลึกเลยไปกว่าการตามตัวสตรีนางนั้นมาลงโทษตามกฎหมาย

    “สำหรับความผิดทางอาญาหรือทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างร้ายแรง การขู่กรรโชก ทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร กระทำอนาจาร ดัดแปลงค่าโดยสาร จะส่งตัวดำเนินคดีและเพิกถอนใบอนุญาตทันที” สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เคยประกาศเอาไว้

    แน่นอน คุณป้ามหาภัยร้ายนี้ ย่อมหนีไม่พ้นข้อหาขู่กรรโชก ส่วนกรณีอื่น ต้องว่ากันต่อไป

    หากแต่ “การกระทำอนาจาร” คือพฤติกรรมที่ผู้โดยสารหญิงเกรงกลัวกันมากเป็นลำดับต้นๆ ของการใช้บริการรถแท็กซี่ แม้จะมีโทษหนักหนาขนาดไหน แต่พฤติกรรมเช่นนี้ก็ยังเกิดขึ้น ดังเช่นที่ผู้โดยสารสาวชาวพม่าประสบเหตุเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 2 เมษายน

    ตำรวจให้ข้อมูลในเวลาต่อมาว่า จากการตรวจสอบประวัติ “นายคมสรรณ์ โตทิม” ผู้ต้องหาอนาจารผู้โดยสารสาวชาวพม่า เคยถูกศาลจังหวัดระยองออกหมายจับในคดีอนาจารเมื่อปี 2558

    ย่อมมีคำถามตามมาว่า ยังหลงเหลือบุคคลที่ศาลออกหมายจับมาขับแท็กซี่อยู่ในระบบขนส่งสาธารณะกันอีกสักเท่าไร ในเมื่อระบบการ “คัดกรอง” โชเฟอร์ยังเป็นปัญหา

    “ฝากเตือนผู้หญิงที่เดินทางด้วยการใช้บริการรถแท็กซี่ ขอให้ระมัดระวัง และเลือกเรียกใช้บริการผ่านช่องทางที่ปลอดภัย เช่น ผ่านศูนย์เรียกใช้บริการรถแท็กซี่” พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้คำแนะนำ

     อะไรคือ “การเรียกใช้บริการที่ปลอดภัย” นี่คือประเด็นที่นำมาสู่ข้อถกเถียงถึงบริการแท็กซี่แบบใหม่ ที่กรมการขนส่งทางบกเห็นว่า ต้อง “จัดการ” เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ต่างกับคนทั่วไปอีกส่วนหนึ่งก็คิดเช่นนั้น เหมือนที่ลูกสาวของ “บอย” ถกลเกียรติ สะกิดพ่อในคืนวันเกิดเหตุ

     “ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่คนจับตามอง คุณกำลังทำให้อาชีพที่คุณทำหมดความเชื่อถือ แต่ไม่ถึงขนาดที่ทำให้ผมไม่ขึ้นแท็กซี่ ถามว่าผมจะกลายเป็นกระบอกเสียงทำให้การขับอูเบอร์ถูกกฎหมายหรือไม่ คือผมไม่มีหน้าที่ทำตรงนั้น ผมเป็นหนึ่งเสียงที่อยากฝากไปถึงผู้รับผิดชอบให้กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง” “บอย” ถกลเกียรติ ให้ความเห็นเอาไว้

      กรณีอนาจาร และคุกคามผู้โดยสารโดยมนุษย์ป้า เป็นเรื่องร้ายแรง ควรจะต้องมีมาตรการไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งในท้ายที่สุดอาจถึงขั้นต้องแก้ “กฎหมาย” เหมือนที่บอยว่าไว้

     หากแต่ในหลายสถานการณ์เป็นเรื่องของคน และอารมณ์ที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดการปะทะกันได้ตลอดเวลา นั่นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งกว่า ที่ต้องพึ่งพาการคัดกรองและฝึกอบรม

     ทั้งสามเหตุการณ์ คือโจทย์ยากๆ ที่ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งท้ายที่สุด กรมการขนส่งทางบกต้องเร่งแก้ไขที่ “ต้นทาง” หาใช่ “ปลายเหตุ”