คอลัมนิสต์

 “วัน แบงค็อก”มิกซ์ยูสครบวงจร

“วัน แบงค็อก”มิกซ์ยูสครบวงจร

03 เม.ย. 2560

“วัน แบงค็อก”มิกซ์ยูสครบวงจร

                 การประกาศลงทุนเมกะโปรเจกท์ของบรรดายักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์เพื่อผลักดันเมืองหลวงของไทยก้าวสู่ฮับการลงทุน ท่องเที่ยว และช็อปปิ้งครบวงจรของภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย นับเป็นสัญญาณบวกต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นประเทศไทยได้เป็นอย่างดี 

               ย่านถนนพระราม 4 กำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ใจกลางกรุง หลังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ต่างเร่งผุดโปรเจกท์ยักษ์เพื่อรองรับโครงข่ายคมนาคมโครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย “หัวลำโพง-บางแค” ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในปลายปี 2562  

              ส่งผลให้บริเวณนี้กลายเป็น “มิกซ์ยูส” หรือย่านการค้าขนาดใหญ่ ประกอบด้วย โรงแรม ศูนย์ประชุมสัมมนา ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย ศูนย์การศึกษาและวัฒนธรรม ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแห่งใหม่อย่างครบวงจร

               ล่าสุดกลุ่มทีซีซี แอสเซ็ทส์(ประเทศไทย) และบริษัท เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พอยส์ ลิมิเต็ด หรือ FCL ในเครือทีซีซี กรุ๊ป ของ “เจ้าสัวเจริญ” เจริญ สิริวัฒนภักดี แถลงข่าวเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ภายใต้ชื่อ One Bangkok หรือ วัน แบงค็อก เพื่อพัฒนาพื้นที่ใจกลางเมือง 104 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดเฟสแรกได้ในปี 2564 

                งานนี้เจ้าสัวเจริญหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าจะให้เป็นมิกซ์ยูสระดับโลก ถึงขนาดยกกันมาทั้งครอบครัว ทั้งคุณหญิงวรรณา ภรรยา บุตรสาวและบุตรเขย มานั่งแถลงข่าวด้วยตัวเอง

                 เจริญกล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการวางแผนและออกแบบโครงการ วัน แบงค็อก ก็เพื่อการยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองที่เป็นประตูเชื่อมโลกกับเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน โดยโครงการดังกล่าวได้จัดสรรพื้นที่ในบริเวณต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน แต่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งที่พักอาศัย พื้นที่พักผ่อน ในรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งขนาด 50 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ 104 ไร่

                  “สำหรับสิ่งที่คาดหวังในการเนรมิตโครงการดังกล่าวก็คือการเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่ทั่วโลกมีต่อประเทศไทยในฐานะเมืองที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนและเป็นเมืองที่เป็นประตูสู่โลก เป็นเมืองแห่งไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของเอเชีย รวมทั้งคาดหวังว่าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดในการดำเนินโครงการคุณภาพที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก”

                  ในขณะที่ ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พอยท์ ลิมิเต็ด หรือ FCL มองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้เปิดให้เช่าพื้นที่บริเวณหัวมุมถนนวิทยุติดกับสวนลุมพินีเพื่อพัฒนาโครงการวัน แบงค็อก เป็นเมืองแห่งความครบครันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใช้เงินลงทุนมากกว่า 1.2 แสนล้านบาท บนพื้นที่ 104 ไร่ ใจกลางเมือง โดยกลุ่มบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 80.1% และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง(ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พอยท์ ลิมิเต็ด ถือหุ้น 19.9% 

                 ส่วนการก่อสร้างตามแผนงานคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในสิ้นปี 2560 นี้ โดยโครงการเฟสแรกจะเปิดในปี 2021 หรือปี 2564 ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรมหรู ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ห้างสรรพสินค้า และหัวใจสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบโดยตรงกับระบบขนส่งมวลชนและทางด่วน หลังจากเปิดเฟสแรกแล้วเสร็จจะเดินหน้าโครงการต่อและเปิดอย่างเต็มรูปแบบครบวงจรภายในปี 2025 หรือ ปี 2568 

              “วัน แบงค็อก ถือว่าเป็นโครงการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของทีซีซี การพัฒนาครั้งนี้จะช่วยพัฒนาต้นแบบผังเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศและจะกลายเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอฟซีแอล กล่าวย้ำ

                  โครงการพัฒนาการลงทุนของทีซีซี กรุ๊ป ในบริเวณดังกล่าวประกอบด้วยที่ดินสวนลุมไนท์บาซาร์ที่กำลังจะหมดสัญญาเช่าจำนวน 88 ไร่ ตรงหัวมุมถนนพระราม 4-วิทยุ เยื้องโครงการมิกซ์ยูสของดุสิตธานี-ซีพีเอ็น ซึ่งได้สัญญาเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ระยะเวลา 30 ปี และต่อสัญญาได้อีก 30 ปี และที่ดินติดกับ ถนนพระราม 4 เนื้อที่ 35 ไร่ใกล้ซอยเทพประทานและอาคารตลาดหลักทรัพย์เดิมที่ทีซีซีแลนด์ได้สิทธิ์พัฒนาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ ในสัญญาเช่า 30 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบพัฒนาโครงการประกอบด้วย สำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า และที่อยู่อาศัย 

                   นอกจากนี้ ยังมีโครงการสามย่านมิตรทาวน์ เนื้อที่ 13 ไร่ ตรงหัวมุมถนนพระราม 4-พญาไท(สี่แยกสามย่าน) ซึ่งได้สัญญาเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ระยะเวลา 30 ปีเช่นกัน ก็เป็นโปรเจกท์มิกซ์ยูส ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนระหว่าง บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ และทีซีซี แอทเซ็ทส์(ประเทศไทย) มูลค่าการลงทุน 8.5 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2562 หรือต้นปี 2563 

                 ส่วนที่ดินจำนวน 8 ไร่ แยกพระราม4 บริเวณซอยไผ่สิงโต (ฝั่งตรงข้ามที่ดิน 35 ไร่) ของสำนักงานทรัพย์สินฯ สัญญาเช่า 30 ปีที่ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ถือหุ้นใหญ่ในการพัฒนาที่ดิน ก็จะเนรมิตโครงการมิกซ์ยูสเช่นกัน ประกอบด้วยอาคารสำนักงานให้เช่าและโรงแรมหรู มีมูลค่าลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเปิดจองให้เช่าแล้ว 

นี่ยังไม่รวมศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติไปเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ให้บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นฺท์ จำกัด แก้ไขสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อบริหารและดำเนินกิจการจาก 25 ปีเป็น 50 ปี โดยกำหนดให้มีการปรับปรุงอาคารศูนย์ประชุมเดิมให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยเพิื่มอาคารพาณิชย์และที่จอดรถ รวมมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท

               ทั้งนี้ หากประเมินมูลค่าลงทุนรวมตลอดแนวถนนพระราม 4 และพื้นที่ใกล้เคียงที่เจ้าสัวเจริญปักหมุดไว้ไม่ต่ำกว่า 150 ไร่ มูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งเกือบทุกโครงการจะแล้วเสร็จปลายปี 2562 หรือปี 2563 พร้อมๆ กับการก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมภาครัฐทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย “หัวลำโพง-บางแค” ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 ถึงวันนั้นย่านพระราม 4 ก็จะกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจแห่งใหม่ใจกลางเมือง (New Central Business District : CBD) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเชื่อมวัน แบงค็อก 

             การเปิดตัวโครงการ One Bangkok หรือ วัน แบงค็อก ของกลุ่มบริษัททีซีซี กรุ๊ป ย่านถนนพระราม 4 หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้ผู้บริหารทีซีซีกรุ๊ปตัดสินใจผุดโครงการนี้ขึ้นมา นั่นก็คือโครงข่ายคมนาคมภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และทางด่วนพระราม 4 ที่เชื่อมต่อเป็นโครงข่ายทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบาย 

              สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงนี้ ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีสถานีใต้ดิน 4 สถานี คือ สถานีวัดมังกรกมลาวาส สถานีวังบูรพา สถานีสนามไชย และสถานีอิสรภาพ รวมทั้งโครงสร้างทางวิ่งยกระดับในช่วงท่าพระบางแค ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 7 สถานี

               คือ สถานีท่าพระ สถานีบางไผ่ สถานีบางหว้า สถานีเพชรเกษม 48 สถานีภาษีเจริญ สถานีบางแค และสถานีหลักสอง แนวเส้นทางเริ่มต้นจากเส้นทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพงของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เป็นเส้นทางใต้ดินตามแนวถนนพระรามที่ 4 เข้าสู่ถนนเจริญกรุง ผ่านวัดมังกรกมลาวาส ผ่านวังบูรพา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด ลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ เข้าสู่ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับเข้าสู่สี่แยกท่าพระบรรจบกับช่วงบางซื่อ-ท่าพระ แล้ววิ่งไปตามถนนเพชรเกษม ผ่านบางไผ่ บางหว้า ภาษีเจริญ บางแค ไปสิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางแค สามารถขนคนได้มากกว่า 5 หมื่นคนต่อชั่วโมง  

               ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการมีความก้าวหน้าไปกว่า 84% โดยช่วงหัวลำโพง-บางแคคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2562 และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2563

                                                                  ............................................................