คอลัมนิสต์

“พลทหารเบนซ์” เหยื่อซ่อม...ศพสุดท้าย?

“พลทหารเบนซ์” เหยื่อซ่อม...ศพสุดท้าย?

03 เม.ย. 2560

 กรณี “พลทหารเบนซ์” ยุทธกินันท์ บุญเนียม ถูกซ้อมในค่ายทหารที่ จ.สุราษฎร์ธานี จนเสียชีวิต ไม่ใช่เหตุซ้อม “พลทหาร” ในค่ายทหารจนตายเป็นครั้งแรก

 

               กรณี “พลทหารเบนซ์” ยุทธกินันท์ บุญเนียม ถูกซ้อมในค่ายทหารที่ จ.สุราษฎร์ธานี จนเสียชีวิต ไม่ใช่เหตุซ้อม “พลทหาร” ในค่ายทหารจนตายเป็นครั้งแรก

               เมื่อปี 2554 ที่เคยเกิดขึ้นกับ “พลทหารวิเชียร เผือกสม”

               พลทหารวิเชียร เป็นพลทหารประจำค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สังกัด ร.151 พัน 3 ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2554 เขาอุปสมบทเป็นพระภิกษุหลังจบ ม.6 และเรียนจนจบปริญญาโทเมื่อปี 2553 จากนั้นได้ขอลาสิกขาเพื่อไปรับใช้ชาติหลังจากที่บวชเรียนมาถึง 8 ปี

               ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย. 2554 มารดาของพลทหารวิเชียร ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลนราธิวาสว่าบุตรชายอยู่ในอาการโคม่า และเมื่อไปเยี่ยมก็พบรอยฟกช้่ำตามร่างกาย มีรอยไหม้ ตัวบวม และคืนนั้นเองที่พลทหารวิเชียรก็จากไป

               ภายหลังการเสียชีวิตทางค่ายเสนอเงิน 500,000 บาท ให้ธงชาติคลุมศพและขอพระราชทานเพลิงศพ แต่ญาติไม่ขอรับและขอดำเนินการทางคดีต่อไปทั้งทางแพ่งและอาญา

               มีข้อมูลว่า พลทหารวิเชียรเคยหลบหนีจากการฝึก 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ทหารก็ได้ไปรับตัวกลับมาจากนั้นก็เริ่มลงโทษให้กินพริกสด จากนั้นก็เริ่มซ่อมโดยมีนายร้อยกำกับอยู่ด้วย มีผู้ให้การหลายรายยืนยันว่า ได้เห็นพลทหารผู้ช่วยครูจับขาพลวิเชียรฯ คนละข้างลากไปกับพื้นปูนบริเวณที่รวมพลหน้าหน่วยฝึก มีผู้เห็นพลทหารผู้ช่วยครูได้รุมกันใช้เท้าเตะกระทืบที่ขาและลำตัวโดยมีร้อยตรีที่ถูกกล่าวหาได้กำกับอยู่ โดยสั่งให้ตัดกำลังขาอย่าไปทำอะไรส่วนบน ต่อจากนั้นได้ใช้เกลือทาบริเวณแผลและใช้เท้าเหยียบขึ้นไปที่หน้าอก หลังจากใช้เวลาซ่อมประมาณ 2 ชั่วโมง ได้นำตัวพลทหารวิเชียรฯ ไปอาบน้ำและพาไปที่ห้องพยาบาล เพื่อทายารอยแผลขีดข่วนและให้นอนพักบนเตียงผ้าใบในห้องพยาบาล

               ขณะนั้นมีครูทหารใหม่และผู้ช่วยครูหลายนาย ซึ่งอยู่ที่ห้องพยาบาลให้การว่า เห็นพลหทารวิเชียร ถูกสิบเอก 3 นาย และสิบโท 2 นายสลับกันรุมเตะด้วยหัวรองเท้าคอมแบค โดยมีร้อยตรีผู้ช่วยผู้ฝึก นั่งอยู่ที่เตียงพยาบาล

               จากนั้นเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารก็แบกพลทหารวิเชียรฯจากห้องพยาบาลไปยังโรงเลี้ยง โดยใช้ผ้าขาวห่อตัวเหลือแต่ใบหน้าพร้อมมัดตราสังข์ในลักษณะเหมือนศพ และมีผู้เห็นว่าพลทหารวิเชียรฯ ถูกสั่งให้นั่งกินข้าวบนก้อนน้ำแข็งประมาณ 10 นาที

               ร้อยตรีผู้ช่วยครูฝึกได้บอกให้เอาน้ำแข็งประคบ เพื่อบาดแผลจะได้หายเร็วขึ้นและได้ให้รับประทานกระเทียมประมาณ 3-4 กลีบ ต่อมาสิบเอกได้นำกำลังพลชุดเดิมแบกพลทหารวิเชียรฯ กลับมาวางด้านหน้าหน่วยฝึกและมีก้อนน้ำแข็งวางทับบนหน้าอก ที่หน้าหน่วยฝึก จากนั้นก็นำไปซ่อมไม่ว่าจะเป็นการลุกนั่ง ใช้ไม้ไผ่ตีที่ลำตัว แผ่นหลัง ก้น ขา จนถึงปลายเท้า และเตะบริเวณชายโครง หน้าอก กระทืบที่ท้ายทอย แม้พลทหารวิเชียรฯ ได้ก้มลงกราบพร้อมร้องบอกว่า "ผมเจ็บและจะไม่ทำอีกแล้ว" แต่การซ่อมก็ยังดำเนินต่อไป

               ต่อมาวันที่ 2 มิ.ย. พลทหารวิเชียรฯ นอนพักอยู่ในห้องพยาบาลบริเวณร่างกายและขามีรอยช้ำบวมหลายแห่งใต้คางมีแผลลึกมีน้ำเหลืองไหลย้อย รอบปากปรากฏคราบเลือด พยานบางคนได้ถามอาการเจ็บป่วยได้รับคำตอบว่า เจ็บปวดไปทั่วร่างกาย ได้ร้องขอให้นำตัวไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากทนความเจ็บปวดไม่ไหว ถึงขั้นมีการสั่งเสียกับเพื่อนพลทหารด้วยกันว่า หากเสียชีวิตลงให้ช่วยแจ้งกับมารดาด้วย แต่ไม่มีผู้ใดสนใจและดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น จนวันที่ 3 มิ.ย.จึงนำส่งโรงพยายาบาล

               ภายหลังศาลแพ่งได้สั่งให้กองทัพบกชดใช้ค่าเสียหายให้พลทหารวิเชียรเป็นจำนวรน 6.5 ล้านบาท แต่ในส่วนคดีอาญานั้นยังไม่จบ

               ต่อมา น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานสาวของ พลทหารวิเชียรซึ่งนำเรื่องราวมาเปิดเผยก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน เข้าจับกุมถึงที่ทำงาน ตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งต่อมาทราบว่าผู้ที่ไปแจ้งความคือ ร.ท.ภูริ เพิกโสภณ ซึ่งเป็นนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในกองร้อยที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการทำร้าย พลทหารวิเชียร จนเสียชีวิต

               ปี 2559 เป็นกรณีของพลทหาร ทรงธรรม หมุดหมัด พลทหารสังกัด ร.152 พัน 1 ค่ายพยัคฆ์ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาลยะลา เมื่อวันที่ 2 เม.ย. และเสียชีวิตลงในวันที่ 4 เม.ย. 2559

               จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเรื่องพลทหารทรงธรรม เคยมีเรื่องเพราะจับได้ว่านายสิบเคยขโมยเงินของพลทหารทรงธรรมไปแต่นายสิบไม่ยอมให้ค้นตัวจึงมีปากเสียงและชกต่อยกัน ต่อมาร.ต.ภัฏณัท เลิศชัยกุล ซึ่งเป็นทหารเวรอยู่ในขณะนั้น เป็นผู้คำสั่งให้นายทหารเวรที่อยู่ในขณะนั้นลงโทษปรับปรุงวินัย พลทหารทรงธรรม โดยใช้เท้าเตะที่บริเวณใบหน้า ลำตัวและใช้ไม้ตีตามร่างกาย ได้มีการทำโทษเวลา 3 ทุ่ม วันที่ 1 เมษายน จนถึง ตี 4 ของวันที่ 2 เมษายน จนกระทั่งมีอาการอ่อนเพลียจากการถูกปรับปรุงวินัยอย่างหนัก จนล้มลงศีรษะฟาดลงกับพื้นไม่รู้สึกตัว

               หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเสนารักษ์ ได้นำส่งโรงพยาบาลธารโต และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จากการตรวจสอบปรากฎว่า พลทหารทรงธรรม อาการสาหัส เลือดออกในสมอง ไม่รู้สึกตัวต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

               ต่อมาวันที่ 7 ต.ค. 2559ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ถอดยศ ร.ต.ภัฏณัท เลิศชัยกุล

               ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี ก็มีกรณีของ “พลทหารเบนซ์” เป็นศพต่อมา

               พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีของพลทหารเบนซ์ว่า “ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของน้องพลทหารที่เสียชีวิตในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ผมต้องขอโทษสังคมอีกครั้งที่เกิดกรณีดังกล่าว อาจเรียกได้ว่าติดนิสัยมาตั้งแต่ในสมัยอดีตในเรื่องของการฝึก เนื่องจากการฝึกพลทหารเพื่อไปทำหน้าที่ดูแลในพื้นที่ชายแดน จึงเข้มงวดกวดขัน และมีการฝึกการจัดระเบียบวินัยที่หนักและลงโทษค่อนข้างรุนแรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในเวลาปัจจุบันค่อยๆคลายตัวลงไปแล้วและมีกรอบการฝึกที่เหมาะสม แต่ก็ยังมี จุดมืดจุดดำอยู่ ซึ่งผมพยายามจะแก้ไข เพราะผมถือว่าเป็นเรื่องที่ผมต้องรับผิดชอบตรงนี้ ไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกครั้ง"

                                “พลทหารเบนซ์” เหยื่อซ่อม...ศพสุดท้าย?

               ใครๆ ก็คงภาวนาให้ “พลทหารเบนซ์” จะเป็น “เหยื่อ” รายสุดท้ายของค่ายทหารจริงๆ!!