
“พลทหารเบนซ์” เหยื่อซ่อม...ศพสุดท้าย?
กรณี “พลทหารเบนซ์” ยุทธกินันท์ บุญเนียม ถูกซ้อมในค่ายทหารที่ จ.สุราษฎร์ธานี จนเสียชีวิต ไม่ใช่เหตุซ้อม “พลทหาร” ในค่ายทหารจนตายเป็นครั้งแรก
กรณี “พลทหารเบนซ์” ยุทธกินันท์ บุญเนียม ถูกซ้อมในค่ายทหารที่ จ.สุราษฎร์ธานี จนเสียชีวิต ไม่ใช่เหตุซ้อม “พลทหาร” ในค่ายทหารจนตายเป็นครั้งแรก
เมื่อปี 2554 ที่เคยเกิดขึ้นกับ “พลทหารวิเชียร เผือกสม”
พลทหารวิเชียร เป็นพลทหารประจำค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สังกัด ร.151 พัน 3 ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2554 เขาอุปสมบทเป็นพระภิกษุหลังจบ ม.6 และเรียนจนจบปริญญาโทเมื่อปี 2553 จากนั้นได้ขอลาสิกขาเพื่อไปรับใช้ชาติหลังจากที่บวชเรียนมาถึง 8 ปี
ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย. 2554 มารดาของพลทหารวิเชียร ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลนราธิวาสว่าบุตรชายอยู่ในอาการโคม่า และเมื่อไปเยี่ยมก็พบรอยฟกช้่ำตามร่างกาย มีรอยไหม้ ตัวบวม และคืนนั้นเองที่พลทหารวิเชียรก็จากไป
ภายหลังการเสียชีวิตทางค่ายเสนอเงิน 500,000 บาท ให้ธงชาติคลุมศพและขอพระราชทานเพลิงศพ แต่ญาติไม่ขอรับและขอดำเนินการทางคดีต่อไปทั้งทางแพ่งและอาญา
มีข้อมูลว่า พลทหารวิเชียรเคยหลบหนีจากการฝึก 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ทหารก็ได้ไปรับตัวกลับมาจากนั้นก็เริ่มลงโทษให้กินพริกสด จากนั้นก็เริ่มซ่อมโดยมีนายร้อยกำกับอยู่ด้วย มีผู้ให้การหลายรายยืนยันว่า ได้เห็นพลทหารผู้ช่วยครูจับขาพลวิเชียรฯ คนละข้างลากไปกับพื้นปูนบริเวณที่รวมพลหน้าหน่วยฝึก มีผู้เห็นพลทหารผู้ช่วยครูได้รุมกันใช้เท้าเตะกระทืบที่ขาและลำตัวโดยมีร้อยตรีที่ถูกกล่าวหาได้กำกับอยู่ โดยสั่งให้ตัดกำลังขาอย่าไปทำอะไรส่วนบน ต่อจากนั้นได้ใช้เกลือทาบริเวณแผลและใช้เท้าเหยียบขึ้นไปที่หน้าอก หลังจากใช้เวลาซ่อมประมาณ 2 ชั่วโมง ได้นำตัวพลทหารวิเชียรฯ ไปอาบน้ำและพาไปที่ห้องพยาบาล เพื่อทายารอยแผลขีดข่วนและให้นอนพักบนเตียงผ้าใบในห้องพยาบาล
ขณะนั้นมีครูทหารใหม่และผู้ช่วยครูหลายนาย ซึ่งอยู่ที่ห้องพยาบาลให้การว่า เห็นพลหทารวิเชียร ถูกสิบเอก 3 นาย และสิบโท 2 นายสลับกันรุมเตะด้วยหัวรองเท้าคอมแบค โดยมีร้อยตรีผู้ช่วยผู้ฝึก นั่งอยู่ที่เตียงพยาบาล
จากนั้นเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารก็แบกพลทหารวิเชียรฯจากห้องพยาบาลไปยังโรงเลี้ยง โดยใช้ผ้าขาวห่อตัวเหลือแต่ใบหน้าพร้อมมัดตราสังข์ในลักษณะเหมือนศพ และมีผู้เห็นว่าพลทหารวิเชียรฯ ถูกสั่งให้นั่งกินข้าวบนก้อนน้ำแข็งประมาณ 10 นาที
ร้อยตรีผู้ช่วยครูฝึกได้บอกให้เอาน้ำแข็งประคบ เพื่อบาดแผลจะได้หายเร็วขึ้นและได้ให้รับประทานกระเทียมประมาณ 3-4 กลีบ ต่อมาสิบเอกได้นำกำลังพลชุดเดิมแบกพลทหารวิเชียรฯ กลับมาวางด้านหน้าหน่วยฝึกและมีก้อนน้ำแข็งวางทับบนหน้าอก ที่หน้าหน่วยฝึก จากนั้นก็นำไปซ่อมไม่ว่าจะเป็นการลุกนั่ง ใช้ไม้ไผ่ตีที่ลำตัว แผ่นหลัง ก้น ขา จนถึงปลายเท้า และเตะบริเวณชายโครง หน้าอก กระทืบที่ท้ายทอย แม้พลทหารวิเชียรฯ ได้ก้มลงกราบพร้อมร้องบอกว่า "ผมเจ็บและจะไม่ทำอีกแล้ว" แต่การซ่อมก็ยังดำเนินต่อไป
ต่อมาวันที่ 2 มิ.ย. พลทหารวิเชียรฯ นอนพักอยู่ในห้องพยาบาลบริเวณร่างกายและขามีรอยช้ำบวมหลายแห่งใต้คางมีแผลลึกมีน้ำเหลืองไหลย้อย รอบปากปรากฏคราบเลือด พยานบางคนได้ถามอาการเจ็บป่วยได้รับคำตอบว่า เจ็บปวดไปทั่วร่างกาย ได้ร้องขอให้นำตัวไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากทนความเจ็บปวดไม่ไหว ถึงขั้นมีการสั่งเสียกับเพื่อนพลทหารด้วยกันว่า หากเสียชีวิตลงให้ช่วยแจ้งกับมารดาด้วย แต่ไม่มีผู้ใดสนใจและดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น จนวันที่ 3 มิ.ย.จึงนำส่งโรงพยายาบาล
ภายหลังศาลแพ่งได้สั่งให้กองทัพบกชดใช้ค่าเสียหายให้พลทหารวิเชียรเป็นจำนวรน 6.5 ล้านบาท แต่ในส่วนคดีอาญานั้นยังไม่จบ
ต่อมา น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานสาวของ พลทหารวิเชียรซึ่งนำเรื่องราวมาเปิดเผยก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน เข้าจับกุมถึงที่ทำงาน ตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งต่อมาทราบว่าผู้ที่ไปแจ้งความคือ ร.ท.ภูริ เพิกโสภณ ซึ่งเป็นนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในกองร้อยที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการทำร้าย พลทหารวิเชียร จนเสียชีวิต
ปี 2559 เป็นกรณีของพลทหาร ทรงธรรม หมุดหมัด พลทหารสังกัด ร.152 พัน 1 ค่ายพยัคฆ์ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาลยะลา เมื่อวันที่ 2 เม.ย. และเสียชีวิตลงในวันที่ 4 เม.ย. 2559
จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเรื่องพลทหารทรงธรรม เคยมีเรื่องเพราะจับได้ว่านายสิบเคยขโมยเงินของพลทหารทรงธรรมไปแต่นายสิบไม่ยอมให้ค้นตัวจึงมีปากเสียงและชกต่อยกัน ต่อมาร.ต.ภัฏณัท เลิศชัยกุล ซึ่งเป็นทหารเวรอยู่ในขณะนั้น เป็นผู้คำสั่งให้นายทหารเวรที่อยู่ในขณะนั้นลงโทษปรับปรุงวินัย พลทหารทรงธรรม โดยใช้เท้าเตะที่บริเวณใบหน้า ลำตัวและใช้ไม้ตีตามร่างกาย ได้มีการทำโทษเวลา 3 ทุ่ม วันที่ 1 เมษายน จนถึง ตี 4 ของวันที่ 2 เมษายน จนกระทั่งมีอาการอ่อนเพลียจากการถูกปรับปรุงวินัยอย่างหนัก จนล้มลงศีรษะฟาดลงกับพื้นไม่รู้สึกตัว
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเสนารักษ์ ได้นำส่งโรงพยาบาลธารโต และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จากการตรวจสอบปรากฎว่า พลทหารทรงธรรม อาการสาหัส เลือดออกในสมอง ไม่รู้สึกตัวต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
ต่อมาวันที่ 7 ต.ค. 2559ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ถอดยศ ร.ต.ภัฏณัท เลิศชัยกุล
ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี ก็มีกรณีของ “พลทหารเบนซ์” เป็นศพต่อมา
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีของพลทหารเบนซ์ว่า “ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของน้องพลทหารที่เสียชีวิตในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ผมต้องขอโทษสังคมอีกครั้งที่เกิดกรณีดังกล่าว อาจเรียกได้ว่าติดนิสัยมาตั้งแต่ในสมัยอดีตในเรื่องของการฝึก เนื่องจากการฝึกพลทหารเพื่อไปทำหน้าที่ดูแลในพื้นที่ชายแดน จึงเข้มงวดกวดขัน และมีการฝึกการจัดระเบียบวินัยที่หนักและลงโทษค่อนข้างรุนแรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในเวลาปัจจุบันค่อยๆคลายตัวลงไปแล้วและมีกรอบการฝึกที่เหมาะสม แต่ก็ยังมี จุดมืดจุดดำอยู่ ซึ่งผมพยายามจะแก้ไข เพราะผมถือว่าเป็นเรื่องที่ผมต้องรับผิดชอบตรงนี้ ไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกครั้ง"
ใครๆ ก็คงภาวนาให้ “พลทหารเบนซ์” จะเป็น “เหยื่อ” รายสุดท้ายของค่ายทหารจริงๆ!!



