
สิ้นสุดการรอคอย ประตูสู่เมืองปากน้ำรถไฟฟ้า“แบริ่ง-สำโรง”
เริ่มแล้ว การทดลองระบบรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากสถานี แบริ่ง สู่สถานีสำโรง แม้จะเป็นเพียงหนึ่งสถานี แต่ก็นับเป็นก้าวแรกที่เชื่อมโยงรถไฟฟ้าสู่ปริมณฑล
เป็นการรอคอยที่ถึงจุดสิ้นสุดสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สำโรงภายหลังผู้ว่าฯกทม.พล.ต.อ.อัศวินขวัญเมืองประกาศเตรียมเปิดหวูดให้บริการวันที่3เมษายนนี้
กว่าจะผ่านปมร้อนระหว่างกทม.และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ในประเด็นค่าใช้จ่ายค่าก่อสร้าง ทำให้ระหว่างนั้นมีคำถามสะท้อนออกมาจากประชาชน จากการไม่ลงรอยระหว่างหน่วยงานรัฐ ถึงกระแสข่าวที่ออกมาในช่วงแรกจะเลื่อนกำหนดการเดินรถจากเดือนมีนาคมในเส้นทางนี้ออกไปไม่มีกำหนด แต่“แรงกดดัน”ของประชาชนและท่าทีถอยคนละก้าวของหน่วยงานทำให้รถไฟฟ้าสายนี้ถึงทางออกในที่สุด
หากย้อนที่มาของโครงการ เริ่มที่คณะกรรมการจัดระบบการจราจร (คจร.) มีมติเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 เห็นชอบในหลักการให้ กทม.เป็นผู้เดินรถ ไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
ต่อมาวันที่ 28 มีนาคม 2559 กทม. รฟม. และกระทรวงการคมนาคม ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานตามมติคจร.วันที่ 10 มิถุนายน 2558 เรื่องการมอบหมายให้กทม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
จากนั้นวันที่28กรกฎาคม 2559กทม.ได้มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคมจำกัดในฐานะวิสาหกิจกทม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตและช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการรวมทั้งจัดการติดตั้งระบบการเดินรถประกอบด้วยระบบอาณัติสัญญาณระบบไฟฟ้าและเครื่องกลและระบบการสื่อสารถือเป็นตรายางส่งมอบ“หน้าที่”ให้กทม.ดูแลรถไฟฟ้าทั้ง2ช่วงอย่างสมบูรณ์
กทม.เชื่อว่าเมื่อรถไฟฟ้าการบริหารส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือและใต้อยู่ภายใต้สิทธิบริหารจัดการทั้งหมด จะเป็นโอกาสทองการจัดเก็บรายได้จากค่าโดยสาร เพราะเห็นอนาคตว่าโครงการเชื่อมต่อจากเส้นทาง“สายสุขุมวิท”ที่มีอยู่เดิมตามสัญญากับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด(มหาชน)หรือบีทีเอสซีจะหมดสัญญากับกทม.ในปี2572จะทำให้กทม.จะเข้าบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของระบบการเดินทางขนส่ง ผ่าใจกลางกรุงเทพฯเหนือถึงใต้ได้ทั้งหมด
สำหรับเส้นทางแบริ่ง-สำโรง จะเป็นหนึ่งเส้นทางรถไฟฟ้าที่จะทยอยเปิดใช้งานในปี2559-2565จากเดิมรถไฟสาย“สีม่วง”ช่วงเตาปูน-บางใหญ่" เปิดให้บริการไปแล้ววันที่6สิงหาคม2559ส่วนในเดือนสิงหาคม2560จะเปิดเดินรถอีก1สถานีที่เชื่อมสถานีบางซื่อ-เตาปูนปี2561เปิดให้บริการสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการทั้งระบบปี2562เปิดบริการสาย“สีเขียว”ช่วงหมอชิต-คูคตรวมทั้งสาย“สีน้ำเงิน”ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแคและช่วงบางซื่อ-ท่าพระปี 2563 เปิดบริการสาย“สีแดง”ช่วงบางซื่อ-รังสิตและช่วงบางซื่อ-หัวหมาก /สาย“สีชมพู”ช่วงแคราย-มีนบุรี/สาย“สีเหลือง”ช่วงลาดพร้าว-สำโรงและสาย“สีเขียว”ส่วนต่อขยายช่วงสมุทรปราการ-บางปูและช่วงคูคต-ลำลูกกาปี 2564 เปิดบริการสาย“สีน้ำเงิน”ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย4ก่อนจะ“ปิดจ๊อบ”ในปี2565 จะเปิดเดินรถสาย“สีม่วง”ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะและสาย“สีส้ม”ตะวันตกช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม
ในแผนทดลองเดินรถไฟฟ้า ช่วงแบริ่ง-สำโรง กทม.จะเดินรถเสมือนจริงตั้งแต่ 15 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2560 โดยในระหว่างทดลองเดินรถจะทดสอบระบบการเดินรถไฟฟ้า การเตรียมรับสถานการณ์ ตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้ รถไฟฟ้าเฉี่ยวชน โดยเฉพาะการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่สถานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบช่วงสถานีแบริ่ง-สำโรง ในวันที่ 3 เมษายน ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน กำลังจะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธี ที่สถานีสำโรง
เมื่อเปิดใช้งานรถไฟฟ้าเส้นนี้ทั้งระบบในปลายปี 2561 จะเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชนในการเดินทาง เพราะพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นทำเลโรงงานอุตสาหกรรม และผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นมาตลอดหลายสิบปี อย่างน้อยปัญหาจราจรที่สะสมแนวเขตกรุงเทพฯ-ปริมาณฑล จะเบาบางลงด้วยตัวเลือกระบบขนส่งมวลชน ซึ่งในสถานีสำโรงจะเป็นอีกหนึ่งสถานี“อินเตอร์เช้นจ์”รองรับการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสายสีเหลือง“ลาดพร้าว-สำโรง”ในอนาคตด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดจึงเป็นความหวังของประชาชนด้วยระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯเชื่อมปริมณฑลซึ่งหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งขีดเส้นใต้สามเส้นไปที่“ความสมดุล”ของค่าโดยสารและคุณภาพการให้บริการที่ตรงต่อเวลาเพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนคนใช้บริการนั่นเอง
-------
ธนัชพงศ์ คงสาย



