
สร้าง"สายลับพันหน้า"ปะทะอาชญากรรม
หลังจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ตั้งชุดสายตรวจจู่โจมพิเศษ หรือ "ปะฉะดะ" ขึ้นมาโชว์ผลงานด้านป้องกันปราบปรามในพื้นที่ บก.น.1 จนประชาชนเกิดชอบอกชอบใจ ด้วยความตั้งใจในงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 จึงต่อยอดฟอร์มทีม
"สายลับพันหน้า" คงมิใช่ผู้มีความสามารถพิเศษหรือแปลงโฉมใบหน้าเป็นใครก็ได้ แต่พวกเขาเป็นเพียงบุคคลธรรมดามีใบหน้าเดียวแต่มีกำลังถึง 1,000 คนนั่นเอง แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ คือจิตใจที่เสียสละและต้องการช่วยเหลือสังคมโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอกจากความอิ่มเอมใจและความภูมิใจที่ตอบแทนคืนมา
“ผมภูมิใจนะที่มาทำงานตรงนี้ ก็เพื่อต้องการช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลืองานราชการ เพราะสังคมยังมีคนที่ด้อยกว่า ลำบากกว่าเรา”..."อ่อน" หนึ่งในสายลับพันหน้าที่ถูกเสนอชื่อเป็น "สายลับ" เผยถึงความตั้งใจ
สำหรับชีวิต "สายลับ" อาจไม่เก่งเหมือนในภาพยนตร์แต่ทุกคนยอมเสี่ยงและถ้าแลกกับความสงบสุขของสังคม !! เช่นเดียวกับสายลับทั้ง 1,000 ชีวิตจากหลากหลายอาชีพและไม่จำกัดเพศวัย ที่กำลังผ่านการคัดเลือกเป็นสายลับพันหน้าแห่ง บก.น.1 พวกเขายอมรับการทำงานที่เสี่ยง เสียสละ โดยไม่มีค่าตอบแทน และก็ไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทนใดๆ
“ผมเคยเป็น อปพร. ตำรวจบ้าน เป็นสายลับให้ตำรวจภูธรภาค 1 และกำลังจะเป็นสายลับให้ บก.น.1 ก็รู้สึกดีนะ ที่เราได้ช่วยเหลือสังคม เพราะตอนนี้มี
อาชญากรรมเยอะขึ้น” ไสวหนุ่มใหญ่ใจเสียสละ บอกถึงการเข้าร่วมคัดเลือกเป็นสายลับพันหน้าแจ้งข่าวอาชญากรรม
เขาเล่าประสบการณ์สายลับที่ภูมิใจให้ฟังว่า เคยสืบเสาะหาข่าวคดีทำร้ายร่างกายที่เป็นคนในชุมชนก่อคดีแล้วหลบหนีไปอยู่ที่อื่น จนสามารถ ว.20 (จับกุม) อย่างละมุนละม่อม และยังเป็นฝ่ายข่าวสืบคดียาเสพติดและอาชญากรรมที่เป็นพิษเป็นภัยต่อชุมชนทุกชนิด ทั้งนี้ การเป็นสายลับก็ต้องพึงระวังกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อาจจะรู้จักกับตำรวจเป็นพิเศษด้วย เพราะบางทีเบาะแสที่แจ้งไปอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง?!!
"การเป็นสายลับไม่ใช่เรื่องสนุก มีแต่ความเสี่ยง การสืบข่าวอาชญากรรม ว.5 (ราชการลับ) อาจเป็นภัยกับตัวเอง ซึ่งต้องระวังตัว แต่ท้ายที่สุดการได้ช่วยเหลือสังคมมันทำให้อิ่มเอมใจ" ว่าที่สายลับพันหน้า บอกด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
ตลอดชีวิตของการเป็นสายลับมายาวนาน...ไสว ยอมรับว่า ไม่เคยได้รับค่าตอบแทนใดๆ และไม่คิดอยากได้ค่าตอบแทนด้วย เพราะมาทำงานตรงนี้ด้วยใจ แต่ก็เคยได้รับน้ำใจอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเพียงข้าวกล่องตอนร่วม ว.4 (ปฏิบัติหน้าที่) เท่านั้น
ด้าน พล.ต.ต.วิชัย เจ้าของโปรเจกท์ใหม่สายลับพันหน้าบอกว่า เป็นงานต่อเนื่องจากโครงการปะฉะดะ ซึ่งเป็นการป้องปรามอาชญากรรมที่ประสบผลสำเร็จ ประชาชนให้ความสนใจ และกลายเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้ แต่ยังขาดการสืบสวนหาข่าวเลยคิดโครงการสายลับพันหน้าขึ้นมา
“มันดูเหมือนสายลับที่เปลี่ยนหน้าเป็นพันหน้าแต่ไม่ใช่ ผมดูแลอยู่ 9 โรงพักกับอีก 1 กองสืบสวน ก็ให้โรงพักแต่ละแห่งไปคัดเลือดสายลับมาที่ละ 100 คน รวมแล้ว 1,000 คนพอดี นี่คือที่มาของสายลับพันหน้า โดยคัดเลือกจากบุคคลหลากหลายอาชีพทั้งนักเรียน นักศึกษา คนขับแท็กซี่ สามล้อ ครู อาจารย์ เจ้าของธุรกิจเป็นสายลับได้หมด เพียงแค่มีจิตใจอยากช่วยสังคม มีศักยภาพดูแลช่วยเหลืองานตำรวจได้ เพื่อเอามาทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา เห็นอะไรผิดกฎหมาย เช่น บ้านหลังนี้มีคนต่างด้าว หรือมีคนแปลกหน้ามาอยู่อาจจะมาก่อเหตุร้าย พวกเขาจะช่วยเป็นตาให้เรา โดยจะทำบัตรสายสืบและแจกเสื้อที่มีโลโก้สายสืบพันหน้าให้ด้วย" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว
นอกจาก บก.น.1 จะมีสายลับช่วยสืบข่าวอาชญากรรมแล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในชุมชนโดยทำงานร่วมกับตำรวจ คล้ายๆ กับการดำเนินโครงการยุติธรรมชุมชนของรัฐบาลนั่นเอง แถมโครงการนี้ยังหวังซื้อใจชาวบ้าน ด้วยความที่ตำรวจมีต้นทุนต่ำ แต่ทำงานหนัก เงินเดือนน้อย จะทำดีก็แค่เสมอตัว หากชาวบ้านรับรู้ว่าตำรวจดีๆ ก็มี ชาวบ้านก็จะรักตำรวจมากขึ้น
สำหรับโครงการสายลับพันหน้าครั้งนี้ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง บก.น.1 จะทำหน้าที่หัวหน้าสายลับ ควบคุมและคัดเลือกจาก 9 สถานีสังกัด บก.น.1 ประกอบด้วย สน.ดุสิต สน.สามเสน สน.มักกะสัน สน.พญาไท สน.ดินแดง สน.ห้วยขวาง สน.นางเลิ้ง สน.ชนะสงคราม และสน.บางโพ ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) ท้องที่ละ 100 คน รวม 1,000 คน โดยจะเปิดอบรมสายลับทั้ง 1,000 ชีวิต เป็นเวลา 1 วัน ในเรื่องกฎหมายเบื้องต้น บทบาทและหน้าที่ในการช่วยเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ และการติดต่อแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ และอาจจะมี ตู้ ปณ.รับแจ้งเหตุพื้นที่ บก.น.1โดยเฉพาะด้วย ก่อนจะเปิดโครงการสายลับพันหน้าอย่างเป็นทางการวันที่ 19 กันยายนนี้



