คอลัมนิสต์

ดราม่าวันช้างไทย "ช้างบ้าน-ช้างป่า" เดินสวนทาง

ดราม่าวันช้างไทย "ช้างบ้าน-ช้างป่า" เดินสวนทาง

14 มี.ค. 2560

 "วันช้างไทย" 13 มีนาคม เกิดขึ้นเพราะ "ช้างไทย" กำลังจะสูญพันธุ์ แต่เมื่อสถานการณ์ปริมาณช้างเริ่มคลี่คลาย กลับเกิดปัญหาช้างพิพาทกับคน โดยเฉพาะการรุกรานไร่เกษตร

     พวกเขาทั้ง 80 ชีวิตที่มาร่วมล้อมวงกินขันโตกผลไม้กันอย่างมีความสุข ร่วมสร้างสรรค์บรรยากาศในวันสำคัญวันหนึ่ง ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยว และคนอื่นๆ กว่าพันคนที่มาร่วมงานแล้ว หลายๆ คนอาจจะลืมเลือน และมีไม่น้อยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันช้างไทย”

     ปวิณ ชํานิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดงานวันช้างไทยครั้งที่ 18 โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การร่วมยืนไว้อาลัย และขบวนแห่แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังได้มีพิธีฮ้องขวัญช้าง และไฮไลท์ของงานคือ “การกินสะโตกช้าง” เป็นการกินสะโตกอาหารช้างอันยิ่งใหญ่ของช้างกว่า 80 เชือก บริเวณลานขนาดใหญ่ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

     พิชยะ กัลมาพิจิตร ผอ.ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ปางช้างแม่สาบอกว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเผยแพร่ให้วันช้างไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพื่อให้ประชาชน เยาวชน รำลึกถึงความสำคัญของช้างไทย นอกจากนี้ยังได้มีการสืบสานวัฒนธรรมโบราณด้วยการจัดพิธีฮ้องขวัญช้าง ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดกันมา ตามความเชื่อของคนเลี้ยงช้างล้านนา ที่ถือว่าช้างเป็นสัตว์มงคล เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติไทย ถือเป็นการสานต่อแนวทางในการอนุรักษ์ช้างไทยให้ยั่งยืน และเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามอีกด้วย

     ข่าวดีจากปางช้างแม่สาเมื่อช่วงเช้าวันช้างไทย 13 มีนาคม ปีนี้ ที่น้องมีตังค์ถือกำเนิดขึ้นด้วยน้ำหนัก 90 กิโลกรัม จากครอบครัวที่มีพังอุ้ม และพลายเพิ่มพูน สร้างความปีติให้หลายๆ คนที่กำลังห่วงใยกับสถานภาพของช้างไทยในปัจจุบันที่ลดจำนวนลง 

     วันช้างไทย ก็มีที่มาที่ไปจากชุดข้อมูลที่ว่า ช้างกำลังจะสูญพันธุ์ ทั้งๆ ที่ “ช้างไทย” เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาช้านาน หากไม่มีการอนุรักษ์และกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของประชาชนให้ระลึกถึงความสำคัญของช้างไทยแล้ว ช้างไทยอาจสูญพันธุ์ไปในที่สุด 

     ปี 2506 คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการกำหนดต้นไม้ประจำชาติและสัตว์ประจำชาติของกรมป่าไม้ ภายใต้การมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้กำหนดเอา “ช้างเผือก” เป็นสัตว์ประจำชาติไทย

     ปี 2541 มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ได้มีดำริจัดตั้ง "วันช้างไทย” ขึ้น โดยเลือกเอาวันที่มีมติของกรมป่าไม้ ให้ “ช้างเผือก” เป็นสัตว์ประจำชาติ มติดังกล่าวออกมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2506 แล้วนำเสนอรัฐบาลในขณะนั้นให้จัดตั้งวัน “ช้างไทย” ขึ้น ซึ่งต่อมาในวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันช้างไทย” และได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2541 ซึ่งผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยนั้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติช้างอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับมาในอดีต ไม่ว่ารูปช้างเผือกบนธงชาติ หรือสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์

     หากแต่ “ช้างไทย” ที่อยู่ในสถานะ “ช้างป่า” กลับกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น จนเป็นปัญหาการอยู่ร่วมกัน รวมทั้งรุกรานแปลงเพาะปลูกของคน  เกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้างติดต่อกันมานาน เพราะจำนวนช้างที่นับเป็น “ตัว” เพิ่มขึ้นสวนทางกับช้างบ้านที่จำนวน “เชือก” ลดน้อยลง

    เมื่อปีที่แล้ว มีข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชว่า ภาพรวมไทยมีประชากรช้างป่าจำนวน 3,000-3,500 ตัวกระจายในป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ และแนวโน้มช้างป่ามีจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกที่มีช้างเพิ่มขึ้น 10% มีมากกว่า 200 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ เพิ่มร้อยละ 5 สาเหตุมาจากการล่าช้างในป่าลดลง แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องพื้นที่ป่าอนุรักษ์ถูกตัดออกจากกัน ทำให้ช้างออกมานอกพื้นที่จนเกิดปัญหาขัดแย้งกับเกษตรกรในบางจุด การจัดการช้างจึงต้องเพิ่มแหล่งอาหาร แหล่งน้ำให้ช้างเพื่อลดการออกนอกเขตป่า

     กระนั้น แม้แนวโน้มประชากรช้างป่าจะไม่ได้อยู่ในภาวะเสี่ยงแล้ว แต่การตายของช้างป่ายังคงเกิดขึ้นทั้งจากอุบัติเหตุและเหตุการณ์ตามธรรมชาติ โดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังระหว่างปี 2555-2559 มีสถิติการตายของช้างป่าจำนวน 23 ตัว คือปี 2555 จำนวน 3 ตัว ปี 2556 จำนวน 6 ตัว ปี 2557 จำนวน 3 ตัว ปี 2558 จำนวน 8 ตัว และปีแค่ 3 เดือนแรกของปีนี้ รายงานช้างตายจำนวน 3 ตัว เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีข่าวที่หลายคนคงจะยังไม่ลืม การยิงช้างในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฯลฯ 

     บ่อยครั้ง พฤติกรรมของช้างป่าสร้างความเอือมระอาให้ชาวบ้าน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า มีหลากหลายรูปแบบ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ช้าง ปัญหาเหล่านี้ย่อมรวมถึงการแก่งแย่งที่อยู่อาศัย ประชากรช้างเพิ่มจำนวนเกินขนาด จนเกิดการปะทะกันระหว่างคนและช้าง ทั้งที่โดยเจตนาและโดยบังเอิญจนเกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของทั้งสองฝ่าย

     อาจมีคำถามว่า “ช้างป่า” มีเจตนาจะปะทะกับคนด้วยหรือ ช้างป่าเขาใหญ่เป็นคำตอบหนึ่งซึ่งมักปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอ ขณะที่ช้างป่าย่านเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และปราจีนบุรี ได้ออกปฏิบัติการยืนยันพฤติกรรมเหลือเชื่อของช้างกลุ่มนี้ด้วยการออกปล้นรถขนอ้อยติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

     วันช้างไทย ผ่านพ้นไปอีกปี ผ่านการฉลองแสดงความยินดีกับ “หลายๆ เชือก” ที่เป็นช้างบ้าน แต่ยังมีคำถามอีกมากหมาย สำหรับอีก “หลายพันตัว” ที่ก่อปัญหาขึ้น และหนทางแก้ไขยังต้องถกเถียงกันอีกยาวไกล