คอลัมนิสต์

อุบัติเหตุกับทัศนศึกษา !!

อุบัติเหตุกับทัศนศึกษา !!

10 มี.ค. 2560

อุบัติเหตุ!! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จากการเดินทางพาเด็กๆไปทัศนศึกษา ไม่รวมอุบัติจากการเดินทางด้วยรถรับจ้างรับ-ส่งนักเรียน มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง

   

อุบัติเหตุกับทัศนศึกษา !!       ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์

    ล่าสุด..อุบัติเหตุรถทัวร์ทัศนศึกษาของคณะครู-นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนพังทุยพัฒนา อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่มุ่งหน้าไปทัศนศึกษาที่อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี แต่ระหว่างเดินทางรถบัสทัศนศึกษา ตกเหวบริเวณทางเชื่อมระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ อุทยานแห่งชาติทับลาน มรดกโลก อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 

       จนเป็นเหตุให้มีครูและนักเรียนเสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บอีก 43 ราย โศกนาฏกรรมครั้งนี้นำมาซึ่งความสูญเสียของพ่อแม่ และญาติมิตรผู้เสียชีวิต เป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น แต่ก็เป็นปัญหาซ้ำซาก ที่ยังไม่มีทางหยุดยั้งอุบัติเหตุได้!! เราจะมีวิธีการป้องกันได้อย่างไร ทีมข่าวออนไลน์ โดย เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ ไปหาคำตอบมาให้แล้ว 

          การเดินทางพานักเรียนออกไปเรียนรู้นอกสถานศึกษา ของสถานศึกษา นั้น ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้วางมาตรการชัดเจนเพื่อให้สถานศึกษา นำไปใช้เป็นแนวทางไปปฏิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจ โดยมีทั้งระเบียบ ศธ. ว่าด้วย การพานักเรียน และนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ.2548 โดยมีสาระสำคัญ จำแนกการพานักเรียน นักศึกษาไปนอกสถานศึกษา 3 ประเภท คือ 1.พาไปนอกสถานศึกษาไม่ค้างคืน 2.พาไปนอกสถานศึกษาค้างคืน และ3.พาไปนอกราชอาณาจักร

อุบัติเหตุกับทัศนศึกษา !!

          การพานักเรียนไปทัศนศึกษาทุกประเภท ผู้นำเด็กออกไปต้องได้รับการอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาทุกครั้ง และมีระเบียบปฏิบัติอย่างเข้มงวด อาทิ การเดินทางต้องมีครูควบคุมโดยครู 1 คนต่อนักเรียนไม่เกิน 30 คน ถ้าเป็นนักเรียนหญิงให้มีครูหญิงคุมไปด้วย ห้ามเสพหรือชักชวนพนักงานขับรถเสพสุราหรือดื่มของมึนเมา ต้องเลือกยานพาหนะที่อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เลือกพนักงานขับรถที่มีความชำนาญในเส้นทาง ทั้งหมดนี้ให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ          

         ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ศธ.ไม่เคยนิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ทุกครั้งที่เกิดขึ้นได้กำชับให้สถานศึกษาดูแลเด็กและครูที่บาดเจ็บ และเสียชีวิตอย่างเร่งด่วน ส่วนการพาเด็กออกไปทัศนศึกษานอกสถานศึกษา ที่ผ่านมาก็มีหนังสือกำชับสถานศึกษาโดยตลอดว่า ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ศธ.เคร่งครัด ต้องเป็นไปตามความสมัครใจของเด็ก พาออกไปทัศนศึกษาเพื่อทำกิจกรรมการเรียนการสอน ไม่ใช่พาไปเพื่อทดสอบสมรรถภาพ หรือ จัดกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเป็นการวัดผลให้คะแนน เป็นต้น

อุบัติเหตุกับทัศนศึกษา !!

           ที่สำคัญต้องแจ้งให้พ่อแม่ ผู้ปกครองของนักเรียนรับทราบและมีหนังสือตอบรับให้การยินยอมให้เด็กร่วมเดินทางทัศนศึกษาด้วย ส่วนกรณีการจัดกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมของลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด ก็จะต้องปฏิบัติตามประกาศ ศธ. เรื่อง มาตรการในการพานักเรียน และนักศึกษา ไปนอกสถานศึกษาและเดินทางไกล เข้าค่ายพักแรกของลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด พ.ศ.2551 ซึ่งก็จะมีวิธีการปฏิบัติกำหนดไว้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน

         “กฎระเบียบที่ใช้อยู่แม้จะออกตั้งแต่พ.ศ.2548 หรือกว่า 12 ปีแล้ว แต่แนวปฏิบัติทั้ง 12 ข้อที่อยู่ในระเบียบดังกล่าวถือว่าครอบคลุม และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับคณะทัศนศึกษาของโรงเรียน แต่จากการเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุในแต่ละครั้งมักมีข้อสันนิษฐานแทบทุกครั้งว่าผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง สภาพรถไม่พร้อม ดังนั้น คงไม่มีการปรับปรุงระเบียบ ศธ.แต่ฝ่ายปฏิบัติต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผมจะแจ้งไปยังต้นสังกัดของสถานศึกษาทุกแห่งให้มีหนังสือกำชับไปยังสถานศึกษาอีกครั้งว่าการพาเด็กไปทัศนศึกษาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ และปฏิบัติตามระเบียบ ศธ.อีกทั้งช่วงนี้โรงเรียนต่างๆก็ทยอยปิดภาคเรียนแล้ว การพาไปทัศนศึกษาก็เกิดขึ้นในช่วงนี้จึงขอให้โรงเรียนเพิ่มความระมัดระวังในการพาเด็กไปออกไปทัศนศึกษามากขึ้น”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวย้ำ

                ปลัด ศธ.บอกด้วยว่า  ขณะนี้ มีข้อมูลจากชมรมไทยปลอดภัย ระบุว่าอุบัติเหตุทางถนนเป็นภัยที่คร่าชีวิตเด็กไทย มากกว่า 2,000 คนต่อปี ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 16-18 ปี เป็นเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง โดยเกิดอุบัติเหตุมากในช่วงปิดภาคเรียน วันเสาร์-อาทิตย์ และหลังเลิกเรียน ในจำนวนนี้ปี 2558 มีนักเรียนเสียชีวิตจากรถทัศนศึกษา และรถรับจ้างรับ-ส่งนักเรียน 25 ราย ปี 2559 มีนักเรียนเสียชีวิต 10 ราย ทั้งนี้ ยังไม่รวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดในปี 2560

อุบัติเหตุกับทัศนศึกษา !!

               การทัศนศึกษา เป็นกระบวนการเรียน การสอนและเป็นวิธีสอนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยผู้เรียนจะได้รับความรู้จากประสบการณ์ตรง สถานที่จริงและการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจและจดจำสิ่งที่ได้พบเห็นในเวลาอันรวดเร็ว และเป็นเวลานาน

                 เด็กๆแทบทุกคน โดยเฉพาะช่วงวัยเรียน ต่างก็ต้องการได้ไปทำกิจกรรม นอกสถานที่ เรียนรู้ กินอยู่ และใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่จะเป็นทริปที่จดจำไปได้ตลอด การทัศนศึกษาไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาท เป็นสิ่งที่เราสามารถหยุดยั้งได้ หากผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่ม ดูโปรแกรมการจัดกิจกรรม การคัดเลือกรถรับ-ส่ง และผู้ขับขี่ที่ต้องมีจิตสำนึกว่ากำชีวิตครู เด็กและทุกคนที่อยู่บนรถทัศนศึกษาไว้