
สายย่อมาเอง “คุณหญิงหน่อย” พา “ทหาร” เข้าวัดฟังธรรม
คุณหญิงหน่อยกำลังเดินสายแข่งกับใครบางคนในพรรคเดียวกัน ? แต่เรื่องนี้ อย่าไปถามความเห็นจาก “เจ๊แดง” เด็ดขาด !
เช้าวันที่ 8 มี.ค. 2560 ถึงคิวพรรคเพื่อไทย เข้าหารือเรื่องปรองดองต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
พรรคเพื่อไทยจัดเต็มส่งตัวแทน 6 คน เดินทางมาเสนอความคิดเห็น นำโดย พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค รวมถึงแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชูศักดิ์ ศิรินิล ชัยเกษม นิติสิริ และโภคิน พลกุล
ที่สื่อให้ความสนใจคือ “คุณหญิงหน่อย”
น้อยคนที่จะทราบว่า คุณหญิงหน่อยมีสูตรปรองดองฉบับ “สายย่อ” มานำเสนอ (สายย่อ หมายถึง ย่อเข่าพนมมือไหว้พระ)
เนื่องจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
วันก่อน “คุณหญิงหน่อย” ได้เข้ากราบนมัสการเจ้าคุณพระราชปริยัติมุนี (เทียบ สิริญาโณ) ขอความเมตตาให้คำแนะนำในการทำดุษฎีนิพนธ์
อ่านหัวข้อแล้วก็สุดจี๊ดคือ หัวข้อ “พุทธวิธีเชิงบูรณาการแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองไทยในปัจจุบัน”
นอกจากนั้น คุณหญิงหน่อย ยังได้เข้าสอบสาระนิพนธ์ ซึ่งได้ทำสาระนิพนธ์ในหัวข้อ "การประยุกต์ใช้คุณธรรม 4 ประการ เพื่อแก้ปัญหาสังคมไทย"
พระอาจารย์ผู้สอบคือ พระราชปริยัติกวี (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) , พระมหาพรชัย สิริวโร ดร. และพระมหาอดิเดช สติวโร ดร.
ในสเตตัสล่าสุดบนหน้าวอลล์เฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณหญิงหน่อย ก่อนเดินทางเข้าพบปลัดกลาโหม
คุณหญิงหน่อย บอกสาเหตุที่เลือกวิจัยเรื่องคุณธรรม 4 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการแก้ปัญหาสังคมไทย เพราะพระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ในช่วงที่บ้านเมืองกำลังต้องเผชิญกับวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ ในปี พ.ศ. 2549 ก่อนการปฏิวัติ ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างยิ่ง
"เมื่อศึกษาพระราชดำรัส คุณธรรม 4 ประการที่พระราชทานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 แล้วจะพบว่าทรงพระราชทานหนทางออกจากความขัดแย้ง แต่ฝ่ายต่างๆ ไม่ได้นำแนวทางพระราชดำรัสมาปฏิบัติ ความขัดแย้งจึงดำรงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และยิ่งขยายตัวทั้งทางกว้างและทางลึก กัดกร่อนสังคมไทยให้อ่อนแอลงเรื่อยๆ"
คุณธรรม 4 ประการของพระองค์ท่านที่พระราชทานคือ
1. การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน
2. การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงานประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ
3. การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา และในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมกัน
4. การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็นของตนให้เที่ยงตรง และมั่นคงในเหตุในผล
ดังนั้นถ้าเราได้นำคุณธรรม 4 ประการของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ก็จะเบาบางลงได้
“โดยเริ่มจากการ “คิดดี” มี “เมตตา”ต่อกัน เพื่อเป็นการเปิดประตูหัวใจ เริ่มรับฟังปัญหา และมุมมองของคนที่คิดต่าง จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันว่าแต่ละฝ่ายมีเหตุมีผลอย่างไรแล้วก็นำข้อเสนอ แต่ละฝ่ายมาปรึกษาหารือกัน ผ่านขบวนการกล่อมเกลาเพื่อให้กำหนดเป้าหมายร่วม หรือเป้าหมายใหญ่คือผลประโยชน์ส่วนรวมให้ได้”
ตอนท้ายคุณหญิงหน่อย ฝากถึง คสช. และรัฐบาลประยุทธ์
"ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงที่รัฐบาลกำลังทำเรื่องปรองดอง ก็ขอฝากให้รัฐบาล คสช. น้อมนำแนวทางคุณธรรม 4 ประการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานไว้นี้ มาเป็นแนวทางการสร้างความปรองดองเชื่อว่าจะทำให้เกิดความสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้"
จะว่าไปแล้ว พักหลังคุณหญิงหน่อย หันมาใช้บริการมูลนิธิไทยพึ่งไทย เป็นเรือธง สร้างผลงานมากขึ้น
แถมยังเดินสายไปพบปะชาวบ้านในต่างจังหวัดบ่อยครั้ง อย่างปลายเดือนที่แล้ว ก็ไปเยือนเมืองช้าง และมาแวะทำบุญที่โคราช
พวกนักสังเกตการณ์นอกพรรคเพื่อไทย ก็แอบเม้าท์มอยว่า คุณหญิงหน่อยกำลังเดินสายแข่งกับใครบางคนในพรรคเดียวกัน
แต่เรื่องนี้ อย่าไปถามความเห็นจาก “เจ๊แดง” เด็ดขาด??



