คอลัมนิสต์

คนนอกวัด“ดี้-นิติพงษ์” กับเพลงไชยบูลย์

คนนอกวัด“ดี้-นิติพงษ์” กับเพลงไชยบูลย์

06 มี.ค. 2560

คนนอกวัด“ดี้-นิติพงษ์” กับเพลงไชยบูลย์



         หากจะนับการโพสต์ที่ดุเดือดในสยามโซเชียลต้องยกนิ้วให้กับ ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค เพราะหลายโพสต์ของเขากลายเป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนทุกครั้งไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโพสต์เกี่ยวกับ “วัดพระธรรมกาย” และ “พระธัมมชโย” แรงดีไม่มีตก

          เช่นเดียวกับโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

          “...ตอนนี้ มีผู้คนที่เดือดร้อนกับพระธัมมชโยมากเกินไปแล้ว...จากการที่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย อยู่ไหนไม่รู้ ไม่ทำให้สิ่งยากให้มันง่าย สำหรับทุกๆ คน...”

          พร้อมปิดท้ายด้วยการท้าทายสาวกธรรมกายอีกด้วย

          โพสต์ดังกล่าวนี้ก่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด่าและชมในความหาญกล้าของนักแต่งเพลงรุ่นใหญ่รายนี้ถ้วนหน้า แต่ดูเขาหาได้ใส่ใจต่อทุกคำด่าและคำชมเหล่านั้น รวมถึงการออกมาด่าผ่านเฟซบุ๊กของ โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ ด้วย

          ประการสำคัญอาจเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โพสต์แล้วโดนด่าหนักขนาดนี้ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ “รับได้” !!

          ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 หรือ 10 วันก่อนหน้านี้ทางนักแต่งเพลงรุ่นใหญ่ก็ออกอาการเดือดโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วย “จดหมายถึงคุณไชยบูลย์” เรียกร้องให้ออกมามอบตัวสู้คดี

          “เรียน คุณไชยบูลย์ครับ คุณก็เป็นคนปกติ ผ่านการเล่าเรียนต่างๆ นานา มาจนบวชเป็นภิกษุ คุณทำอะไรกับศาสนาพุทธในไอเดียของคุณ มีคนตามรอย ชื่นชม เพราะวิถีคุณมีระเบียบดีงาม

          “...คุณไชยบูลย์ครับ...คุณกำลังสร้างปัญหาใหญ่มากกับสังคมไทยครับ... คุณคนเดียวเองครับ...ทำให้ผมต้องเสียเจ้าหน้าที่เป็นพัน ต้องไปเล่นตี่จับกับคุณ... ภาษีผมครับ...ผมเครียดนะครับ..จากเคยขำ ตอนนี้ไม่ขำแล้ว...”

          “ผมไม่นับถือว่าคุณเป็นภิกษุแล้วนะครับ ผมเชื่อว่าคนจำนวนมากก็คิดเช่นนั้น... แต่ยังนับถือว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยกัน....กรุณาทำให้เรื่องมันจบแบบง่าย ไม่สูญเสียความเจ็บปวดทั้งสาวก ทั้งกาย ทั้งใจ ไม่เสียกำลังงานเจ้าหน้าที่และภาษีแห่งรัฐ แห่งพวกผมด้วย ง่ายๆ ครับ ให้เจ้าหน้าที่ได้พบ เถอะครับ”

          “....กราบเถิดครับคุณท่าน พระเดชพระคุณ ให้บ้านเมืองมันสงบอีกสักเรื่องเถอะ...อย่าไปโทษเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอะไรเลย...แค่คนเดียว..รับข้อหา พระก็ต้องมีความเป็นแมนนะเว้ย...”

          เป็นห้วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้นำกำลังไปตรวจค้นวัดพระธรรมกายอยู่ โดยครั้งนั้นได้เขียนไว้ด้วยว่าจะโพสต์เป็นครั้งสุดท้าย ถือว่า “แรง” ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งทางแต่แล้วก็ยังไม่แรงถึงที่สุด เพราะก่อนหน้านั้นก็มีการเขียนถึงวัดและพระธัมมชโยมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

          กระทั่งมาถึงโพสต์ใหม่ในที่สุด ถึงกับขอตระบัดสัตย์ที่เคยบอกไว้เลยทีเดียว เพราะไม่อาจนิ่งเฉย ราวกับความอดทนคนเรามีขีดจำกัด

          “คือไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกเหมือนที่เคยโพสต์ไว้ก่อนหน้านี้....แต่ขอตระบัดสัตย์...เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มาก..” ดี้-นิติพงษ์เอ่ยอ้างสำหรับกรณี “เพราะฉะนั้น.. ฉันจึงโพสต์” ไว้เช่นนั้น และตามาติดๆ อีกหลายโพสต์

          ประการต่อมา คือ โพสต์ไปแล้ว นอกจากปัญหา “ไม่ได้รับการแก้ไข” แล้ว นับวันกลับยิ่งบานปลาย สร้างความเดือดร้อนต่อมวลมหาประชาชน

          มากกว่านั้นคือ การโพสต์เกี่ยวกับธรรมกาย เป็นประเด็นที่ดี้-นิติพงษ์ ได้จับตามองมาอย่างต่อเนื่อง

          ดังเช่นครั้งหนึ่ง ราว 4 ปีก่อน เมื่อได้ข่าวว่า ทางรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. มีการเกณฑ์ครูทั่วประเทศไปอบรมเรื่องจริยธรรมที่วัดพระธรรมกาย จึงไม่อาจรับได้ โดยโพสต์ถึง “แม่ประไพ...” ถึงประเด็นดังกล่าวทันที เพราะถือเป็น “ระเบิดปรมาณูทางจริยธรรมวัฒนธรรม” เลยทีเดียว และถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยให้เงียบหายไปจากสังคม

          ภายหลังทาง สพฐ.ออกมาชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเน้นคุณธรรมนำวิชาการและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้คู่คุณธรรมตามหลัก “บวร-บรม” เท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เป็นอื่น ก่อนหน้านี้มีอบรมมาแล้วหลายรุ่น แต่อย่างไรก็ดีไม่ได้ให้ความกระจ่างในเรื่อง “ทำไมต้องวัดพระธรรมกาย?” แต่อย่างใด

          ถือว่าครั้งนั้นมีการออกมา “แก้ตัว” แต่ท้ายที่สุดปัญหาต่างๆ กลับยังไม่ได้รับการ “แก้ไข”

          ประการสุดท้ายคือ โดยตัวตนดี้-นิติพงษ์ ไม่เพียงเป็นนักแต่งเพลงทำงานในวงการบันเทิง และขึ้นชื่อว่าเขียนบทเพลงเพื่อ “พ่อ” ได้อย่างประทับใจมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนใจเรื่องเหตุบ้านการเมืองด้วย ครั้งหนึ่งเคยลงสมัครเลือกตั้งส.ว.กรุงเทพฯด้วย ในปี 2551 ถึงแม้พลาดตำแหน่งแต่ก็ได้คะแนนมาเป็นอันดับสอง มากถึงสองแสนกว่าคะแนน และยังปวารณาตัวกับเพื่องานศาสนาด้วย โดยพร้อมมอบเพลงที่แต่งเพื่อช่วยงานศาสนาผ่าน ว.วชิรเมธี

          ขณะที่เกาะติดประเด็นศาสนาและสังคมบ้านเมืองมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง คสช. ก็ไม่เว้น

          แต่สำหรับประเด็น “ธรรมกาย” หลายปีผ่านมาแล้ว และอาจจะผ่านไปอีก เช่นนี้มีหรือที่จะอยู่นิ่งเฉย ถึงแม้ประเด็นจะบานปลายขยายเป็นเรื่องสีเสื้อไปแล้วก็ตาม!!