
มุมมองสถานการณ์"สื่อ"ของ"พิราบรุ่นใหม่"
มาดูมุมมอง"พิราบน้อย"ต่อสถานการณ์"สื่อไทย" จะมีแนวคิดอย่างไร หลังจากสถานการณ์ของวงการสื่อกำลังล้มลุกคลุกคลาน จากกระแสโลกโซเซียลกำลังจะเข้าแทนที่
5 มี.ค. 60 - ทุกๆวันที่ 4 มี.ค. จะเป็นวันที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มอบรางวัลพิราบน้อย ซึ่งเป็นโครงการเปิดโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั่วประเทศได้ส่งผลงงานหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ งานข่าวที่ลงพื้นที่ทำเอง และงานเขียนประเภทสารคดีเชิงข่าวด้วย โดยในทุกๆปีก็จะมีพิราบน้อยหน้าใหม่ เกิดขึ้นมาสั่นสะท้านวงการสื่อด้วยงานเขียนต่างๆ ซึ่งบางประเด็นนักข่าวรุ่นพี่ยังต้องให้ความสนใจ ไปเสนอในสื่อกระแสหลักต่อไป
บรรยากาศในการรับมอบรางวัลปีนี้ก็คึกคัก เพราะนักศึกษาเข้าร่วมงานนี้ เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลต่างๆ พวกเขาเองก็คงจะรู้สึกดีไม่น้อยภายหลังที่ต้องทุ่มแรงใจและกายให้กับงานที่เขารัก และถึงแม้ว่าสถานการณ์สื่อสิ่งพิมพ์จะกำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่ เพราะกำลังมีสื่ออนไลน์เข้ามาทดแทน แต่ผลงานที่เข้าร่วมส่งแข่งก็ยังคงมีมากมายเช่นเดิม ราวกับโลกภายนอกไม่ได้ทำให้ความมุมานะการทำหนังสือพิมพ์ของเด็กเหล่านี้ลดน้อยลงไป โดยปีนี้คณะกรรมการจากสมาคมฯ ก็ได้ตัดสินหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ “ลูกศิลป์” จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ชนะเลิศ ในประเภทหนังสือพิมพ์ปฏิบัติดีเด่นในปีนี้
“ผมรู้สึกว่าการทำหนังสือพิมพ์เป็นเรื่องที่ท้าทาย แม้ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ฝึกหัดในมหาวิทยาลัยก็ตาม ซึ่งเราต้องเผชิญความกดดัน ทั้งจากแหล่งข่าวเองว่า บางครั้งเขาก็คิดว่าเราจะประสงค์ร้ายหรือเปล่า ด้วยความที่เราบอกเป็นนักข่าว หากจะถามว่าผมจะทำงานด้านสื่อไหม ก็ยังคิดว่าจะทำอยู่ ตอนนี้ก็ได้ยื่นฝึกงานไปแล้ว และตอนนี้ก็คิดว่าจะทำงานสื่อหลังฝึกงานไปแล้ว”
นายวุฒิพงษ์ วงษ์ชัยวัฒนกุล นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ เอกหนังสือพิมพ์และนิตยาสาร มหาวิทยาลลัยศิลปากร ซึ่งเขาเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ลูกศิลป์ กล่าวถึงความท้าทายในการทำงาน อีกทั้งยังบอกว่าถ้ามีโอกาสทำงานด้านสื่อจริง ส่วนตัวสนใจในโต๊ะข่าวไอที และต่างประเทศเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ น.ส.เขมพัฏซ์สร ธนปัทมนันท์ รองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ลูกศิลป์ก็เล่าถึงการทำงานว่า ส่วนตัวก็ค่อนข้างท้าทายพอสมควร เพราะข่าวของเราก็จะมีประเด็นระดับประเทศ ทำให้ต้องเจอแหล่งข่าว หลายระดับตั้งแต่ผู้นำลงมา และหลากหลายรูปแบบด้วย ทำให้ได้ฝึกพัฒนาตัวเองในด้านการทำข่าว และการพูดคุยกับแหล่งข่าวมากขึ้น หลังจากทำหนังสือพิมพ์ และได้ปฏฺิบัติแล้ว คาดว่าจบไปคงทำข่าวเหมือนกัน ส่วนตัวมีความสนใจเรื่องของสังคม สิทธิ และสตรี ก็คงไม่พ้นการเป็นนักข่าวโต๊ะสังคม เพราะว่ายังไงเรื่องเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่คนควรจะรู้
เมื่อถามถึงสถาณการณ์สื่อสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันที่กำลังอยู่ในช่วงดำดิ่งลง เพราะโลกกำลังเปลี่ยนไป โดยนายวุฒิพงษ์ บอกความรู้สึกต่อเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เราเรียนการทำหนังสือพิมพ์มา เป็นการเปิดกว้างในการออกไปใช้ชีวิตสามารถทำอาชีพด้านสื่อได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องยึดติดที่หนังสือพิมพ์เท่านั้น คิดว่าในอนาคตหนังสือพิมพ์ก็ต้องมีการปรับตัวไปสู่รูปแบบออนไลน์ แค่เปลี่ยนแพลตฟอร์มเฉยๆ
“จริงๆแล้วการทำหนังสือพิมพ์ใจความหลักของมันอยู่ที่การคิดวิเคราะห์ และนำเสนอเรื่องราว อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของการทำสื่อทุกรูปแบบอยู่แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์สื่อสิ่งพิมพ์ขณะนี้กำลังดิ่งลงจริงๆ เพราะด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แต่ส่วนตัวคิดว่าหนังสือพิมพ์ไม่ได้ล้มหายตายจากในเร็วๆนี้ ซึ่งเราสามารถนำความเป็นหนังสือพิมพ์ไปลงสู่โลกออนไลน์ก็ได้ หรือจะนำไปออกทีวีก็ได้” รองบรรณาธิการพูดเสริม ว่ายังไงเขาก็ยังเชื่อมั่นว่า แม้หนังสือพิมพ์จะเปลี่ยนรูปแบบ แต่ตัวหัวใจหลักที่เป็นเนื้อหาจะยังไม่เปลี่ยนแปลง " นายวุฒิพงษ์ กล่าว
นอกจากนกพิราบน้อยแล้ว อีกรางวัลที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ คือรางวัล "ปาติยะเสวี" ที่มอบให้สารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติที่ยอดเยี่ยม โดยเป็นรางวัลที่จัดประกวดเพื่อรำลึกถึงนางสาวริต้า ปาติยะเสวี อดีตนักหนังสือพิมพ์ผู้ล่วงลับนั่นเอง ซึ่งปีนี้รางวัลดังกล่าวก็ตกเป็นของ น.ส.ธัญพิชชา คงแสงชู นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงาน “เวิร์คแอนด์ทราเวล ความเสี่ยงบนเส้นทางเผชิญโชค” ในหนังสือพิมพ์นิสิตนักศึกษา
“คือจริงๆปัญหาในโครงการเวิร์คแอนด์แทรเวล มีคนกล่าวถึงค่อนข้างในระยะหนึ่ง แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขสักที ซึ่งที่ผ่านมาก็มีแต่การนำเสนอเชิงที่ว่ามันมีผลเสียอย่างไรบ้าง คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมระหว่างเข้าร่วมโครงการรู้สึกอย่างไร หรือได้รับการปฏิบัติอย่างไรบ้าง แต่ยังไม่ได้เจาะไปถึงระดับโครงสร้างที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เราก็เลยพยายามเจาะไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายรัฐ เอกชน และต่างประเทศ ซึ่งเราก็พยายามค้นหาว่าจริงๆแล้วปัญหาทั้งหลายเริ่มขึ้นที่จุดไหน และจะต้องปรับแก้อย่างไร” น.ส.ธัญพิชชา กล่าว
ธัญพิชชา ยังเล่าถึงแรงผลักดันในการทำงานว่า ในระหว่างที่ทำงานงานชิ้นนี้ เธอมีใจในการทำงานมาก เพราะส่วนตัวก็เคยเป็นผู้เข้าร่วมโครงการเวิร์คแอนด์แทรเวล แล้วต้องประสบปัญหาต่างๆนาๆ เหมือนมีความอยากที่จะเขียนเรื่องนี้ให้ผู้คนได้อ่าน นอกจากนี้ตนยังได้ส่งสารคดีข่าวอีกชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วย
เมื่อถามเธอว่าเคยวางแผนจะทำงานได้สื่อหรือไม่ ธัญพิชชา ตอบว่า ส่วนตัวไม่ได้ชอบทำข่าวเป็นพิเศษแต่ชอบที่จะเขียนก็เลยรู้สึกว่าตัวเองจะไปได้ดีกับสารคดีเชิงข่าวมากกว่า เพราะสามารถใส่วาทะศิลป์ลงไปได้ด้วย ซึ่งไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงเพรียวๆอย่างเดียวแต่งานเขียนของเราก็ยังอยู่ในการนำเสนอความจริงให้คนอ่านได้รับทราบ
“ส่วนตัวคิดว่า สถาณการณ์สื่อวันนี้ สิ่งที่กำลังดิ่งลงไปเป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มของสื่อที่เป็นกระดาษมากกว่า แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ต่อไปก็คือตัวเนื้อหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้ทำอยู่ ก็คือเนื้อหาของข่าว สารคดีเชิงข่าวยังคงอยู่ตามปกติ เพียงแต่มันแค่เปลี่ยนไปสู่สื่อออนไลน์เฉยๆ ถ้ามีโอกาสทำงานด้านสื่อตนก็จะทำ แต่อาจจะเปลี่ยนจากสื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อออนไลน์ก็ได้” เธอกล่าวถึงสถานการณ์สิ่งพิมพ์ในปัจจุบัน โดยยังคงย้ำมั่นใจว่า แม้กระดาษอาจไม่ได้รับความนิยมแต่เรื่องของเนื้อหาก็ยังคงขาดไม่ได้ ซึ่งคือหัวใจหลักของการทำสื่อ" ธัญพิชชา
ทั้งหมดคือความเห็นเล็กๆขอวัยรุ่นที่ลงทุนแรงกายเพื่อชิงชัยรางวัลในงานสื่อ เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าอนาคตข้างหน้าพวกเขาจะมาโลดแล่นในวงการสื่อหรือไม่ หรืออาจจะทำงานสื่อ แต่ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งพิมพ์ ซึ่งหลายๆเสียงรุ่นใหม่ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ตัวสื่อกระดาษไม่ได้ตาย มันแค่กำลังจะเปลี่ยนไปสู่สื่อออนไลน์ตามโลกสมัยใหม่ เหมือนอย่างที่สำนักกข่าวหลายๆสำนักกำลังปรับตัวกันอย่างยกใหญ่เพื่อความอยู่รอดต่อไป



